โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ดูดวง

รู้ชีวิต...ด้วยดวงดาว(๙๐๘) ศ. ดุสิต อ่านอนาคตของคุณไม่ยากหรอก...แค่รู้จักดาว 10 ดวงเท่านั้น! เรื่องลึกในโหราศาสตร์ไทยชุด "คลังโหร" จ้าวไตรภพ (ต่อ)

มติชนสุดสัปดาห์

เผยแพร่ 03 ก.พ. 2561 เวลา 07.00 น.

รู้ชีวิต…ด้วยดวงดาว(๙๐๘)

ศ. ดุสิต

*อ่านอนาคตของคุณไม่ยากหรอก…แค่รู้จักดาว 10 ดวงเท่านั้น! *

เรื่องลึกในโหราศาสตร์ไทยชุด “คลังโหร”

จ้าวไตรภพ (ต่อ)

ในตอนที่แล้ว เราค้างกันอยู่ถึงการตรวจดาวที่เกี่ยวข้องอยู่ เรามาต่อกันในฉบับนี้เลยนะครับ

คุณเห็นดาวพฤหัสฯ ซึ่งสถิตที่ราศีพฤษภ และดาวศุกร์ที่สถิตในราศีธนู ทั้งสองดาวนี้ “แลกเรือน” กัน คือวินาสน์กับปัตนิ (การร่วมมือในความเปลี่ยนแปลง)

คงมีหลายคนที่นึกสงสัยว่า วินาสน์นั้นไปมีความหมายถึงความเปลี่ยนแปลงได้ยังไง

ความจริงไม่น่าสงสัยเลยครับ

ความวินาสน์ทุกชนิดนั้นก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงอยู่แล้วในตัวของมันเอง

ไม่เชื่อคุณลองนึกดูถึงความวินาสน์ต่างๆ ซีครับ ไม่ว่าจะเล็กจะใหญ่ มันก็ล้วนแต่ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงแก่สิ่งนั้นทุกเรื่อง

อย่างใหญ่ก็เช่น เกิดแผ่นดินไหวทำให้บ้านเรือนพังพินาศและผู้คนล้มตายกันเป็นสิบเป็นร้อย ความเปลี่ยนแปลงก็ย่อมเกิดกับที่นั้นแน่นอน

หรืออย่างเล็ก คุณเบิกเงินจากธนาคารมาหมื่นนึงเพื่อจะเอาไปจ่ายค่าเล่าเรียนของลูก พอออกมาก็โดนโจรมันจี้เอาเงินนั้นไป

ความเปลี่ยนแปลงก็ย่อมเกิดกับตัวคุณในทันทีอย่างแน่นอน เพราะไม่รู้จะเอาเงินที่ไหนไปจ่ายค่าเล่าเรียนให้ลูก ยังงี้เป็นต้น

ก็อาจมีปัจจัยเป็นอย่างนี้แหละครับ โบราณท่านจึงเอาความเปลี่ยนแปลงมาซุกไว้ในภพวินาสน์นี้

นอกเรื่องไปแล้ว กลับเข้าเรื่องอ่านดวงใหม่ ทีนี้คุณดูที่ภพสำคัญคือราศีมิถุนอันเป็นที่ตั้งของลัคนาจรในปีนี้ ในราศีนี้คุณจะเห็นว่ามีดาวอังคาร (๓) สถิตกุมลัคนาจรอยู่ ดาวอังคารนี้เดิมเป็นเจ้าเรือนกดุมพะ (การได้มา) กับปัตนิ (การร่วมมือ) แต่ปีนี้ทำหน้าที่ อริ (อุปสรรค) กับ ลาภะ (ความหวัง) อ่านได้ว่า ปีนี้จะได้มาซึ่งความหวังที่ไม่ราบรื่นหรือสดใสนัก

และถ้าถามว่า แล้วปัญหาที่ไม่ราบรื่นและสดใสนักนี่น่ะ จะสมหวังหรือเปล่าล่ะ? จะดูที่ตรงไหน?

