รอวันหย่า!? อดีตที่ปรึกษาเผย ‘เมลาเนีย’ จ่อเลิก ‘ทรัมป์’ หลังพ้นทำเนียบขาว
The Bangkok Insight
อัพเดต 09 พ.ย. 2563 เวลา 12.03 น. • เผยแพร่ 09 พ.ย. 2563 เวลา 11.58 น. • The Bangkok Insight
อดีตที่ปรึกษา "เมลาเนีย ทรัมป์" ระบุ สุภาพสตรีหมายเลข 1 ของสหรัฐ เตรียมที่จะหย่าขาดจาก "โดนัลด์ ทรัมป์" หลังหมดวาระการบริหารประเทศ
นางสาวสเตฟานี วอลคอฟฟ์ อดีตที่ปรึกษาอาวุโสของนางเมลาเนีย ทรัมป์ สตรีหมายเลข 1 ของสหรัฐ ออกมาเปิดเผยว่า นางเมลาเนีย เตรียมหย่ากับสามีของเธอ หลังจากที่อีกฝ่ายหมดวาระในการบริหารประเทศแล้ว
การเปิดเผยดังกล่าว สอดคล้องกับคำพูดก่อนหน้านี้ ของนางโอมาโรซา แมนิโกลต์ นิวแมน อดีตที่ปรึกษาด้านการเมืองของ นายทรัมป์ ที่บอกว่าชีวิตสมรสของทั้งคู่ ที่กินเวลานาน 15 ปี จบสิ้นลงแล้ว
"เมลาเนียกำลังนับถอยหลังทุกนาที จนกว่าเขา (นายโดนัลด์ ทรัมป์) จะหมดวาระ เธอจะได้หย่าได้" นางนิวแมน กล่าว
"ถ้าเมลาเนียจะหาทางสร้างความอับอายแล้วทิ้งเขาไปตอนอยู่ในตำแหน่ง เขาก็จะหาทางเล่นงานเธอทีหลัง"
อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมา นางเมลาเนีย ยืนยันมาโดยตลอด ว่า ตนมีความสัมพันธ์ที่ดีกับสามี ขณะที่ผู้นำสหรัฐก็ระบุว่า ตน และนางเมลาเนีย ไม่เคยทะเลาะกัน
ทางด้านนางคริสตินา เพรวิท นักกฎหมายที่เชี่ยวชาญเรื่องคดีการหย่าร้าง เผยว่า เป็นไปได้ที่นางเมลาเนีย จะทำสัญญากับสามีเอาไว้ว่า จะไม่เขียนหนังสือ หรือให้สัมภาษณ์ที่เปิดเผยเรื่องราวทางลบของสามี เช่นเดียวกับที่ทรัมป์ เคยทำสัญญาแบบเดียวกันนี้ กับนางมาร์ลา เมเปิลส์ ภรรยาคนที่ 2
ข่าวการหย่าร้างดังกล่าว ยังเกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกับที่ "ซีเอ็นเอ็น" สื่อยักษ์ใหญ่ของสหรัฐ รายงานอ้างแหล่งข่าวว่า บรรดาคนใกล้ตัวของประธานาธิบดีทรัมป์ เริ่มไม่เห็นด้วย กับการที่เขาปฏิเสธผลการเลือกตั้ง
กลุ่มคนที่ว่านี้ รวมถึง นายจาเร็ด คุชเนอร์ บุตรเขยของ ทรัมป์ หรือแม้กระทั่ง นางเมลาเนีย สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งของสหรัฐ ที่ต่างก็แนะนำให้ทรัมป์ ยอมรับชัยชนะของนายโจ ไบเดน ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐคนที่ 46
ซีเอ็นเอ็น อ้างแหล่งข่าวว่า นายคุชเนอร์ ซึ่งเป็นที่ปรึกษาของทรัมป์ด้วยนั้น ได้เข้าไปพูดคุยกับเขา และแนะนำให้ทรัมป์ประกาศยอมรับความพ่ายแพ้ ขณะที่นางเมลาเนียก็ได้กล่าวกับ ผู้นำสหรัฐเป็นการส่วนตัวว่า เวลาของเขาหมดลงแล้ว และขอให้เขายอมรับความพ่ายแพ้ในการเลือกตั้งครั้งนี้
