Rapid Antigen Test คืออะไร ใช้งานแบบไหน? รู้จักชุดตรวจ COVID-19 ที่ช่วยให้พบเชื้อได้เร็ว
ไม่รู้ว่าตัวเองติดเชื้อหรือยัง แต่จุดตรวจ COVID-19 ก็คนแน่นมาก จะเสี่ยงไปตรวจก็กลัวไปติดเชื้อแทน แต่ถ้าไม่ตรวจก็ไม่รู้ว่าเป็นโรคนี้ไปรึยัง แถมพออยากจะตรวจเอง ก็ตรวจไม่ได้อีก
สภาวะอันน่าหนักใจที่เราต้องเผชิญกันมาตลอด นับตั้งแต่ที่ COVID-19 ระบาด อีกหนึ่งสิ่งที่เราเรียกร้องกันมาตลอดก็คือ การได้ชุดตรวจหา COVID-19 เองที่บ้าน อย่างที่หลายประเทศแจกจ่ายกัน
มาจนถึงวันนี้ ในที่สุด ทางการไทยก็เพิ่งปลดล็อกให้ประชาชนใช้ชุดตรวจเชื้อ COVID-19 ได้แล้ว เราจึงอยากพาทุกคนไปดูว่า ชุดตรวจ Rapid Antigen Test คืออะไร ต้องใช้แบบไหนกัน แล้วถ้าผลออกมาว่าติดเชื้อ ต้องทำยังไงต่อไปนะ?
Rapid Test ตรวจหาอะไรบ้าง
อธิบายแบบตรงตัวคือชุดตรวจที่ให้ผลอย่างรวดเร็ว ซึ่งจะมีอยู่ 2 แบบ ดังนี้
ตรวจหาเชื้อ (Antigen) โดยจะเก็บตัวอย่างจากทางจมูกหรือคอ ซึ่งต้องรับเชื้อมาแล้ว 5–14 วัน ถึงจะได้ผลที่แม่นยำ โดยตอนนี้ มียี่ห้อชุดตรวจ Rapid Antigen Test ที่ขึ้นทะเบียนกับ อย.แล้วมี 24 ยี่ห้อ คาดเริ่มต้น 300-400 บาท
ตรวจหาภูมิคุ้มกัน (Antibody) เก็บตัวอย่างจากการเจาะเลือด จะตรวจพบภูมิคุ้มกันต่อเชื้อในวันที่ 10 เป็นต้นไป จนกระทั่งหายป่วยแล้ว
ตอนนี้ ชุดตรวจที่กระทรวงสาธารณสุขอนุมัติให้ใช้ตามบ้านก็คือ ชุดตรวจแบบ Antigen หรือที่เรียกว่า Rapid Antigen Test นั่นเอง ส่วนการตรวจหาภูมิคุ้มกัน เปิดให้ทดสอบตามโรงพยาบาล
สิ่งที่ควรรู้ก่อนตรวจ
คำแนะนำจากระบบบริการสุขภาพแห่งชาติของสหราชอาณาจักร (NHS) ระบุข้อควรทำไว้ ดังนี้
ไม่ควรกินหรือดื่มอะไรก่อนตรวจเชื้อ อย่างน้อย 30 นาที หากเพิ่งมีเลือดกำเดาไปใน 24 ชม. ให้รอก่อน หรือตรวจจากรูจมูกข้างที่ไม่มีเลือดกำเดา ชุดตรวจใช้ได้แค่ครั้งเดียว ต่อหนึ่งคน หากเจาะจมูก ให้ตรวจจากรูจมูกข้างที่ไม่ได้เจาะ แต่ถ้าเจาะ 2 ข้าง ให้เอาห่วงจมูกของข้างที่ต้องการตรวจออกก่อน หากตรวจทางคอไม่ได้ เช่น เจาะคอ ให้ตรวจทางจมูกแทน สิ่งที่มีในชุดตรวจ
อ้างอิงจากแถลงการณ์ของกระทรวงสาธารณสุขในวันนี้ (12 ก.ค.) ระบุว่า ในชุดตรวจ Rapid Antigen Test ต้องมีสิ่งต่อไปนี้
ตลับทดสอบ หลอดใส่น้ำยาสกัด ฝาหลอดหยด ก้านสำลีสำหรับ swab เอกสารกำกับชุดตรวจ วิธีใช้ชุดตรวจ