ก็ดูต่อไปซีครับว่า ดาวที่กุมลัคน์ซึ่งทำหน้าที่อริ-ลาภะในปีนี้อยู่น่ะ ได้รับความสัมพันธ์จากดาวอื่นหรือเปล่า ก็จะเห็นได้ว่ามีดาวศุกร์ที่ลอยอยู่ในราศีธนูนั้นเล็งอังคารอยู่แล้ว และดาวศุกร์ในราศีธนูนั้นได้มาตรฐานมหาจักร จึงมีพลังมากพอที่จะส่งมาสนับสนุนอังคารได้เพราะอังคาร-ศุกร์นั้นก็เป็นคู่มิตรกัน เมื่อปีนี้ศุกร์ทำงานด้าน ปุตตะ-วินาสน์ คือความเปลี่ยนแปลงเป็นสิ่งใหม่ ก็ผสมความหมายอ่านได้ว่า ในปีนี้เจ้าชาตาจะเปลี่ยนแปลงชีวิตด้วยการพบกับภาวะใหม่ที่ดูจะด้อยกว่าเก่า แต่ก็ไม่มากนัก (เพราะอังคารนั้นก็เป็นเจ้าเรือนลาภะอยู่ในตัวด้วย)

อ่านเพียงแค่นี้ คุณก็ให้คำตอบแก่เจ้าชาตาได้แล้วกระมังครับว่าควรจะตอบเขาว่าอย่างไร

เขาให้คุณเลือกทางเดินให้เขาว่าจะไปทำงานกับบริษัทใหม่ที่เงินเดือนน้อยกว่า หรือควรจะทนอยู่กับบริษัทเดิมที่เงินเดือนและตำแหน่งดีกว่า แต่อาจจะล้มลงได้?

ถ้าอ่านดวงได้อย่างนี้ คุณก็คงตอบเขาได้ว่าควรไปทำงานในบริษัทใหม่จะเป็นประโยชน์แก่ชีวิตมากกว่า เพราะบริษัทเดิมนั้นตามดวงแล้วมีแต่จะตกต่ำลงไป เนื่องจากมีสุขภาพที่ไม่สมบูรณ์และขาดความมั่นคงแล้ว

อ้าว-ดูยังงี้ก็ได้รึ? บริษัทเก่าบริษัทใหม่ใครจะดีกว่ากันนี่น่ะ ดูตรงไหนครับ “จารย์?

ว้า…สอนให้ตั้งหลายหนแล้วทำไมไม่ค่อยจะจำกันซักทีนะ ทั้งๆ ที่ก็ไม่ใช่ของยากเย็นอะไรซักหน่อยเลย

ของใหม่ก็ดูที่ดวงใหม่ (ดวงจร) ซี ของเก่าก็ดูดาวดวงเก่า (ในดวงจร) ว่าปีนี้สถิตอยู่ในที่อันดีหรือเปล่า ก็จะรู้ถึงฐานะของสิ่งใหม่กับสิ่งเก่าได้แล้ว ไม่ยากอะไรเลย

ดูในดวงตัวอย่างก็ได้ เรื่องการงานก็ดูที่ดาวกัมมะ ดาวกัมมะในดวงจรคือพฤหัสฯ สถิตอยู่ที่ราศีพฤษภภพวินาสน์จร แลกเรือนกับดาวศุกร์มหาจักรที่ย้ายมาสถิตยังราศีธนู จึงเท่ากับได้ “อนุเกษตร” ที่มีความหมายถึงความเปลี่ยนแปลงที่มั่นคง ส่วนดาวกัมมะตัวเดิมคือดาวจันทร์นั้นในปีนี้ย้ายมาสถิตที่ราศีมังกรอันเป็นภพมรณะจรและได้มาตรฐานประ ซึ่งหมายถึงความพลัดพรากและไม่มั่นคงถาวรแล้ว

เห็นยังงี้แล้วคุณจะเลือกเอาข้างไหนล่ะ?

นี่ก็เป็นวิธีหนึ่งในการพยากรณ์จากคำถามที่ตอบยาก ซึ่งต้องใช้ “จ้าวไตรภพ” มาเป็นหลักในการทำนายอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ผมก็นำมาเพื่อให้คุณๆ ได้เห็นถึงอานุภาพของ “จ้าวไตรภพ” ตามหัวเรื่องที่จั่วไว้นั่นเอง

ทีนี้คุณเห็นรึยังล่ะว่า ภพทั้งสามที่ว่านี้เป็น “จ้าว” จริงอย่างที่ว่าไว้ไหม มีอิทธิพลในราศีจักรยังไง แทบจะเรียกว่าทั้งสามภพนี้เข้าไปมีความสำคัญอยู่ในเรื่องเกือบทุกเรื่องทีเดียว จึงเป็นเรื่องที่เราจะต้องสนใจในภพทั้งสามนี้ให้ดี

