โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แบงก์งัดแผนฉุกเฉินสู้โควิดระยะ3 ค่ายรถ-ธุรกิจดิ้นขายออนไลน์

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 05 มี.ค. 2563 เวลา 11.42 น. • เผยแพร่ 05 มี.ค. 2563 เวลา 09.00 น.

รัฐบาลสั่งภาคเอกชนงดจัดอีเวนต์-กิจกรรมเสี่ยง แบงก์งัดแผนฉุกเฉินรับมือแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 เข้าสู่ระยะที่ 3 วางแผนให้พนักงานทำงานจากที่บ้าน แบงก์กรุงศรีฯจัดทำ “ห้องปลอดเชื้อ” รองรับพนักงานที่ต้องเข้าปฏิบัติงานในพื้นที่ “ไปรษณีย์ไทย” ตั้งวอร์รูมพร้อมแผนปฏิบัติการ มอเตอร์โชว์เลื่อน ค่ายรถปรับแผนทำตลาด ไลฟ์สดเปิดตัวรถใหม่ ร้านอาหารเชนดังแห่ทำแคมเปญ “ดีลิเวอรี่” กระตุกยอดขาย

รัฐบาลให้เอกชนงดจัดอีเวนต์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประชุม ครม.เมื่อ 3 มี.ค. มีมติเห็นชอบข้อสั่งการของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เป็นมาตรการเร่งด่วน 2 มาตรการ รวม 14 ข้อ เพื่อป้องกันความเสี่ยงการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 หนึ่งในนั้นคือให้ส่วนราชการขอความร่วมมือผู้ประกอบการภาคเอกชนให้หลีกเลี่ยง หรือเลื่อนการจัดกิจกรรมที่มีการรวมตัวของประชาชนจำนวนมากที่อาจเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรค เช่น การแข่งขันกีฬา จัดคอนเสิร์ต จัดมหรสพ ฯลฯ

แบงก์เตรียม “แผนฉุกเฉิน”

นายสารัชต์ รัตนาภรณ์ ผู้จัดการใหญ่ ธนาคารไทยพาณิชย์ เปิดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ธนาคารได้เตรียมแผนความต่อเนื่องทางธุรกิจ หรือ BCP (Business Continuity Planning) ไว้รองรับหากมีสถานการณ์ฉุกเฉินเกิดขึ้น เช่น หากการระบาดของไวรัสCOVID-19 เข้าสู่ระยะที่ 3 เพื่อให้การดำเนินธุรกิจสามารถดำเนินต่อได้ไม่สะดุดโดยแผนรับมือ 2-3 ระดับ อาทิ ระดับ 1 กรณีพนักงานที่เดินทางกลับจากประเทศกลุ่มเสี่ยงจะให้หยุดทำงานเป็นเวลา 14 วัน เพื่อรับผิดชอบต่อส่วนรวม รวมถึงไม่อนุญาตให้พนักงานเดินทางไปต่างประเทศ

และระดับ 2 คือแบ่งทีมงานระหว่างส่วนงานที่สามารถทำงานที่บ้าน (Work at Home) และส่วนงานที่ไม่สามารถทำงานที่บ้านได้ โดยหากการระบาดรุนแรงขึ้น จะให้ทีมที่สามารถทำงานที่บ้านได้ Work at Home ในส่วนงานที่ไม่สามารถทำงานที่บ้าน เช่น ฝ่ายไอที, ห้องค้าเงิน หรือพนักงานที่ยังต้องเจอลูกค้า ซึ่งจำเป็นต้องใช้ระบบงานหลักของธนาคารและมีความจำเป็นต้องมาทำงานในพื้นที่ ธนาคารจะจัดสถานที่ทำงานใหม่ โดยให้มีพื้นที่ระยะห่างของพนักงานแต่ละคนเพื่อลดความเสี่ยงการระบาด เช่นจากเดิมจะอยู่ในพื้นที่เดียวกันทั้งหมด นอกจากนี้ธนาคารพยายามหลีกเลี่ยงการประชุมแบบเผชิญหน้า โดยการนำเทคโนโลยีมาใช้แทน เช่น การใช้ระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ เป็นต้น

“เราเริ่มทำแผน BCP เพื่อรองรับสถานการณ์ฉุกเฉิน โดยการทำงานของพนักงานไม่จำเป็นต้องอยู่เป็นจุดเดียว แต่มีการแบ่งเป็นทีม 1 และทีม 2 และหลีกเลี่ยงทำงานในพื้นที่เสี่ยง สำหรับคนที่อยู่สายงานสำคัญที่หยุดหรือทำงานจากที่บ้านไม่ได้ เราก็ต้องเตรียมความพร้อมให้ เช่น แยกห้องให้อยู่ ไม่เบียดกันในห้องเดียว เพื่อให้ธุรกิจเดินต่อไปได้”

