โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“นิพนธ์” ลุยติดตามสถานการณ์น้ำเขื่อนบางลาง-เขื่อนปัตตานี

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 26 ก.ย 2564 เวลา 08.58 น. • เผยแพร่ 26 ก.ย 2564 เวลา 08.58 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

ยะลา 26 ก.ย. - “นิพนธ์” ห่วงประชาชน 3 จังหวัดชายแดนใต้เดือดร้อน ลุยติดตามสถานการณ์น้ำเขื่อนบางลาง-เขื่อนปัตตานี เร่งเตรียมการภาคใต้เข้าฤดูมรสุม

เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2564 ที่เขื่อนบางลาง หมู่ที่ 2 ตำบลบาเจาะ อำเภอบันนังสตา จังหวัดยะลา นายนิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์/รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่ตรวจติดตามการควบคุมระดับน้ำและการระบายน้ำของเขื่อนบางลาง เพื่อเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่จังหวัดยะลา และพื้นที่ใกล้เคียง โดยมีรองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 17 หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดยะลา โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดยะลา นายอำเภอ และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ร่วมรายงานสถานการณ์ในพื้นที่

นายนิพนธ์ กล่าวว่า การลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำของเขื่อนบางลาง ซึ่งในปีที่แล้วบริเวณนี้ได้รับผลกระทบจากปริมาณน้ำที่มากกว่าปกติ วันนี้จึงลงมาเพื่อเตรียมความพร้อม โดยคาดการณ์ว่าปีนี้ปริมาณน้ำฝนจะเยอะกว่าปีที่แล้ว ซึ่งขณะนี้ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยกำลังได้รับผลกระทบจากร่องมรสุมพาดผ่าน ดังนั้น พื้นที่ภาคใต้ในช่วงปลายเดือนตุลาคม-ธันวาคม จะเข้าสู่ช่วงมรสุม จึงต้องวางแผนเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ก่อนน้ำมา ตั้งแต่พื้นที่ต้นน้ำไปจนถึงปลายน้ำ บูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย กรมชลประทาน กรมโยธาธิการและผังเมือง กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รวมทั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น วางแผนร่วมกันในการรับมวลน้ำที่จะเข้ามาในช่วงฤดูมรสุม เพื่อลดความเสี่ยงการเกิดอุทกภัยในพื้นที่ ให้เกิดผลกระทบกับประชาชนน้อยที่สุด ไม่ให้เกิดการสูญเสียชีวิต ซึ่งการเตรียมความพร้อมที่ดีจะเป็นการยับยั้งการสูญเสียและบรรเทาความเสียหายได้ นอกจากนี้ ได้ประสานไปยังกรมโยธาธิการและผังเมือง ให้เร่งรัดจัดสรรงบประมาณเพื่อก่อสร้างคันเขื่อนอีกฝั่ง (ชุมชนหมู่ที่ 2) ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว เนื่องจากปริมาณน้ำจากต้นปีนี้มีการเอ่อล้นเข้าท่วมบ้านเรือนที่อยู่อาศัย สร้างความเสียหายให้แก่พี่น้องประชาชนอีกด้วย

ทั้งนี้ จ.ยะลา มีเขื่อนบางลางที่สามารถกักเก็บน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้ง ให้เน้นย้ำหลักคิด “สร้างที่ให้น้ำอยู่ ทำทางให้น้ำไหล” ถ้าทำควบคู่กันก็จะสามารถแก้ไขปัญหาน้ำท่วมน้ำแล้งอย่างเป็นระบบและยั่งยืน การสร้างที่ให้น้ำอยู่ ที่มาของน้ำหลักๆ คือ น้ำฝนในช่วงมรสุม หรือเข้าสู่ฤดูฝนต้องกักเก็บน้ำให้ได้มากที่สุด พร้อมจัดทำทางให้น้ำไหล เพื่อเร่งระบายน้ำในพื้นที่ลุ่มต่ำลงสู่ทะเล อย่าให้กระทบต่อประชาชน บริเวณบ้านเรือนที่อยู่อาศัยและพื้นที่การเกษตร มุ่งคำนึงถึงความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนเป็นสำคัญ พร้อมทั้งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการวางแผนป้องกันน้ำหลากน้ำท่วมในช่วงฤดูฝนที่จะมาถึงนี้อย่างเคร่งครัด รวมทั้งเตรียมพร้อมเครื่องจักร เครื่องมือ และกำลังคน ที่พร้อมจะเข้าไปให้การช่วยเหลือบรรเทาภัยอย่างเต็มศักยภาพ ส่วนสถานการณ์น้ำในเขื่อนบางลาง (ข้อมูลวันที่ 25 ก.ย.64) มีปริมาตรน้ำอ่าง 5,341 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 65 ของความจุที่ระดับเก็บกัก

จากนั้น รมช.มหาดไทย ได้เดินทางต่อไปยังเขื่อนปัตตานี ตำบลตาเซะ อำเภอเมือง จังหวัดยะลา เพื่อติดตามระบบการควบคุมและระบายน้ำ พร้อมทั้งประเมินสถานการณ์เพื่อรับมืออุทกภัยในพื้นที่จังหวัดยะลา ปัตตานี นราธิวาส ซึ่งสำนักงานชลประทานที่ 17 เป็นศูนย์บริหารจัดการน้ำในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยขณะนี้สถานการณ์ในภาพรวมยังคงปกติ แต่ก็ต้องติดตามสถานการณ์พายุและปริมาณฝนตกในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เพราะช่วงนี้เริ่มเข้าสู่ช่วงฤดูมรสุมของพื้นที่ภาคใต้แล้ว. - สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...