โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ส่อง RPA กับธุรกิจไทย แนะใช้รับยุคเริ่มเข้าสู่แรงงานดิจิทัล

The Bangkok Insight

อัพเดต 17 พ.ย. 2562 เวลา 09.34 น. • เผยแพร่ 17 พ.ย. 2562 เวลา 09.34 น. • The Bangkok Insight

เอบีม คอนซัลติ้ง เผยระบบการทำงานซอฟต์แวร์อัตโนมัติ หรือ RPA กำลังเป็นกระแสที่เติบโตในโลกของแรงงานดิจิทัล โดย RPA ในประเทศไทยมีศักยภาพเติบโตสูงมาก พบธุรกิจในประเทศไทยที่มีการนำเทคโนโลยีนี้มาใช้มีเพียง 13% โดยเฉพาะในภาคธนาคารและประกันภัย

นายอิชิโร ฮาระ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอบีม คอนซัลติ้ง (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ให้บริการด้านคำปรึกษาชั้นนำของญี่ปุ่นบริษัทที่ปรึกษาระดับโลก ในเครือบริษัท เอบีม คอนซัลติ้ง จำกัด ประเทศญี่ปุ่น เปิดเผยว่า การใช้งาน RPA ตามแบบกฎเกณฑ์มาตรฐานอัตโนมัติ หรือ rule-based automation ซึ่งถือว่ายังไม่เป็นแรงงานดิจิทัลเต็มรูปแบบนั้น เป็นแนวโน้มที่กำลังเติบโตของโลก และเทคโนโลยีนี้ยังคงมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องด้วยผสมผสาน ระบบการรู้จำอักขระด้วยแสง (OCR) การประมวลผลภาษาธรรมชาติ (NLP) และปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งจะทำให้เป็นเทคโนโลยีที่ชาญฉลาดมากขึ้นและพร้อมให้ใช้งานในตลาดเร็ว ๆ นี้

Robotic hand using a laptop computer, illustration.

จากการสำรวจเกี่ยวกับสถานการณ์ของ RPA ในประเทศไทยกับบริษัทขนาดใหญ่ใน SET100พบว่า กลุ่มที่ 1 จำนวน 66% ยังไม่ตระหนักว่า RPA คืออะไร และ RPA สามารถทำงานอย่างไร กลุ่มที่ 2 จำนวน 21% ของบริษัทที่สำรวจตอบว่ากำลังพิจารณาและสนใจเทคโนโลยีดังกล่าว แต่ยังไม่แน่ใจถึงประโยชน์ที่แท้จริง และกลุ่มที่ 3 ซึ่งพบว่ามีเพียง 13% เท่านั้นที่ได้ติดตั้งและใช้งาน RPA แล้ว

ทั้งนี้ กลุ่มแรกยังไม่สามารถหาคนทำงานที่เหมาะสมในการเริ่มต้นแนวคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ ในขณะที่กลุ่มที่ 2 ไม่ทราบวิธีการที่เหมาะสมที่จะเริ่มโครงการดังกล่าว ประสบกับปัญหาในการคำนวณอัตราส่วนของผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI) และกำลังเผชิญกับแรงต่อต้านจากผู้ใช้งาน ส่วนกลุ่มสุดท้าย กำลังเผชิญกับการขยายผล การปรับเปลี่ยนตามธุรกิจการกำลังเปลี่ยนไป และการดำเนินงานให้ได้ตามเป้าหมายของ ROI

“การใช้ RPAจะช่วยให้ธุรกิจได้ประโยชน์สูงสุด หากธุรกิจมีกระบวนการเป็นมาตรฐาน แม่นยำสม่ำเสมอ และดำเนินการควบคุมอย่างถูกต้อง ซึ่งช่วยให้สามารถขยายงานได้ง่าย” นายฮาระกล่าว

อิชิโร ฮาระ

ภาคธุรกิจที่มีการนำ RPA มาใช้มากที่สุด คือ ธุรกิจธนาคารอยู่ที่ 70% และธุรกิจประกันภัย 60% ในขณะที่ธุรกิจการผลิต ธุรกิจบริการ ธุรกิจพลังงาน ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม มีแสดงสนใจจะใช้เทคโนโลยีดังกล่าว โดยปัจจุบันการใช้ RPA ในประเทศไทยเน้นเรื่องการจัดทำรายงาน การส่งข้อมูลระหว่างระบบ (System interface) และการป้อนข้อมูลเข้าระบบ ซึ่งถือเป็นงานอันดับต้น ๆ ของหน่วยงานการเงินและบัญชี

สำหรับ RPA ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์อัตโนมัติสำหรับงานที่ต้องใช้คนในภาคธุรกิจต่าง ๆ สามารถูกพัฒนาได้อย่างรวดเร็ว มีการลงทุนที่ต่ำและให้ผลตอบแทนเร็ว RPA เหมาะกับงานทั่วไปที่ต้องใช้พนักงานทำงานเป็นเวลานาน งานที่มีกฏและขั้นตอนชัดเจน งานที่ทำซ้ำ ๆ และงานที่มีปริมาณจำนวนมาก ๆ รวมทั้งงานที่มีโอกาสผิดพลาดอันเนื่องจากการทำงานของคน

ขณะเดียวกันระบบอัตโนมัติมีโอกาสที่จะสามารถทำงานในภาคธุรกิจต่าง ๆ ได้แก่ ระบบไอทีภายใน อาทิ การป้อนข้อมูล อีเมล์ และการค้นหาข้อมูลที่มีตรรกะเฉพาะด้าน โดยการจำลองข้อมูลและการรายงานผล ตรวจสอบข้อมูลหรือจับคู่ข้อมูล แรงงานดิจิทัลสามารถส่งผ่านข้อมูลระหว่างระบบไอทีกับระบบภายนอก เช่น แอพพลิเคชั่นของธนาคาร หรือการต่อเชื่อมกับกลุ่มบริษัท การดึงข้อมูลจากเว็บไซต์ต่าง ๆ เช่น การวิจัยข้อมูลของคู่แข่ง การตรวจสอบราคาหุ้น เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม การใช้งาน RPA อย่างมีประสิทธิภาพนั้น ภาคธุรกิจจะต้องประเมินผลประโยชน์และผลตอบแทนจากการลงทุนก่อนเป็นอย่างแรก ธุรกิจไม่จำเป็นต้องใช้กระบวนการอัตโนมัติทำงานแทนงานที่ทำด้วยคนแบบ 100% เพราะจะเป็นการใช้ต้นทุนที่มากและใช้เวลานานเกินไป อีกทั้งคนยังสามารถทำงานบางงานที่มีประสิทธิภาพมากกว่า

ในการช่วยให้ธุรกิจสามารถนำ RPA มาใช้นั้น เอบีมมีความพร้อมในการช่วยธุรกิจพิสูจน์แนวคิด (PoC) ที่รวดเร็ว ผ่านการพัฒนาระบบอัตโนมัติที่ทำงานได้จริงจำนวนไม่มากในธุรกิจ เพื่อวัดประสิทธิผลของ RPA ภายใน 8 สัปดาห์ โดย PoC ช่วยให้ธุรกิจสามารถวัดประโยชน์จริง ๆ ที่จะได้รับและสร้างโอกาส รวมทั้งตรวจจับประเด็นปัญหาด้านเทคนิค ด้วยต้นทุนที่ต่ำที่สุด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...