โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

3 วิธีการตลาดที่ทำลายแบรนด์คุณ

Marketing Oops

อัพเดต 20 เม.ย. 2561 เวลา 10.17 น. • เผยแพร่ 20 เม.ย. 2561 เวลา 03.59 น. • Molek

การตลาดนั้นเป้นส่วนผสมระหว่างศาสตร์และศิลป์ ต้องมีการทดลอง ทดสอบ และทำการค้นคว้าหลาย ๆ ครั้ง เพื่อให้ได้ผลตามที่วางแผนไว้ นักการตลาดหลาย ๆ ใช้เวลากับการทำการตลาดมากมายเพื่อทำให้ธุรกิจขององค์กรตัวเองนั้นเกิดขึ้นมา และสามารถสร้างลูกค้า กับส่วนแบ่งทางการตลาดขึ้นมาได้ แต่เมื่อวางแผนไปแล้ว สร้างกลยุทธ์ที่ดีแล้ว แต่ก็ยังผิดพลาดได้จากการลงมือต่าง ๆ ได้อีกมากมาย

Screen Shot 2561-04-20 at 17.12.55

นักการตลาดหลาย ๆ คนนั้นใช้เวลามากมายในการเรียนรู้ และอ่านความรู้ทางการตลาดมากมายเพื่อที่จะทำให้การทำการตลาดของตัวเองนั้นก้าวหน้ากว่าคนอื่น มีความแตกต่างจากคนอื่น ๆ ขึ้นมา โดยเฉพาะวิธีการใหม่ ๆ ตัวอย่างเช่น Growth Hacking หรืออื่น ๆ ที่เป็นเคล็ดลับ หรือ tips/short cut ต่าง ๆ แต่าการทำวิธีเหล่านี้กลับกลายเป็นวิธีที่ไม่ได้ยั่งยืน หรือไม่ได้สร้างลูกค้าที่มีความจงรักภักดีขึ้นมา การที่นักการตลาดตามกระแสวิธีการใหม่ ๆ หรือใช้วิธีที่ผิดนั้น ก็อาจจะทำลายการตลาดตัวเองได้จนไม่สามารถกู้คืนมาได้ทันที ดังนั้นการรู้ว่าการกระทำแบบไหนที่จะทำลายการตลาดคุณ นั้นจึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างมากเพื่อที่จะป้องกันไม่ให้การวางแผนที่ผ่านมา มาพังเพราะการลงมือที่ผิดวิธี

1.  ทำอะไรแบบไร้การวางแผน : การทำการสื่อสารทางการตลาดหรือการทำแคมเปญทางการตลาดนั้น การไม่มีแผนงานหรือความชัดเจนในการทำงานนั้นจะทำให้งานของคุณนั้นแทบไม่ได้ผลอะไรเลย เหตุผลนั้นก็เพราะในโลกของการตลาดดิจิทัลนั้น คนทำการตลาดจำเป็นอย่างมากต้องระบเฉพาะเจาะจงเลยว่าจะสื่อสารกับกลุ่มไหน อย่างไร เพื่อให้ได้ผลที่สุด ถ้าคุณจะส่งสารไปยังทุก ๆ คนในโลกออนไลน์ สิ่งที่เกิดขึ้นคือคุณกำลังจะสร้างความรำคาญให้หลาย ๆ คนที่อาจจะไม่สนใจคุณเลยแทนที่จะเชิญชวนให้คนนั้นซื้อสินค้ามา ดังนั้นถ้าคุณไม่ได้ทำการบ้านมาก่อนที่จะเริ่มงานใด ๆ สิ่งที่คุณจะทำนั้นย่อมทำไปไม่ถูกทางแน่นอน

ดังนั้นการทำการตลาดหรือสื่อสารทางการตลาดออกไปโดยไร้แผนงานนั้นย่อมทำให้การตลาดนั้นเสียเปล่า จนถึงอาจจะสร้างชื่อเสียให้กับแบรนด์คุณได้เลย สิ่วงที่คุณควรทำนั้นคือ รู้ว่าจะคุยกับใคร จะคุยอย่างไร จุดไหนต้องคุยแบบใดเพื่อชักชวนยจนให้เกิดการซื้อหรือบอกต่อ อะไรเป็นตัวที่จะสร้างประสบการณ์หรือความทรงจำให้กับผู้บริโภค และแต่ละวันต้องทำอะไรบ้าง หรือมี Phase การทำงานแบบไหน จนถึงจะวัดผลความสำเร็จได้อย่างไร ซึ่งคนทำการตลาดเองควรมีคำตอบเหล่านี้ไว้ตั้งแต่แรก เพื่อให้การทำงานนั้นมีทิศทางที่แน่นอน และไปถึงเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Digital-Marketing-Framework

