แค่อ่านก็สบายตัว!! 10 วิธีการนวด ที่ผ่อนคลายดีที่สุดในโลก
ถ้าความปวดเมื่อยร่างกายนั้นเป็นสิ่งที่พระเจ้าสร้างขึ้นมาเพื่อลงทัณฑ์กับพวกมนุษย์แล้วไซร้ ก็ต้องขอขอบคุณที่ยังมีความปราณีให้พวกมนุษย์อย่างเราๆ สามารถคิดค้นวิธีการนวดขึ้นมาเพื่อให้พวกเราเอาไว้แก้ไขและบรรเทาอาการเจ็บปวดที่แสนจะทุกข์ทรมาน แถมยังทำให้พวกเรามีความสุขไปพร้อมๆ กับการผ่อนคลายความปวดเมื่อยเหล่านั้น และนี่คือ 10 วิธีของการนวดที่ดีที่สุดในโลกค่ะ
วิธีที่ 1 นวดโดยใช้ศาสตร์ด้านอายุรเวท(Ayurveda) อินเดีย
เป็นวิธีการนวดที่ถ่ายทอดสืบต่อกันมาช้านานจากประเทศอินเดีย อาจจะเป็นนวดที่ดีที่สุดที่ได้ให้กำเนิดรูปแบบอื่น ๆ อีกมากมาย เป็นศาสตร์ที่มีความเป็นวิทยาศาสตร์ เน้นในการบำบัดรักษาร่างกายแบบองค์รวม เพื่อป้องกันและเยียวยารักษาทั้งร่างกายและจิตใจ สามารถดีท็อกซ์และลดความเครียดของคุณด้วยความช่วยเหลือของน้ำมันสมุนไพร นอกจากจะเป็นการปรับสมดุลให้แก่ร่างกายแล้ว ยังช่วยให้ระบบการไหลเวียนของเลือดในร่างกายทำงานได้ดีขึ้น
วิธีที่ 2 นวดโดยใช้หินร้อน (Hot Stone Massage)* *
ความอบอุ่นของหินลาวาจะซึมลึกใต้ผิวของคุณและส่งผ่านความรู้สึกของร่างกายที่ไม่เหมือนใคร หินที่ใช้จะเป็นหินสีดำ เพราะเก็บความร้อนได้ดี เมื่อทำให้หินมีความร้อนถึงระดับแล้วจะนำมานวดตาม จุดต่าง ๆ ของร่างกายที่มีอาการปวด พร้อมนวดร่างกายด้วยน้ำมันที่มีกลิ่นหอมเพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อ และยังช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต กระตุ้นการทำงานของเซลล์ ช่วยให้เซลล์ได้รับออกซิเจนเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ยังอาจช่วยลดเซลลูไลท์ เพิ่มความอบอุ่นให้ร่างกายในคนที่มีอาการมือและเท้าเย็น หรืออ่อนเพลีย
วิธีที่ 3 นวดแบบบาหลี (Balinese Massage)* *
การนวดแบบบาหลีเป็นรูปแบบของการนวดแบบลึกและถูกออกแบบมาให้ช่วยบรรเทาความปวดเมื่อยให้เกือบทุกกล้ามเนื้อในร่างกาย หมอนวดจะใช้เทคนิคต่าง ๆ รวมถึงการเคลื่อนไหวของ acupressure อย่างการจุดกด และเทคนิคการนวดมาตรฐาน ทำให้การนวดแบบนี้ให้ความรู้สึกอ่อนโยนและเน้นการผ่อนคลาย
วิธีที่ 4 นวดแผนไทย* *
แตกต่างจากรูปแบบการนวดแบบตะวันตก เน้นการไหลเวียนโลหิต และแรงกดดันเพื่อกระตุ้นสุขภาพภายใน และความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อ การรักษามักจะเริ่มต้นด้วยเท้าและค่อยๆ เคลื่อนขึ้นไปที่หัว ลักษณะการนวด มีหลากหลายทั้ง การนวดยืด การนวดแบบจับเส้น การนวดแบบกดจุด เป็นวิธีการนวดแผนไทยที่ใช้เพื่อผ่อนคลายและปรับพลังในร่างกาย ทำให้คนจำนวนมากที่เข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย อดไม่ได้ที่จะลองการนวดแบบไทยดูสักครั้ง
วิธีที่ 5 ฮัมมัม หรือ การอาบน้ำแบบเตอร์กิช * *
เป็นการอาบน้ำในห้องอบไอน้ำ อาจจะมีการขัดผิว ตามด้วยการนวด ชาวตุรกี อาหรับ หรือชาวโมร็อกโกจะไปทำฮัมมัมอาทิตย์ละครั้ง เพื่อบำรุงความงาม หรืออาจไปฮัมมัมในวาระโอกาสพิเศษ การนวดอาบน้ำแบบตุรกีจึงเป็นเสมือนพิธีกรรม และกลายเป็นหนึ่งในบริการนวดที่ดีที่สุดในโลก ห้องอาบน้ำ จะแบ่งออกเป็น ห้องอุ่น ที่ถูกทำให้ร้อนด้วยการไหลอย่างต่อเนื่องเพื่อให้เหงื่อออก จากนั้นก็จะย้ายไปยังห้องที่ร้อนยิ่งกว่า (เรียกว่าห้องร้อน) ก่อนที่จะล้างในน้ำเย็น หลังจากอาบน้ำเต็มรูปแบบด้วยการขัดผิวด้วยสบู่ดำและถุงมือขัดผิว โดยนักบำบัดที่เรียกว่า Tellaks หรือ Hammamis ซึ่งการขัดผิวในห้องอบไอน้ำ เรียกว่า Gommage และจะปิดท้ายด้วยการนวด
