โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

30 ธุรกิจทุ่งสวนดอกไม้เชียงใหม่บูม เงินสะพัดชุมชนกว่า 500 ล้าน/ปี

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 08 มิ.ย. 2565 เวลา 03.53 น. • เผยแพร่ 18 ม.ค. 2564 เวลา 06.24 น.

การขยายตัวของ “ธุรกิจทุ่งสวนดอกไม้” ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่บานสะพรั่ง เป็นแหล่งท่องเที่ยวใหม่ของจังหวัดเชียงใหม่ ท่ามกลางอากาศที่หนาวเย็นในปีนี้ หากไม่มีสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 จะทำให้เชียงใหม่คึกคักด้วยนักท่องเที่ยวเต็มสวนดอกไม้ที่กระจายตัวไปในหลายชุมชน

หมื่นนักเที่ยวฝ่าโควิดชมสวน

จากการสำรวจของ “ประชาชาติธุรกิจ” พบว่า ปัจจุบันมีพื้นที่ที่พัฒนาเป็นทุ่งสวนดอกไม้เพื่อการท่องเที่ยวรวมถึงพื้นที่เอกชน และหน่วยงานภาคการศึกษาไม่น้อยกว่า 30 แห่งกระจายตัวในเขตอำเภอรอบนอก ได้แก่ อำเภอแม่ริม สันกำแพง สันทราย ฮอดสะเมิง และจอมทอง เป็นต้น และพบว่าส่วนใหญ่จะกระจุกตัวที่อำเภอแม่ริม โดยจะคิดค่าเข้าชมที่ 20-50-70 บาทต่อคน

ในช่วงปลายปี 2563 ธุรกิจทุ่งดอกไม้เป็นกระแสการท่องเที่ยวที่แรงมาก และอำเภอแม่ริมถือเป็นพื้นที่ชุมชนที่มีฐานของธุรกิจดอกไม้สูงสุดในพื้นที่เชียงใหม่มากถึง 1,038 ไร่ มีเกษตรกร 353 ราย โดยเฉพาะที่ตำบลโป่งแยงและตำบลเหมืองแก้ว มีดอกไม้หลักคือ กุหลาบ มาร์กาเร็ต พีค็อก สร้อยไก่ เบญจมาศ

โดยเฉพาะสวนดอกไม้ที่โด่งดังสุดคือ “สวน I Love Flower Farm” ที่เปิดรับนักท่องเที่ยวตั้งแต่ 29 ตุลาคม 2563-30 เมษายน 2564 ประมาณการกันว่าในช่วงปลายปี 2563 มีนักท่องเที่ยวเข้ามาในพื้นที่กว่า 10,000 คนต่อวัน ตามกระแสการแชร์ภาพที่สวยงาม สร้างรายได้ให้เกษตรกรและคนในชุมชนเฉพาะอำเภอแม่ริม มากถึง 80-100 ล้านบาท

รวมถึงกระจายรายได้สู่ organizer ด้านการแต่งงาน การจัดอีเวนต์ เดินแบบ และช่างถ่ายภาพ เป็นต้น ซึ่งหากรวมมูลค่าทุ่งสวนดอกไม้ทั้งหมดในพื้นที่เชียงใหม่ คาดว่าสร้างเงินหมุนเวียนในชุมชนไม่น้อยกว่า 500 ล้านบาทต่อปี

ที่ผ่านมามีสวนดอกไม้หลายแห่งได้เปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวแนวทุ่งดอกไม้สะพรั่งกระจายมากขึ้น ขณะที่บางแห่งต้องปิดตัวชั่วคราวตามสถานการณ์ระบาดของโรคโควิด-19 ส่งผลให้แนวโน้มการเติบโตของธุรกิจท่องเที่ยวเชิงเกษตรได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยว และพื้นที่เชียงใหม่ถือเป็นพื้นที่ที่มีฐานเศรษฐกิจดอกไม้เป็นหลักอยู่แล้ว