อย่างไรก็ดี นายเจสัน มิลเลอร์ ผู้จัดการทีมหาเสียงของทรัมป์ ทวีตข้อความปฏิเสธรายงานข่าวที่ว่า นายคุชเนอร์ได้พูดคุยกับทรัมป์ เพื่อขอให้ยอมรับความพ่ายแพ้ แม้ซีเอ็นเอ็นจะยืนยันว่าเป็นเรื่องจริงก็ตาม
จนถึงขณะนี้ ทรัมป์ ยังคงไม่ยอมรับผลการเลือกตั้ง เนื่องจากเชื่อว่ามีการโกง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการโกงคะแนนเลือกตั้งทางไปรษณีย์ พร้อมกับขู่ว่า จะใช้วิธีทางกฎหมาย เพื่อคัดค้านผลการเลือกตั้งอย่างเร็วที่สุดในวันนี้ (9 พ.ย.) ตามเวลาท้องถิ่น
ก่อนหน้านี้ ทีมหาเสียงของทรัมป์ ก็ได้ยื่นคำร้องให้มีการนับคะแนนใหม่ในรัฐสมรภูมิ เช่น เพนซิลเวเนีย มิชิแกน และจอร์เจีย ร่วมถึงรัฐวิสคอนซิน โดยขณะนี้ ทางรัฐจอร์เจียได้ประกาศเตรียมนับคะแนนใหม่อีกครั้งแล้ว ซึ่งเป็นไปตามกฎข้อบังคับท้องถิ่นของรัฐ ที่จะต้องนับคะแนนใหม่ หากคู่เลือกตั้งมีคะแนนต่างกันไม่ถึง 0.5%
รัฐจอร์เจีย ระบุว่า ผลการลงคะแนนเสียง ของรัฐจอร์เจีย สูสีกันเกินไป จากทั้งหมด 5 ล้านโหวต โดยมีคะแนนต่างกันไม่ถึง 1 หมื่นคะแนน จึงจะนับคะแนนใหม่ หลังจากการนับผลโหวตทั้งหมดแล้ว ซึ่งหาก ไบเดน ชนะผลโหวตรัฐจอร์เจีย เขาจะกลายเป็นผู้นำพรรคเดโมแครตคนแรก ที่ชนะการเลือกตั้งในรัฐจอร์เจียในรอบ 28 ปี หรือตั้งแต่ปี 2535 เป็นต้นมา
รู้จัก "เมลาเนีย ทรัมป์"
เมลาเนีย เกิดในครอบครัวชนชั้นทำงาน ที่เมืองเซอูนิตซา เดิมอยู่ในประเทศยูโกสลาเวีย ปัจจุบันเป็นดินแดนของสโลวีเนีย ด้วยใบหน้าคมเข้ม และรูปร่างเพรียวบาง เธอจึงถูกทาบทาม และเริ่มงานในแวดวงนางแบบตั้งแต่อายุเพียง 16 ปี ก่อนเซ็นสัญญาเป็นนางแบบอาชีพ กับโมเดลลิ่งในเมือง มิลาน ประเทศอิตาลี เมื่ออายุ 18 ปี
เธอบินข้ามทวีปมาถ่ายแบบที่สหรัฐ จนได้มาเจอกับทรัมป์ ที่หย่าร้างกับภรรยา คนที่ 2 มาพักใหญ่ ในงานเลี้ยงแฟชั่นวีก ที่นครนิวยอร์ก ทั้งคู่ตกหลุมรักกันและกันแบบถอนตัวไม่ขึ้น สานสัมพันธ์อยู่นานกว่า 7 ปี จนความรักสุกงอม เมลาเนีย จึงตกลงปลงใจเป็นภรรยาคนที่ 3 ของทรัมป์อย่างเป็นทางการในปี 2549
หลังแต่งงาน 1 ปี เมลาเนียให้กำเนิดทายาท ชื่อ บารอน ทรัมป์ ซึ่งสามีของเธอ ยกย่องเมลาเนียเป็นสุดยอดคุณแม่
นอกจากความสวยแล้ว เมลาเนียยังมีความสามารถในด้านภาษา โดยเธอสามารถสื่อสาร ได้ถึง 5 ภาษา คือ สโลวีเนีย เซอร์เบีย เยอรมัน ฝรั่งเศส และอังกฤษ
อ่านข่าวเพิ่มเติม