สภาอุตฯ เตรียมนำระบบติดตามสินค้า ช่วยคนไอทีต่อยอด กันกักตุนยามวิกฤต
ภายหลังจากกลุ่มคนผู้ประกอบการสตาร์ทอัพ ภาครัฐ เอกชน และทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเริ่มตื่นตัว มองหาโอกาสในการนำเทคโนโลยีเข้ามาแก้ไขการติดตามกลุ่มเสี่ยงที่เดินทางกลับจากประเทศที่มีการระบาด
ล่าสุด ป้อม-ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ กรรมการผู้จัดการและผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ บริษัท TARAD.com โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กกลุ่มที่สร้างมาเพื่อให้ผู้ประกอบการได้มาระดมความคิดกัน อัปเดตความคืบหน้าเพิ่มเติมของการนำเทคโนโลยีเข้ามาแก้ปัญหาการกักตุนสินค้ายาววิกฤต ระบุว่า ทางสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย มีระบบ Traceability ที่ใช้ติดตามได้ว่าสินค้าที่ต้องการควบคุม เช่น หน้ากากอนามัย จาก ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายทุกทอดเพียงใช้ แอปพิลเคชันบนมือถือ บันทึกข้อมูลไม่กี่ขั้นตอน ว่า จะกระจายสินค้าไปช่องทางใดบ้าง โดยผู้ใช้สามารถติดตามแหล่งซื้อสินค้าใกล้บ้านบน Google Map ได้
"ช่วยให้ประชาชนรู้แหล่งซื้อง่ายขึ้น และ มีความโปร่งใสมากขึ้น ว่าสินค้าไปไหน ถ้าผู้ขายอัปเดตข้อมูลเร็ว ก็จะทราบจำนวนที่เหลือ จะได้ไม่ต้องไปเข้าคิวรอตั้งแต่ช่วงหัวค่ำเพื่อซื้อสินค้าตอนเช้า อีกทั้งภาครัฐจะเห็นข้อมูลทั้งหมดว่าไปที่ไหนแล้วบ้าง จะได้จัดการอย่างเป็นระบบ ไม่ต้องให้เรียกร้อง" ป้อม-ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กกลุ่ม
ด้าน จำรัส สว่างสมุทร ผู้อำนวยการใหญ่สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ก็ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า ยินดีร่วมด้วย ช่วยกัน ถึงเวลาแล้ว ที่ประเทศไทยจะต้องมีระบบ Supply Chain ระดับชาติที่ใช้จัดการการกระจายสินค้าลงไปถึงประชาชนสำหรับ Crisis Management(การบริหารจัดการยามวิกฤต)
ไม่ใช่เฉพาะการซื้อหน้ากากอนามัย แต่ที่ผ่านมาเวลามีภัยต่างๆ เช่น น้ำท่วม ภัยแล้ง อุบัติภัยต่างๆ เราก็ไม่มีการจัดการที่ดี ทำให้เกิดปัญหาตลอดเวลา ที่สำคัญหลังจบเหตุการณ์ไม่เคยมีข้อมูลว่ารับของมาเท่าไหร่ ใครได้รับไปบ้าง ที่เหลือไปไหน