ผลิตไม้ดอกขาย-ท่องเที่ยว

ปัจจุบันมี smart farmer ต้นแบบด้านการผลิตไม้ดอกเพื่อการค้าแบบครบวงจร และกลุ่มสมาชิกผลิตไม้ดอกจำหน่าย ร่วมมือกัน โดยใช้หลักตลาดนำการผลิต การติดต่อผู้ซื้อหรือ organizer โดยตรง มีการสั่งซื้อล่วงหน้าจึงสามารถวางแผนการผลิตไม้ดอกเป้าหมายให้แก่ตนเองและสมาชิก

สามารถผลิตไม้ดอกตามความต้องการของผู้ซื้อหรือตลาดต้องการ เกษตรกรสามารถขายผลผลิตได้ตลอดทั้งปี ลดปัญหาด้านราคาสินค้าตกต่ำและสินค้าล้นตลาด และยังสร้างรายได้โดยรวมจากการท่องเที่ยวหลาย 10 ล้านบาทต่อปี

นางสาวณวิสา มูลทา เกษตรกรต้นแบบด้านการผลิตไม้ตัดดอกเพื่อการค้าและท่องเที่ยว เจ้าของ I Love Flower Farm ตำบลเหมืองแก้ว อำเภอแม่ริม กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ตำบลเหมืองแก้ว มีเกษตรกรปลูกไม้ตัดดอกจำนวน 78 ราย มีพื้นที่ปลูกไม้ดอกที่ขึ้นทะเบียนกับกรมส่งเสริมการเกษตร จำนวน 203 ไร่

ไม้ตัดดอกที่ปลูกกันมากได้แก่ มาร์กาเร็ต พีค็อก สร้อยไก่ เบญจมาศ ซึ่งถือเป็นอาชีพหลักดั้งเดิมของเกษตรกรในชุมชน โดยดอกไม้ที่ปลูกทั้งหมดจะส่งจำหน่ายทั้งในประเทศและต่างประเทศ ส่วนการเปิดสวนให้นักท่องเที่ยวได้เข้าชมเริ่มมาตั้งแต่ราว 2-3 ปีที่ผ่านมา

จากกระแสความนิยมของนักท่องเที่ยว ส่งผลให้สวนดอกไม้ในพื้นที่ตำบลเหมืองแก้วกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงใหม่ โดยเฉพาะในช่วงไฮซีซั่นที่ดอกไม้บานสะพรั่งสวยงามในบรรยากาศของฤดูหนาว

“ปี 2562 มีนักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวชมสวนดอกไม้ในพื้นที่ตำบลเหมืองแก้ว หมู่ 3 และหมู่ 4 ราว 10,000 คนต่อวัน รายได้เข้าสู่ชุมชนราว 10 ล้านบาท และปี 2563 ก็อยู่ในระดับ 10,000 คนต่อวันช่วงไฮซีซั่น เฉพาะสวนของ I Love Flower Farm มียอดจองเข้าชมช่วงไฮซีซั่นราว 2 หมื่นคนในช่วง 5 เดือนตั้งแต่เดือนตุลาคม 2563”

นางสาวณวิสากล่าวต่อว่า เกษตรกรผู้ปลูกไม้ตัดดอกในพื้นที่ตำบลเหมืองแก้วส่วนใหญ่เปิดสวนให้นักท่องเที่ยวเข้าชมถือเป็นรายได้เสริมและส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชน และเกือบทุกสวนราว 150-200 ไร่ในอำเภอแม่ริมทั้งตำบลเหมืองแก้วและตำบลโป่งแยงส่งไม้ตัดดอกมาขายให้กับ I Love Flower Farm

ซึ่งเป็นผู้รับซื้อไม้ตัดดอกส่งขายทั้งในประเทศและต่างประเทศ มีตลาดหลักคือกลุ่มออร์แกไนเซอร์ที่จัดงานอีเวนต์แต่งงาน ทั้งตลาดกัมพูชา เมียนมา และไทย ปัจจุบันได้ขยายเครือข่ายเกษตรกรปลูกไม้ตัดดอกไปใน 4 อำเภอ คือ อำเภอแม่วาง จอมทอง แม่แจ่ม และสะเมิง