ทำความสะอาดพื้นผิวที่จะวางชุดตรวจให้ดี ควรใช้แอลกอฮอสล์ฆ่าเชื้อด้วย ล้างมือฟอกสบู่ให้สะอาด หรือใช้เจลล้างมือ เพื่อรักษาความสะอาดของมือที่จะหยับจับอุปกรณ์ วิธีเก็บตัวอย่าง ให้ทำตามคำแนะนำที่มากับชุดตรวจอย่างเคร่งครัด แต่ละชุดตรวจจะมีรายละเอียดแตกต่างกันออกไป เช่น เก็บตัวอย่างจากการแหย่จมูก แหย่จมูกถึงคอหอย หรือเข้าทางปากถึงคอหอย เป็นต้น เมื่อเก็บตัวอย่างเสร็จแล้ว และเตรียมอุปกรณ์ตามคู่มือการใช้งานแล้ว ให้นำก้านสำลีมาหมุนใส่หลอดที่มีสารละลายตรวจเชื้อ หมุนวนอย่างน้อย 5 ครั้ง หรือ 15 วินาที แล้วบีบสำลีให้แห้งผ่านหลอด เน้นย้ำว่า ต้องไม่ให้มือสัมผัสกับก้านสำลีหรือสารที่เก็บเชื้อมา จากนั้นนำก้านสำลีทิ้งใส่ซีล และหยดสารละลายลงในแท่นตรวจตามจำนวนหยดที่ชุดตรวจกำหนดไว้ รอผล 15-30 นาที วิธีอ่านค่าผลตรวจ
หลังจากรออย่างน้อย 30 นาทีแล้ว ให้อ่านค่าจากผลตรวจ โดยตัวอักษร C หมายถึงแถบควบคุม และตัวอักษร T หมายถึง ทดสอบ โดยมีวิธีการอ่านผลตรวจ ดังนี้
หากมีแค่ขีดเดียวตรงตัวอักษร C แปลว่าผลตรวจเป็นลบ หรือก็คือไม่ติดเชื้อ หากมี 2 ขีดตรงตัวอักษร C และ T แปลว่า ผลตรวจเป็นบวก หรือก็คือติดเชื้อ หากไม่มีขีดที่ตัว C เช่น ปรากฎแค่ตรง T หรือไม่มีขีดเลย แปลว่าผลตรวจใช้ไม่ได้ ควรตรวจหาเชื้อใหม่อีกครั้ง โดยทำตามคำแนะนำในคู่มืออย่างเคร่งครัด หากผลตรวจพบว่าติดเชื้อ
แจ้งหน่วยบริการใกล้บ้าน แจ้งคนที่อยู่ใกล้ชิดให้ทดสอบเชื้อต่อ กักตัวแยกจากผู้อื่น ไม่ใช้ของส่วนตัวร่วมกัน แยกห้องน้ำ สวมหน้ากากอนามัย เลี่ยงการสัมผัสสัตว์เลี้ยง หากหายใจติดขัด ให้รีบติดต่อขอรับการรักษา หากไม่ติดเชื้อ แต่เป็นผู้มีความเสี่ยงสูง ควรทดสอบอีกครั้งใน 3-5 วัน ระหว่างนั้นพยายามแยกห่างจากผู้อื่น และถ้ามีอาการของ COVID-19 ให้ทำการทดสอบอีกครั้งนึง วิธีทิ้งชุดตรวจ
หลังจากใช้ชุดตรวจเสร็จแล้ว ควรเก็บไปทิ้งให้เรียบร้อย เพื่อป้องกันเชื้อฟุ้งกระจายและแพร่ระบาดสู่ผู้อื่น โดยมีคำแนะนำในการทิ้งชุดตรวจ ดังนี้
ควรใส่ถุงแยกจากขยะอื่นๆ ปิดถุงขยะให้มิดชิด ไม่ให้ขยะหลุดรอดออกมาได้ ใส่ขยะในถุงสีแดง เพราะใช้สำหรับใส่ขยะติดเชื้อ หรืออาจแปะป้าย/ทำสัญลักษณ์ให้รู้ว่า ‘ระวัง! เป็นขยะทางการแพทย์’ โดยต้องทำให้สังเกตเห็นได้ชัดๆ อ้างอิงจาก
แถลงการณ์จากกระทรวงสาธารณสุข ประจำวันที่ 12 กรกฎาคม 2564
Department of Health and Social Care
Illustration by Waragorn Keeranan