โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

ส่องวัคซีน COVID-19 ฉบับไทยแลนด์ 101 ที่ต้องรู้!

Health Addict

อัพเดต 06 พ.ค. 2564 เวลา 05.34 น. • เผยแพร่ 05 พ.ค. 2564 เวลา 03.14 น. • Health Addict
สถานการณ์การระบาดของ COVID-19 ดูทีท่าจะเข้มข้นขึ้นทุกวัน ยิ่งในสายพันธุ์อังกฤษที่กำลังระบาดอยู่นี้ คงสร้างความกังวลให้กับหลายๆ คนอยู่ไม่น้อย นอกจากการดูแลตัวเองตามแนวทาง New Normal แล้ว การฉีดวัคซีนป้องกันโรคคงเป็นสิ่งที่หลายคนกำลังให้ความสนใจ

สถานการณ์การระบาดของ COVID-19 ดูทีท่าจะเข้มข้นขึ้นทุกวัน ยิ่งในสายพันธุ์อังกฤษที่กำลังระบาดอยู่นี้ คงสร้างความกังวลให้กับหลายๆ คนอยู่ไม่น้อย นอกจากการดูแลตัวเองตามแนวทาง New Normal แล้ว การฉีดวัคซีนป้องกันโรคคงเป็นสิ่งที่หลายคนกำลังให้ความสนใจ แต่สถานการณ์วัคซีนในไทยก็สุดจะสับสนวุ่นวาย จนงงไปหมดว่า ยี่ห้อไหนเป็นอะไรกันแน่ ตกลงฉีดแล้วดีไม่ดี มาๆ วันนี้เรามาสรุปให้ฟังง่ายๆ ให้เข้าใจกัน