แม่โจ้เปิดเที่ยวเกษตรเชิงนิเวศ

นายดำรงค์ องอาจ นายกสมาคมการบินภาคเหนือ เจ้าของสนามบินเชียงใหม่แอร์สปอร์ต อำเภอสันกำแพง เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า เมื่อต้นปีที่ผ่านมาได้เปิดพื้นที่แอร์สปอร์ตฟาร์มที่ประกอบด้วยสวนดอกไม้ เรือประดับดอกไม้ โซนถ่ายภาพที่นักท่องเที่ยวสามารถมาสัมผัสสวนดอกไม้ที่สวยงามพร้อมถ่ายภาพเครื่องบินได้ในพร้อม ๆ กัน

รวมถึงส่วนบริการร้านอาหาร การบินชมทัศนียภาพ เป็นต้น โดยการเข้าชมทางสนาม ให้ความสำคัญกับการคัดกรองตามมาตรการป้องกันโควิด เพื่อให้สนามบินเป็นแลนด์มาร์กแห่งใหม่ด้านการท่องเที่ยวของสันกำแพง

ขณะที่ล่าสุดมหาวิทยาลัยแม่โจ้เตรียมเปิดฟาร์มมหาวิทยาลัยแม่โจ้ Maejo Open Farm 2021 เป็นแหล่งท่องเที่ยวเกษตรเชิงนิเวศ สามารถชมฟรีทั้งแบบ online และ walk in ระหว่างวันที่ 14-17 มกราคม 2564 ณ มหาวิทยาลัยแม่โจ้

รองศาสตราจารย์ ดร.วีระพล ทองมา อธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้ เปิดเผยว่า มหาวิทยาลัยแม่โจ้ เตรียมเปิดฟาร์มมหาวิทยาลัยแม่โจ้ หรือ Maejo Open Farm 2021 : Online ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเกษตรเชิงนิเวศ รองรับนักเรียน นักศึกษา เกษตรกร และผู้สนใจทั่วไป ได้เข้ามาเยี่ยมชม

จัดเป็น land mark และจุด check in แห่งใหม่ของจังหวัดเชียงใหม่ โดยได้ปรับให้เป็นการท่องเที่ยววิถีใหม่ new normal ซึ่งสามารถเข้ามาท่องเที่ยวแบบ online และ walk in เข้าเยี่ยมชมสถานที่จริงได้ โดยแบ่งพื้นที่การจัดงานเป็น 2 โซน คือ โซนภายในมหาวิทยาลัย และโซนฟาร์มมหาวิทยาลัยบนเนื้อที่กว่าพันไร่ โดยจะได้พบกับ 8 ฐานเรียนรู้ไฮไลต์ ที่ต้องเยี่ยมชม

ในส่วนไฮไลต์ของมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ได้แก่ การจัดแสดงพันธุ์ไม้ฟอกอากาศหลายสายพันธุ์ ที่มีคุณสมบัติช่วยดูดสารพิษจากหมอกควัน แปลงดอกไม้หลากหลายสายพันธุ์ เช่น ดอกบานชื่น ดอกทานตะวัน ดอกคอสมอส ดอกมาร์กาเร็ต รวมถึงแปลงปลูกกัญชาอินทรีย์ จำนวน 16,700 ต้น

ซึ่งเป็นแปลงปลูกกัญชาที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน ที่มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ได้ลงนามความร่วมมือกับกรมการแพทย์ และองค์การเภสัชกรรม ร่วมวิจัยและพัฒนาสายพันธุ์กัญชาและกัญชงเพื่อใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ มีการปลูกแบบอินทรีย์ ทั้งในระบบปิดและระบบเปิด

อย่างไรก็ตาม กระแสในช่วงเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ 2564 ส่วนใหญ่สวนดอกไม้ในพื้นที่ยังเปิดให้บริการนักท่องเที่ยวอยู่ บางส่วนได้ปิดชั่วคราว ตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดโควิด เป็นความท้าทายของธุรกิจสวนดอกไม้ว่าจะสะพรั่งหรือห่อเหี่ยวท่ามกลางการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...