กรุงศรีฯเตรียม “ห้องปลอดเชื้อ”

เช่นเดียวกับนายไพโรจน์ ชื่นครุฑ ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านกลยุทธ์และวางแผนธุรกิจองค์กร ธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่า ธนาคารอยู่ระหว่างการประชุมหารือแผนการรับมือสถานการณ์ระบาดไวรัส Covid-19 กรณีมีความรุนแรงขึ้นจนนำไปสู่ระยะที่ 3 โดยเบื้องต้นธนาคารจะดำเนินตามแผนความต่อเนื่องทางธุรกิจ หรือ BCP ซึ่งกำหนดขั้นตอนวิธีการปฏิบัติรับมือไว้คร่าว ๆ แล้วในเบื้องต้น แผนรับมือจะแบ่งเป็น 2 ระดับ โดยระดับแรก คือประกาศให้พนักงานงดเดินทางไปต่างประเทศ หรือประเทศกลุ่มเสี่ยงในช่วงเวลานี้

ระดับที่ 2 คือ การแยกพนักงานตามหน้าที่การปฏิบัติงาน โดยธนาคารมีการสำรวจว่ามีพนักงานจำนวนเท่าไรที่อยู่ในสายงานที่สามารถปฏิบัติหน้าที่จากที่บ้านได้ หากสถานการณ์ระบาดมีความรุนแรงมากขึ้น ธนาคารก็จะให้พนักงานปฏิบัติหน้าที่จากที่บ้าน ส่วนพนักงานที่ต้องปฏิบัติงานในพื้นที่ เช่น พนักงานต้อนรับลูกค้า สาขา หรือพนักงานที่ดูแลระบบไอที ซึ่งไม่สามารถทำงานที่บ้านได้ เบื้องต้นธนาคารได้จัดเตรียมห้องปลอดภัยจากเชื้อโรคไว้ให้พนักงานเหล่านี้ปฏิบัติหน้าที่ โดยไม่ต้องกังวลถึงความเสี่ยงของการระบาดของไวรัส Covid-19 เมื่อมาปฏิบัติหน้าที่ เป็นต้น

ไปรษณีย์ไทยตั้งวอร์รูม

นายก่อกิจ ด่านชัยวิจิตร กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท) เปิดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ปณท ได้เปิดวอร์รูมเพื่อรับมือกับการแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 พร้อมแผนปฏิบัติการที่จะสร้างความเชื่อมั่นในการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานและผู้ใช้บริการ เนื่องจากบริการของไปรษณีย์ไทยถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานหลักที่จะต้องให้บริการประชาชนด้านโลจิสติกส์ จึงไม่สามารถหยุดปฏิบัติงานได้

สำหรับแผนรับมือการจัดการด้านขนส่งหากการแพร่เชื้อเข้าสู่ระยะที่ 3 โดยจะมีการฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อโรคบนไปรษณียภัณฑ์ขาเข้าที่มาจากต่างประเทศทั้งหมด รวมถึงไปรษณียภัณฑ์ในประเทศ ทั้งจะมีการตรวจสุขภาพพนักงานนำจ่ายทุกคนก่อนเข้าปฏิบัติหน้าที่ทุกวัน กรณีหากพนักงานป่วยให้หยุดงานและสลับเปลี่ยนพนักงานในส่วนอื่นมาปฏิบัติหน้าที่แทน เพราะไปรษณีย์หยุดไม่ได้ แต่ในส่วนของแฟรนไชส์ 150 แห่ง สามารถแจ้งหยุดให้บริการได้

“ทั้งนี้เชื่อว่าไปรษณีย์ไทยจะสกัดกั้นไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดในระบบได้ เพราะทีมงานวอร์รูมก็เคยผ่านเหตุการณ์แพร่ระบาดของโรคเมอร์สและซาร์สมาแล้ว”

ค่ายรถปรับแผนทำตลาด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในส่วนของอุตสาหกรรมรถยนต์ นอกเหนือจากมาตรการห้ามการเดินทางไปต่างประเทศ ขณะนี้ค่ายรถยนต์ก็ยกเลิกกิจกรรมต่าง ๆที่เกรงว่าเป็นความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาด รวมถึงอีเวนต์ใหญ่ประจำปีอย่างงาน “มอเตอร์โชว์ 2020” ที่มีกำหนดจัดงานระหว่าง 25 มี.ค.-5 เม.ย.นี้ ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี โดยขณะนี้ทางบริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ได้แจ้งเลื่อนการจัดงานเป็นวันที่ 22 เม.ย.-3 พ.ค.2563

