โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

สะพัด!นักธุรกิจไต้หวันหนีไปแล้ว หลังได้รับประกันตัวกลับไปข่มขู่คู่กรณี เลยกุเรื่องถูกอุ้ม

MATICHON ONLINE

อัพเดต 27 พ.ย. 2561 เวลา 06.48 น. • เผยแพร่ 27 พ.ย. 2561 เวลา 06.48 น.

จากกรณีนายสุวัชร์ สันตโยดม อายุ 57 ปี ผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์อาหารทางการแพทย์และน้ำเกลือเข้าพบตำรวจกองปราบเพื่อให้ช่วยติดตามตัวนาย ไซม่อน เจียง อายุ 58 ปี สัญชาติไต้หวัน เพื่อนสนิทซึ่งเป็นนักธุรกิจเกี่ยวกับเอเจนซี่ติดต่อเช่าเหมาลำสายการบินระหว่างประเทศ และเป็นตัวแทนจำหน่ายตั๋วเครื่องสายการบินต่างๆในประเทศจีน เนื่องจากได้หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยตั้งแต่วันที่ 20 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา โดยเกรงว่าอาจถูกอุ้มเพื่อฆ่าปิดปาก เพราะกุมความลับทางธุรกิจของเพื่อนร่วมงานไว้นั้น

เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน ด้านพ.ต.อ.ปริญญา เหลืองอุทัย ผกก.ทุ่งสองห้อง เปิดเผยว่า สำหรับกรณีดังกล่าวนั้นเป็นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสน.ทุ่งสองห้องได้ทำการจับกุม นายไซม่อน เจียง อายุ 58 ปี ชาวไต้หวัน ไปตั้งแต่วันที่ 20 ตุลาคมที่ผ่านมาแล้ว จากนั้นได้มีการแถลงข่าวไปเมื่อวันที่ 22 ตุลาคม ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และนายไซม่อนได้ถูกควบคุมตัวอยู่ที่ห้องกักของทางสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง จากนั้นเมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน ได้รับการประกันตัวชั่วคราว และในที่วันที่ 20 พฤศจิกายน จะต้องกลับมารายงานตัวอีกครั้ง ปรากฎนายไซม่อนไม่ได้มารายงานตัวและได้หายไป ซึ่งทางสน.ทุ่งสองห้องก็ยังไม่ได้รับเบาะแสใดเกี่ยวกับนายไซม่อนจนถึงขณะนี้

รายงานข่าวแจ้งว่า นายไซม่อน เจียง เป็นผู้ต้องหาคดีกรรโชกทรัพย์ ซึ่งหลังจากถูกจับกุมตัวก็ได้มีการต่อสู้ในชั้นศาลจากนั้น นายไซม่อนก็พยายามขอประกันตัวมาโดนตลอด จนกระทั่งวันที่ 19 พฤศจิกายน ได้รับการประกันตัว เมื่อได้รับการประตัวเสร็จก็ได้ออกไปข่มขู่ฝ่ายตรงข้ามว่าสามารถออกมาได้แล้ว จากนั้นเมื่อเจ้าหน้าที่ทางสำนักงานตรวจคนเมืองตรวจสอบพบว่าเอกสารไม่ครบก็ได้เรียกตัวกลับมาในวันที่ 20 พฤศจิกายน ปรากฏว่านายไซม่อนไม่มาตามนัด ซึ่งทางเจ้าหน้าที่เชื่อว่าไม่ได้มีการหายตัวไปหรือใครลักพาตัวแต่เป็นการหลบหนีการจับกุม อย่างไรก็ตามจากตรวจสอบพบว่านายไซม่อนได้หลบหนีออกนอกประเทศไปแล้ว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...