ก็เห็นจะสรุปได้ว่า ภพทั้งสามนี้เสมือนกับถูกผูกโยงกันไว้ มีหลายครั้งทีเดียวที่เรามักจะต้องพยากรณ์ภพทั้งสามนี้ไปด้วยกัน ดังนั้น เมื่อใดที่เราถูกถามในเรื่องที่เกี่ยวกับภพใดภพหนึ่งในสามภพนี้

เราควรจะต้องดูในภพทั้งสามนี้ทั้งหมดด้วย ก็จะได้คำตอบที่ถูกต้องและความแม่นยำที่น่าพอใจทีเดียว

ต่อไปก็จะได้ว่าถึงเรื่องของ “กัมมะ” บ้าง

ในเรื่องของกัมมะนี้ผมจะไม่แจงรายละเอียดมากนัก เพราะได้แจงถึงวิธีการพยากรณ์ในเรื่องของศุภะมาอย่างละเอียดพอแล้ว การทำนายก็ใช้หลักการอันเดียวกันนั่นแหละ แต่ในตอนนี้ผมจะแจงเรื่องของ “ความหมาย” ของภพกัมมะให้ฟังอีกหน่อย เพื่อให้คุณๆ ได้มีความเข้าใจที่ดีขึ้นว่าภพนี้มีความหมายยังไงมั่ง

คุณอาจจะบอกว่าเรียนมาถึงป่านนี้ รู้หมดแล้วละไอ้เรื่องความหมายของภพกัมมะน่ะ ก็ใช่ครับ ผมก็ว่าคุณรู้กันแล้วเหมือนกัน

เพียงแต่ว่าอาจจะรู้ไม่หมดก็ได้

ไอ้ความหมายที่ว่ากัมมะคืออาชีพการงานหรือการกระทำน่ะมันเป็นเรื่องพื้นๆ ที่รู้กันไม่ยากหรอก แต่ความหมายลึกๆ หรือความหมายละเอียดๆ ที่โบราณท่านชอบเอามาซุกไว้ในภพต่างๆ นี่ต่างหากล่ะครับที่พวกเรายังรู้กันไม่ทั่ว

หรือรู้มาบ้างแต่ก็ยังไม่ซึ้งเลย เช่น “บ้านหลังที่สอง” นั้นซุกอยู่ในภพศุภะ “เมียคนที่สอง” ซุกอยู่ในภพลาภะ ฯลฯ อะไรยังงี้แหละ คุณซึ้งกับมันดีหรือเปล่าล่ะครับ?

การที่ชาตาชีวิตของคนคนหนึ่งจะดีขึ้นกว่าปีก่อนหรือตกต่ำลงกว่าปีที่แล้ว หรือจะต้องประสบกับความเลวร้ายอย่างรุนแรง หรือเป็นกลางๆ ไม่ดีขึ้นไม่เลวลง มันก็เหมือนๆ กับปีที่แล้วนั่นแหละ ฯลฯ

พฤตินัยหรือความเป็นไปอย่างนี้แหละครับที่มันซ่อนอยู่ในภพกัมมะ

ผมว่าหลายคนยังไม่รู้เลยว่าโบราณท่านใช้ภพกัมมะนี่แหละเป็นตัวอ่านดูถึงชาตาของชีวิตในแต่ละปีหรือแต่ละขณะ (ตามกรณีที่ใช้ดูในขณะนั้น)

ที่เราไม่ค่อยรู้กันก็เพราะเราลืมไปว่า ภพนี้มีความหมายถึง “กรรม” ยังไงล่ะครับ

เราอาจจะพูดได้ว่า เมื่อต้องการที่จะดู “ความเปลี่ยนแปลง” ของชีวิต เราก็สามารถที่จะดูได้จากภพกัมมะนี่แหละอีกภพหนึ่ง คือดูว่าในปีนั้นหรือในช่วงขณะเวลานั้น “กรรม” ของเขาส่งชาตาให้เป็นอย่างไร ดีหรือร้าย หรือไม่ดีไม่ร้าย

ถึงตอนนี้หลายคนก็อาจจะถามทันทีว่า แล้วดูยังไงล่ะที่จะรู้ว่าชาตาดีหรือร้ายหรือไม่ดีไม่ร้าย?