อย่างไรก็ตามบรรดาค่ายรถยนต์เตรียมรับมือเรื่องนี้ไว้พอสมควร เนื่องจากปกติงานมอเตอร์โชว์จะถือเป็นฤดูกาลขายรถและจะมีการเปิดตัวรถใหม่จำนวนมาก ดังนั้นค่ายรถจึงเตรียมแผนการทำกิจกรรมและการขายผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้น รวมถึงการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ ก็พิจารณาใช้วิธีการไลฟ์สดผ่านเฟซบุ๊กหรือช่องทางอื่น ๆ แทนเพื่อลดความเสี่ยงของการแพร่ระบาด นอกจากนี้ผู้ค้ารถยนต์บางรายก็มองเป็นโอกาสในระยะยาวโดยมีแนวคิดที่จะเข้าถือหุ้นในกลุ่มผู้ค้ารถออนไลน์ เป็นการสร้างแพลตฟอร์มของตัวเองให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้ง่ายขึ้น

ร้านอาหารรุกแคมเปญดีลิเวอรี่

นอกจากนี้ผลพวงจากความกังวลไวรัสโควิด-19 ส่งผลให้คนเดินห้างสรรพสินค้าน้อยลง ซึ่งกระทบโดยตรงกับธุรกิจร้านอาหาร ทำให้ร้านอาหารค่ายใหญ่ ทั้งไมเนอร์ โออิชิ ซีอาร์จี และเซ็นต่างหันมากระตุ้นช่องทางขายดีลิเวอรี่ ทั้งผ่านแพลตฟอร์มของตัวเอง และร่วมกับแกร็บฟู้ด ไลน์แมน ฟู้ดแพนด้า ฯลฯ เพื่อชดเชยยอดขายหน้าร้านที่หายไป

เริ่มจาก “ไมเนอร์ ฟู้ด” ที่ร้านทั้ง 6 แบรนด์ ได้แก่ เดอะพิซซ่า คอมปะนี เบอร์เกอร์คิง ซิซซ์เลอร์ เดอะคอฟฟี่คลับ สเวนเซ่นส์ และแดรี่ควีน จัดโปรโมชั่นลดราคา และซื้อ 1 แถม 1 สำหรับจัดส่งผ่านช่องทางดีลิเวอรี่ เบอร์ 1112 ตลอดเดือน มี.ค.นี้

สำหรับ “โออิชิ กรุ๊ป” ที่มีร้านอาหารในเครือ 7 แบรนด์ จัดโปรโมชั่นราคาพิเศษ ในเมนูข้าวกว่า 7 เมนู เฉพาะวันจันทร์ -วันศุกร์ เฉพาะสั่งผ่านช่องทางออนไลน์ OISHIDELIVERY.COM และยังมีบริการ Click & Collect ให้ลูกค้าสั่งซื้ออาหารล่วงหน้าทางออนไลน์ และรับสินค้าที่สาขาของร้านอาหารญี่ปุ่นโออิชิใกล้บ้านโดยไม่มีค่าบริการ

ขณะที่ “ซีอาร์จี” ผู้ให้บริการร้านอาหารเคเอฟซี, โอโตยะ, โยชิโนยะ, ชาบูตง, เปปเปอร์ ลันช์, อานตี้ แอนส์ และมิสเตอร์โดนัท ฯลฯ แต่ละร้านได้ทยอยจัดโปรโมชั่นพิเศษสำหรับลูกค้าดีลิเวอรี่ 1312 หรือสั่งผ่าน foodhunt.com เช่น เคเอฟซีมีแคมเปญซุปเปอร์ฮอตต้อนรับซัมเมอร์ ราคา 222 บาท เมื่อสั่งผ่านแกร็บฟู้ดเช่นเดียวกับคัดซึยะ โอโตยะ และเปปเปอร์ลันช์ ที่นำชุดเมนูมาจัดโปรโมชั่นลดราคา 20% สำหรับลูกค้าที่สั่งดีลิเวอรี่ถึง 29 มี.ค.นี้

สนพ.มติชนลุยตลาดออนไลน์

นางสาวเอมอร ส่องสว่าง ผู้จัดการฝ่ายขายพิเศษ บริษัท งานดี จำกัด เครือบมจ.มติชน กล่าวว่า กรณีการระบาดของไวรัสโควิด-19 ส่งผลให้งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติครั้งที่ 48 ในวันที่ 25 มี.ค.-5 เม.ย.นี้ต้องยกเลิกไป ทางสำนักพิมพ์มติชนจึงได้ปรับรูปแบบงานไปขายและทำกิจกรรมทางออนไลน์ ซึ่งทางสำนักพิมพ์ไม่ได้มองว่าเป็นวิกฤต แต่มองว่าเป็นโอกาสที่จะได้หันมามุ่งเน้นการขายทางออนไลน์อย่างจริงจังมากขึ้น