วัคซีนป้องกันโรค COVID-19 คืออะไร?
วัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (COVID-19) ซึ่งขณะนี้แบ่งออกเป็น 3 ชนิดตามเทคนิคที่ใช้ในการผลิตวัคซีน คือ
1. วัคซีนเชื้อตาย (Inactivated Virus Vaccine) ผลิตโดยการใช้ไวรัสที่ถูกทำให้ตายแล้ว ซึ่งเป็นวิธีการที่ค่อนข้างปลอดภัย และถูกใช้อย่างแพร่หลายในการผลิตวัคซีนหลายชนิด
2. วัคซีน DNA หรือ mRNA ซึ่งเป็นแนวทางการผลิตวัคซีนในรูปแบบใหม่ที่ทำได้ง่าย และรวดเร็ว โดยการใช้สารพันธุกรรมของไวรัส มากระตุ้นให้ร่างกายสร้างโปรตีนที่ช่วยป้องกันโรค
3. วัคซีนตัดต่อทางพันธุกรรม (Viral vector vaccines) โดยการนำสารพันธุกรรมของเชื้อไวรัสโควิด เข้าไปในสารพันธุกรรมของไวรัส Adenovirus ที่อยู่ในสภาพที่ไม่ก่อให้เกิดโรค เพื่อกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันต่อเชื้อไวรัสโควิดขึ้น
ตอนนี้วัคซีน COVID-19 ที่จะนำเข้ามาใช้ในประเทศไทยมีกี่ชนิด?
วัคซีนที่นำเข้ามาใช้ในประเทศไทยแล้ว มี 2 ชนิด ประกอบด้วย วัคซีน “CoronaVac” ของบริษัท Sinovac (จีน), วัคซีน “AZD 1222” ของบริษัทแอสตร้าเซนเนก้า – ออกซ์ฟอร์ด (สหราชอาณาจักร) และล่าสุดสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) อนุมัติวัคซีน “Ad26.COV2.S”  ของบริษัท Johnson & Johnson แล้ว เป็นชนิดที่ 3 ที่ต่อคิวนำเข้ามาใช้ในประเทศไทย
ส่วนวัคซีน “โทซินาเมแรน” (Tozinameran) ของบริษัท Pfizer-BioNTech (สหรัฐอเมริกา) / วัคซีน “โควิชิลด์” (Covishield) จากสถาบันเซรุ่มแห่งอินเดีย / วัคซีน mRNA-1273 ของบริษัท Moderna (สหรัฐอเมริกา) และวัคซีน “ซิโนฟาร์ม” (Sinopharm) จาก สถาบันยาชีววัตถุปักกิ่ง อยู่ระหว่างการพิจารณาขึ้นทะเบียนกับ อย.
วัคซีน COVID-19 ชนิดไหน เหมาะกับใคร?
+ ผู้ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป สามารถฉีดได้ทุกชนิด โดยแนะนำให้เลือกฉีดเพียงชนิดใดชนิดหนึ่งเท่านั้น
+ ผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป แนะนำให้ฉีดวัคซีน “AZD 1222” ของบริษัทแอสตร้าเซนเนก้า เนื่องจากมีการศึกษาที่รายงานถึงประสิทธิภาพและความปลอดภัยในกลุ่มผู้สูงอายุ
+ ผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปีและหญิงตั้งครรภ์ ยังไม่แนะนำให้ฉีดวัคซีน เนื่องจากผลการศึกษาถึงความปลอดภัยและผลข้างเคียงยังไม่ชัดเจน
ต้องฉีดกี่เข็ม ถึงจะมีประสิทธิภาพในการป้องกันโควิด?
#วัคซีน“CoronaVac” ของบริษัท Sinovac : ฉีด 2 เข็มห่างกัน 4 สัปดาห์
      #วัคซีน “AZD 1222” ของบริษัทแอสตร้าเซนเนก้า – ออกซ์ฟอร์ด : ฉีด 2 เข็มห่างกัน 4 สัปดาห์
      #วัคซีน “Ad26.COV2.S”  ของบริษัท Johnson & Johnson : ฉีด 1 เข็ม
      #วัคซีน “โทซินาเมแรน” (Tozinameran) ของบริษัท Pfizer-BioNTech : ฉีด 2 เข็มห่างกัน 3 สัปดาห์
      #วัคซีน “โควิชิลด์” (Covishield) จากสถาบันเซรุ่มแห่งอินเดีย : ฉีด 2 เข็มห่างกัน 4 สัปดาห์
      #วัคซีน mRNA-1273 ของบริษัท Moderna : ฉีด 2 เข็มห่างกัน 4 สัปดาห์
      #วัคซีน “ซิโนฟาร์ม” (Sinopharm) จาก สถาบันยาชีววัตถุปักกิ่ง : ยังไม่มีการระบุ

Credit : www.clinicaltrialsarena.com
  หลังฉีดวัคซีนแล้วยังมีโอกาสเป็น COVID-19 หรือไม่?
เนื่องจากขณะนี้ยังไม่มีวัคซีนชนิดใดที่สามารถป้องกันโรคได้ 100% ดังนั้น แม้ฉีดวัคซีนแล้วก็ยังมีโอกาสเป็นโรค COVID-19 ได้ แต่ความรุนแรงของโรคจะลดลง และลดความเสี่ยงที่จะเสียชีวิตลงได้
หากเคยติดเชื้อ COVID-19 มาแล้ว ต้องฉีดวัคซีนป้องกัน COVID-19 อีกหรือไม่?
เป็นความจริงที่ว่าผู้ที่เคยผ่านการติดเชื้อ COVID-19 มาแล้ว ร่างกายจะมีการสร้างภูมิคุ้มกันต่อเชื้อ แต่ก็มีการศึกษาพบว่าระดับภูมิคุ้มกันมีการลดระดับลงอย่างรวดเร็วจึงสามารถติดเชื้อซ้ำได้อีก ดังนั้นแม้เคยติด COVID-19 มาแล้ว ก็ควรเข้ารับการฉีดวัคซีนเพื่อป้องกันและลดโอกาสการติดเชื้อซ้ำ
เปรียบเทียบประสิทธิภาพ ข้อดี ข้อด้อย และผลข้างเคียงของวัคซีนแต่ละชนิด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...