วิธีที่ 6 นวดแบบสวีดิช ในยุโรป
โดยทั่วไปจะเรียกว่าการนวดแบบคลาสสิกซึ่งเดิมได้มีการจัดและบรรยายโดยแพทย์ชาวดัตช์ Johan Georg Mezger การนวดแบบสวีดิชประกอบด้วยชุดของการนวดแบบต่างมากมาย เช่น เอฟเฟลอเรจ(Effeurage) ที่เป็นการนวดเบาๆ เพื่อเพิ่มการหมุนเวียนโลหิต, เพ็ตทริสเสจ(Petrissage) เป็นการขยำกล้ามเนื้อให้ยกขึ้นห่างออกจากกระดูกแล้วก็บีบ เพื่อกระตุ้นการหมุนเวียนโลหิตที่อยู่ลึกลงไป , เทโพตเมนต์(Tapotement) หรือการลูบแบบเคาะ เพื่อกระตุ้นกล้ามเนื้อและประสาท , ฟริคชั่น (Friction) เป็นการออกแรงกดลงในเนื้อเยื่อ เพื่อทำให้บริเวณที่นวดมีอุณหภูมิสูงขึ้น ส่งผลทำให้เอ็นหรือพังผืดที่ยึดติดแยกออกจากกันได้ , ไวเบรชัน(Vibration) เป็นการนวดที่มีการเขย่าหรือการเคลื่อนไหวอย่างมีจังหวะในระดับความเร็วต่างๆ กัน ทำให้เนื้อเยื่อที่ได้รับการนวดเกิดคลื่นความสั่นสะเทือน
วิธีที่ 7 การนวดด้วยไม้ไผ่ ของเอเชีย
เป็นการนวดแบบเอเชียที่กำลังได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน ด้วยวิธีการนวดที่นำไม้ไผ่ที่เป็นของแข็งที่มีความยาวและเส้นผ่าศูนย์กลางต่างกันมาทำให้อุ่นเพื่อนำมานวดร่างกาย ก้านไผ่ที่อบอุ่นจะช่วยให้ร่างกายรู้สึกอบอุ่น และยังเอามาใช้เพื่อให้เกิดจังหวะการนวดที่ลึกและยาวเพื่อทำลายความตึงเครียดและยืดกล้ามเนื้อที่ตึง
วิธีที่ 8 การนวดแบบโลมิโลมิ (Lomi Lomi Massage)
ในภาษาฮาวายคำว่า “Lomi” หมายถึง “การนวด” และเป็นการนวดที่มาจากฮาวาย โดยเชื่อว่าเป็นการนวดที่เปลี่ยนเส้นทางการไหลของพลังงานภายในร่างกาย จิตใจ และจิตวิญญาณ เพื่อรักษาสมดุลของร่างกาย จิตใจ ระดับอารมณ์ และจิตวิญญาณ เจ็บป่วย ความตึงเครียด และความเจ็บปวดถูกมองว่าเป็นผลพวงมาจากการอุดตันการไหลของพลังงานในร่างกาย
วิธีที่ 9. นวดแบบชิอัตสึ (Shiatsu) ของญี่ปุ่น* *
ที่มาจากการใช้หลักการชิอัตสึ แบบลัทธิเซ็น (Zen) โดยแฝงปรัชญาธรรมชาติ ตามหลักความสมดุลแห่งธาตุทั้งห้า ได้แก่ ดิน น้ำ ลม ไฟ และโลหะ ถือเป็นรูปแบบของการออกกำลังกายบำบัดผ่านการนวด, การกด, แตะ และเทคนิคการยืดเส้น
วิธีที่ 10 นวดแบบอโรมา (Aromatherapy)* *
คือ การใช้น้ำมันหอมระเหย คือ การใช้น้ำมันหอมระเหยจากพืชเพื่อการรักษา โดยใช้กลิ่นของน้ำมันระเหยสมุนไพรในการบำบัด พร้อมกับการนวดแบบสัมผัสเพียงแผ่วเบา เพื่อให้รู้สึกถึงความผ่อนคลาย ปลอดโปร่งโล่งสบาย น้ำมันหอมระเหยถูกนำมาใช้เพื่อวัตถุประสงค์ในการรักษาเกือบ 6,000 ปี ทั้งชาวจีน, อินเดียโบราณ , ชาวอียิปต์ , กรีก และชาวโรมัน
SOURCE : triphobo
*กดติดตาม ADD Line @UndubZapp *
แซ่บกันต่อ…
>> แก้ปวดเมื่อย! 4 ท่าโยคะง่ายๆ บอกลาอาการออฟฟิศซินโดรม
>> ปวดหลังหายแน่! 8 ท่าคลายปวดเมื่อยง่ายๆ บิดกายอยู่บนเตียง
---
อัปเรื่องแซ่บ ฟีดเรื่องมันส์ เม้าท์ทันเพื่อน
Facebook: @UndubZapp
Instagram: @UndubZapp