โดยสำนักพิมพ์มติชนมีช่องทางการขายออนไลน์ของตัวเอง คือ www.matichonbook.com และมีช่องทางการขายบนแพลตฟอร์มของพันธมิตรอีก 5 ราย ได้แก่ Lazada, JD Central, Shopee, 24 Shopping และ Thailand Post Mart ซึ่งจากเกิดสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด สถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 และสถานการณ์ทางการเมือง ทำให้สำนักพิมพ์มติชนต้องปรับตัวจากการขายแบบ on ground มาเป็นonline ชัดเจนมากขึ้น

“สำนักพิมพ์มติชนเริ่มเคลื่อนไหวและออกแคมเปญอย่างรวดเร็ว เพื่อกระตุ้นให้นักอ่านตื่นตัว ไม่เศร้าซึม ไม่หมดหวังไปกับสถานการณ์ต่าง ๆ โดยเริ่มจากแคมเปญ “Flash Sale 3.3″ มอบส่วนลดให้ลูกค้า 33% ในวันที่ 3 เดือน 3 ปี 63 ซึ่งมียอดสั่งซื้อเข้ามาเป็นจำนวนมาก ทำให้เห็นว่า แม้ว่าจะมีสถานการณ์แบบนี้ แต่คนก็ไม่ได้หยุดอ่านหนังสือ ไม่ได้หยุดหาความรู้ให้ตัวเอง และหลังจากนี้สำนักพิมพ์มติชนจะมีแคมเปญออกมาอย่างต่อเนื่อง”

THAIFEX 2020 รอลุ้น

นายกลินท์ สารสิน ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การเตรียมพร้อมรับมือเข้าสู่ระยะ 3 ถือเป็นเรื่องจำเป็นที่ต้องเตรียมแต่ต้องอยู่บนพื้นฐานข้อเท็จจริง ไม่ตื่นตระหนกจนเกินกว่าเหตุ ภาครัฐอาจกำหนดมาตรการเข้มงวดขึ้นแต่ก็ไม่แน่ใจว่าจะถึงระดับไหน ให้ประชาชนอยู่แต่ในบ้าน และงดทำกิจกรรมต่าง ๆ หรือไม่ สำหรับแผนการจัดงานแสดงสินค้าอาหาร THAIFEX 2020 ในเดือน พ.ค. โดยหอการค้าร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ ยังต้องรอประเมินสถานการณ์อีก 1-2 สัปดาห์ ว่าจะปรับแผนหรือไม่อย่างไร

แผน สธ.รับมือโควิด-19 เฟส 3

แหล่งข่าวระดับสูงจากกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า เมื่อวันที่ 2 มีนาคมที่ผ่านมา นายแพทย์สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ได้ประชุมการเตรียมความพร้อมด้านการรักษาพยาบาลและป้องกัน กรณีไวรัสโควิด-19 มีการแพร่กระจายในวงกว้าง หรือเฟส 3 โดยได้มีข้อสั่งการให้หน่วยงานต่าง ๆ เฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19ทั้งในประเทศและช่องทางเข้าออกระหว่างประเทศอย่างเคร่งครัด

ขณะเดียวกันก็ให้เตรียมความพร้อมเรื่องจำนวนเตียงคนไข้ สำหรับรองรับผู้ป่วยระหว่าง รพ.ของกระทรวงสาธารณสุข มหาวิทยาลัย กรุงเทพมหานคร เหล่าทัพและตำรวจ รวมถึงจัดระบบส่งต่อกับโรงพยาบาลเอกชน โดยกำหนดให้แต่ละเขตต้องนำข้อมูลมารวมกันว่า แต่ละ รพ.มีห้อง Negative Pressure ห้อง lsolation (ห้องแยกโรค) กี่ห้อง นอกจากนี้ สธ.ยังได้จัดทำแนวทางการวินิจฉัยและดูแลร่วม (กลาง) เพื่อใช้เป็นมาตรฐานเดียวกันทุกเครือข่าย รวมถึงการเตรียมการจัดตั้ง “โรงพยาบาลสนาม” กรณีมีผู้ป่วยจำนวนมาก

ศ.ดร.นพ.เฉลิม หาญพาณิชย์ นายกสมาคมโรงพยาบาลเอกชน กล่าวว่า ที่ผ่านมากระทรวงสาธารณสุขได้ขอความร่วมมือมายังสมาคม ซึ่งสมาคมได้ตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นมาดูแลเรื่องนี้โดยเฉพาะ จะมีการประชุมหารือกันในเร็ว ๆ นี้ ขณะเดียวกันทุกโรงพยาบาลก็ได้เริ่มสำรวจห้อง Negative Pressure เพื่อเตรียมรองรับผู้ป่วยในกรณีที่มีผู้ป่วยเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก และได้มีโรงพยาบาลเอกชนจำนวนหนึ่งที่เสนอตัวเข้าร่วมโครงการและพร้อมจะรับผู้ป่วยเข้าดูแลกรณีที่มีการแพร่ระบาดในวงกว้าง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...