SONICปลดล็อกดาวน์หนุนขนส่ง ปูพรมEECเต็มสูบ-ผลงานเด่น
ทันหุ้น – สู้โควิด - SONICส่งสัญญาณธุรกิจครึ่งปีหลังดีกว่าครึ่งปีแรก ชี้ปลดล็อกดาวน์หนุน ลูกค้านำเข้า ส่งออกเพียบ พร้อมกดปุ่มให้บริการรถ 95 คัน ปูพรมขยายฐาน EEC เต็มสูบ ด้านผู้บริหารขอดูตัวเลขสัปดาห์หน้า พร้อมกำหนดทิศทางอีกครั้ง ยันรายได้ปีนี้สูงกว่าปีก่อน 1.15 พันล้านบาท
ดร.สันติสุข โฆษิอาภานันท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โซนิค อินเตอร์เฟรท จำกัด (มหาชน) หรือ SONIC เปิดเผยว่า บริษัทประเมินทิศทางธุรกิจครึ่งปีหลังปี 2563 จะดีกว่าครึ่งปีแรก หลังสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย ประกอบกับในประเทศเริ่มปลดล็อกดาวน์ ส่งผลให้ลูกค้าที่ดำเนินธุรกิจประเภทต่างๆ เริ่มนำเข้า และส่งออกสินค้า ทั้งนี้บริษัทคาดปริมาณการขนส่ง(วอลุ่ม) จะปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามบริษัทขอดูทิศทางในสัปดาห์ก่อนว่าจะเป็นอย่าไร จึงจะประเมินภาพรวมทั้งปี 2563 ได้อย่างชัดเจน
พร้อมให้บริการ
อีกทั้งบริษัทมีความพร้อมในการให้บริการ หากลูกค้าต้องการนำเข้า ส่งออกสินค้าเพิ่มขึ้น ขณะที่ปัจจุบันบริษัทมีจำนวนรถให้บริการ ซึ่งเป็นรถของบริษัทเองทั้งสิ้น 95 คัน หางลากประมาณ 300 หางและเป็นรถให้บริการจากซัพอคอนเทค 40-50 คัน ปริมาณการขนส่งอยู่ที่ 3.6-4 พันตู้ต่อเดือน
นอกจากนี้บริษัทจะเดินหน้าขยายฐานธุรกิจในเขตโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC หลังบริษัทเข้าซื้อที่ดินในนิตมอุตสาหกรรมปิ่นทอง บนพื้นที่ 21 ไร่ โดยเฟสแรกบริษัทพัฒนาที่สำหรับบริการโลจิสติกส์ครบวงจรพื้นที่ 12 ไร่ โดยเริ่มให้บริการแล้วช่วงต้นปีที่ผ่านมา และมีกระแสตอบรับดี และบริษัทเตรียมเพิ่มจำนวนหัวลาก หางลากในการให้บริการพื้นที่ดังกล่าว เนื่องจากความต้องการใช้บริการสูง
“คาดว่าภาพรวมเศรษฐกิจ และอุตสาหกรรมต่างๆ ครึ่งปีหลังจะกลับมาในระดับปกติ แต่ตอนนี้ธุรกิจของเรายังไม่เข้าที่มากนัก แต่เชื่อว่าในอีกไม่กี่อาทิตย์ คงจะกลับมาสู่ระกับปกติได้อย่างแน่นอน ส่วนเราเองขอดูอีกหนึ่งสัปดาห์ เพื่อดูตัวเลขกับทีมขายก่อนว่าจะเป็นอย่าไร จึงจะสามารถบอกทิศทางทั้งปีได้”ดร.สันติสุข กล่าว
ยันรายได้ปีนี้โต
ขณะที่ภาพรวมการเติบโตรายได้ทั้งปีนี้ บริษัทคาดจะเติบโตสูงกว่าปีก่อน แต่จะเติบโตเป็นตัวเลขเท่าไรนั้น ยังไม่สามารถบอกได้ชัดเจน เนื่องจากบริษัทขอดูทิศทางสัปดาห์ก่อนว่าจะเป็นอย่างไร โดยช่วงต้นปี 2563 บริษัทตั้งเป้ารายได้โต 20% ต่อจากปี 2562 ที่ 1.15 พันล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 46.53 ล้านบาท อนึ่ง 3 เดือนแรกบริษัทมีรายได้แล้วที่ 316.02 ล้านบาท และมีกำไรอยู่ที่ 13.31 ล้านบาท
ดร.สันติสุข กล่าวหน้านี้ว่า ด้านแผนการขยายพื้นที่คลังสินค้าอีก 4.4 พันตารางเมตร จากปัจจุบันมีพื้นที่ให้บริการ 5 พันตารางเมตรนั้น บริษัทจะลงทุนด้วยความระมัดระวัง และจะลงทุนตามแผน เนื่องจากสถานการณ์ภายในประเทศได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ส่งผลให้บางธุรกิจชะลอตัว และมีโอกาสจะส่งผลทางอ้อมมาสู่ธุรกิจโลจิสติกส์