2.  ทำทุกอย่างและภาวนาว่าจะเวิร์ค : หลาย ๆ ครั้งคนทำการตลาดก็ตื่นกลัวว่าจะตกขบวนในการทำการตลาดไป เลยทำการสื่อสารทางการตลาดทุก ๆ อย่างออกมา และหวังว่ายิ่งทำเยอะ แล้วมันจะเวิร์ค ซึ่งนี้เป็นความเข้าใจผิดอย่างมาก ที่นักการตลาดหลาย ๆ คนเป็น คนว่าทำอะไรเยอะไว้ก่อนจะดีกว่า เหมือนสุภาษิตว่า เหลือดีกว่าขาด แต่ในกรณีการทำการตลาดดิจิทัลนี้กลับไม่ใช่ เพราะยิ่งคุณทำเยอะ แต่สิ่งที่ทำนั้นไม่ได้มีคุณภาพหรือไม่ได้ศึกษามาเลยว่าทำอะไรที่ไหนจะได้ผล จะทำให้การลงทุนในการทำการสื่อสารทางการตลาดคุณ กลายเป็นเบี้ยหัวแตก ที่สุดท้ายแล้วไม่ได้ผลอะไรเลย แทนที่จะเกลี่ยงบประมาณมาใช้กับช่องทางที่น่าจะได้ผลมากที่สุดออกมา

สิ่งที่นักการตลาดควรทำ คือรู้ว่าช่องทางไหนที่ควรจะทำการสื่อสารทางการตลาดออกไป และต้องมีการทดลองเพื่อหาว่าการทำงานแบบไหนที่จะให้ผลที่ดีที่สุดออกมา ไม่ว่าจะเป็น A/B Testing หรือ Content Experiment ต่าง ๆ เพื่อหาว่าสุดท้ายแล้ว การทำงานการตลาดออนไลน์แบบไหน ที่จะเหมาะสมกับการสื่อสารของกลุ่มลูกค้าหรือกลุ่มเป้าหมายตัวเองที่ดีที่สุดออกมา

http-mashable.com-wp-content-uploads-2013-05-360-campaign

3. ไม่คิดจะเอาลูกค้าไว้ใกล้ ๆ : สิ่งหนึ่งที่นักการตลาดหลาย ๆ คนเป็นคือใช้เครื่องมือออนไลน์อย่างเช่น social media เป็นเครื่องมือหลัก และทำการพูดคุยกับลูกค้าผ่านเครื่องมือเหล่านี้ ซึ่งทำให้การคุยนั้นไม่ได้สร้างความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งขึ้นมา และเป็นความสัมพันธ์กันอย่างผิวเผอน แทนที่จะดึงลูกค้ามาคุยในช่องทางตรงต่าง ๆ ไม่ว่าจะ chat ในรูปแบบต่าง ๆ หรือการส่งจดหมาย email ที่สามารถสร้างความสัมพันธ์ พูดคุยในเรื่องที่ลูกค้านั้นชอบและเปลี่ยนลูกค้านั้นให้กลับมามีการใช้จ่ายที่มากขึ้นหรือเชิญชวนคนต่าง ๆ ให้มาเป็นลูกค้าเพิ่มขึ้นอีกด้วย

ทั้งนี้ลองดู Case Study ในต่างประเทศ ที่สามารถใช้เครื่องมือระบบสมาชิก ที่สามารถสร้างความสัมพันธ์กับสมาชิกได้อย่างดี และสามารถสื่อสารทางตรงกับสมาชิกได้เลย โดยไม่ต้องผ่านตัวกลางอย่าง Social Media ที่ในนั้นมีสิ่งที่แย่งความสนใจกลุ่มเป้าหมายหรือลูกค้าออกไปอย่างมากมาย และสามารถสร้างการใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น หรือสร้างการเชิญชวนให้บอกต่อคนอื่นมาก็ได้ ซึ่งปารตลาดที่ดีแบบนี้แทบไม่ต้องใช้งบประมาณในการโฆษณาเลย

อ่านบทความทั้งหมด ที่ MarketingOops.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...