ถามน่ะง่ายดีออกครับ แค่อยากรู้ก็ถามเลย แต่ตอบนี่สิครับที่ไม่ได้ง่ายอย่างที่คุณนึกหรอก เพราะการดูในเรื่องอย่างนี้ไม่ใช่ชี้ที่ดาวนั้นดาวนี้แล้วบอกว่าดูที่นี่ไง แค่นั้นจบ ไม่ใช่ครับ การทำนายในเรื่องที่ละเอียดอย่างนี้เป็นเรื่องที่ผู้ศึกษาหรือผู้ให้คำพยากรณ์จะต้องใช้วิจารณญาณอย่างละเอียดรอบคอบเพราะแต่ละดวงหรือแต่ละชีวิตไม่เหมือนกัน จะมายึดหลักอยู่ที่ภพหรือดาวดวงเดียวกันไม่ได้เลย

อีตรงนี้แหละครับที่เป็น “กึ๋น” ของนักพยากรณ์ละที่จะตรวจดูดาวดูภพให้รู้ถึงภาวะชีวิตในขณะที่ต้องการนั้น

ซึ่งถ้ารู้วิธีแล้วก็ดูไม่ยากเท่าไหร่เหมือนกัน เพราะผมบอกแล้วไงว่า ดูที่ภพกัมมะหรือดาวกัมมะนี่แหละ (หมายถึงภพและดาวในดวงจรนะครับ)

พูดง่ายๆ ก็คือ ดูว่า “กรรม” ของเขาจะส่งผลอะไรมาให้ชาตาในขณะนั้น ยกตัวอย่างที่มีอยู่แล้วนี่แหละ เอ้า-คุณดูที่ดวงตัวอย่างอีกที

ดูที่ดาวกัมมะจรคือพฤหัสฯ จะเห็นว่าย้ายมาอยู่ที่ราศีพฤษภ ภพวินาสน์ แลกเรือนกับดาวศุกร์ที่ไปเป็นมหาจักรอยู่ที่ราศีธนู บ่งถึงปีนี้ชาตาจะมีความเปลี่ยนแปลงในด้านของการงาน แต่จะทำให้วิถีชีวิต “ดีขึ้น” เพราะศุกร์ได้มหาจักร ทำไมถึงทายยังงี้ได้ก็เพราะดาวศุกร์นั้นกุมอยู่กับดาวพุธซึ่งเป็นตนุลัคน์ในปีนี้เรื่องจึงผูกพันเชื่อมโยงกันอยู่ และชีวิตที่จะดีขึ้นได้นี้ก็เพราะมีเพื่อนช่วยเหลือ (เพื่อนนำงานใหม่มาให้)

นี่เป็นตัวอย่างของการดูด้วย “กัมมะ” อย่างที่ว่า ซึ่งวิธีนี้ดูได้ทุกดวงที่ต้องการจะรู้ถึงคำตอบที่ไม่ได้มีจุดชัดเจน แต่คุณก็ต้องมีไหวพริบที่จะจับให้ได้ด้วยนะครับว่า ชาตาในดวงนั้นมีจุดต้องการในด้านใด การจับดาวกัมมะเข้าไปอ่านจะต้องเข้ากับเรื่องนั้นๆ ด้วยจึงจะถูกต้อง

แต่ผมว่าเรื่องอย่างนี้ไม่ใช่เรื่องยากสำหรับคุณๆ นักหรอก ถ้าอ่านดวงเป็นแล้วเห็นดวงจรเข้าลักษณะไหนก็พออ่านได้ว่าจะเข้ากับจุดไหน เอ้า-ยกตัวอย่างให้ดูอีกก็ได้ เช่นมีหญิงสาวคนหนึ่งเอาดวงมาให้คุณดูแล้วถามว่า–

“หนูมีแฟนเป็นคนต่างชาติค่ะ ตอนนี้เขาจะกลับบ้านเขาที่ประเทศอิตาลี เขาชวนให้หนูไปอยู่กับเขาที่โน่นอย่างเป็นทางการเลย หนูควรจะไปไหมคะ?”

ลองคิดคำตอบกันดูสักพักนะครับ ติดตามกันต่อฉบับหน้าครับ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...