โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

มาตรการ ปราบเข้ม กับ ปรากฏการณ์ 17 มีนาคม การเคลื่อนไหว การเมือง / กรองกระแส

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 28 มี.ค. 2564 เวลา 12.23 น. • เผยแพร่ 28 มี.ค. 2564 เวลา 12.23 น.

กรองกระแส

 

มาตรการ ปราบเข้ม

กับ ปรากฏการณ์ 17 มีนาคม

การเคลื่อนไหว การเมือง

 

การปรากฏขึ้นของ “ภาคีรัฐธรรมนูญ” อันประกอบด้วย นายอนุสรณ์ ธรรมใจ และแวดล้อมด้วยภาคประชาสังคมและนักการเมืองเมื่อวันที่ 23 มีนาคม

แม้มิได้เป็นเรื่อง “ใหม่” แต่มีลักษณะ “คืบหน้า”

ที่ว่ามิได้เป็นเรื่องใหม่เพราะนายอนุสรณ์ ธรรมใจ เคยนั่งแถลงข่าวพร้อมกับนายโคทม อารียา และภาคประชาสังคมมาแล้วหนหนึ่งเมื่อปี 2562

ด้วยเป้าหมายที่ว่าต้องมีการแก้ไข “รัฐธรรมนูญ”

กระนั้น ที่ว่ามีลักษณะ “คืบหน้า” ก็ตรงที่บนเวทีเดียวกันนี้ไม่เพียงแต่จะมีนายจาตุรนต์ ฉายแสง หากแต่ยังมีนายชินวรณ์ บุณยเกียรติ จากพรรคประชาธิปัตย์

ตรงนี้ต่างหากคือความแหลมคมในทางการเมือง

นายจาตุรนต์ ฉายแสง นั้นเด่นชัดมานานแล้วในการต่อต้านรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 แต่การปรากฏขึ้นของนายชินวรณ์ บุณยเกียรติ เท่ากับเป็นเงาสะท้อนใหม่

หลังสถานการณ์เมื่อคืนวันที่ 17 มีนาคม

 

ปรากฏการณ์เมื่อคืนวันที่ 17 มีนาคม ในที่ประชุมรัฐสภา ไม่เพียงแต่เป็นการ “มัดตราสัง” ให้กับความพยายามในการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญเท่านั้น

หากแต่เท่ากับเป็นการกระชับอำนาจอย่างตรงไปตรงมา

ที่ผ่านมา แม้รัฐบาลโดยพรรคพลังประชารัฐไม่มีความต้องการที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญเลย แต่ท่าทีที่แสดงออกดำเนินไปอย่างยอกย้อน ซ่อนปม

เห็นได้จากการยอมรับ “เงื่อนไข” ในเรื่องนี้จากพรรคประชาธิปัตย์

เห็นได้จากเมื่อเกิดกระแสความเรียกร้องต้องการขึ้นสูง โดยเฉพาะการเคลื่อนไหวของ “เยาวชนปลดแอก” นับแต่เดือนกรกฎาคม 2563 เป็นต้นมา

ก็มีการผ่อนปรน ทำท่าทำทีเหมือนจะสนองรับต่อความเรียกร้องต้องการ

แต่เมื่อถึงสถานการณ์ที่จะต้องตัดสินใจในคืนวันที่ 17 มีนาคม ไม่ว่าจะมองผ่านพรรคพลังประชารัฐ ไม่ว่าจะมองผ่าน 250 ส.ว.มีความแจ่มชัด

เป็นความแจ่มชัดที่ไม่ต้องการให้ “แตะ” รัฐธรรมนูญ

 

หากถือว่าปรากฏการณ์เมื่อคืนวันที่ 17 มีนาคม เป็นชัยชนะ ชัยชนะนี้ก็สร้างความมั่นใจเป็นอย่างสูงให้กับรัฐบาลและเครือข่ายแห่งอำนาจ

สัมผัสได้จากท่าทีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

สัมผัสได้จากความฮึกเหิมของหลายคนใน 250 ส.ว. ประสานเข้ากับความฮึกเหิมของหลายคนภายในพรรคพลังประชารัฐ

ไม่เพียงแต่เยาะเย้ยไปยังพรรคเพื่อไทย พรรคก้าวไกล

ที่รุนแรงและทวีความแหลมคมเป็นอย่างมากก็คือ ยังมีการให้สัมภาษณ์ท้าทายและไม่เกรงใจแม้กระทั่งพันธมิตรอย่างพรรคภูมิใจไทย พรรคประชาธิปัตย์ พรรคชาติไทย

มองเห็นว่าพรรคการเมืองเหล่านี้เป็นเหมือน “หมูในอวย”

เช่นนี้จึงเริ่มมีความไม่พอใจลึกๆ เกิดขึ้นและดำรงอยู่ภายในพรรคร่วมรัฐบาล กระทั่งนายชินวรรณ์ บุณยเกียรติ ก็มานั่งร่วมโต๊ะกับ “ภาคีเครือข่ายรัฐธรรมนูญ”

ทั้งๆ ที่หัวโขนหนึ่งของนายชินวรณ์ บุณยเกียรติ คือหัวหน้าวิป พรรคประชาธิปัตย์

 

มีความเป็นไปได้ที่ประเด็นอันเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญจะทวีความร้อนแรงและมากด้วยความแหลมคม เนื่องจากเป็นจุดที่มีความเด่นชัดที่สุด

เด่นชัดในภาระหน้าที่และเป้าหมาย

เป็นเป้าหมายอันมีความรับรู้อย่างกว้างขวางในสังคมตามคำนิยามของแกนนำสำคัญในพรรคพลังประชารัฐที่ว่า

“รัฐธรรมนูญฉบับนี้ DESIGN มาเพื่อพวกเรา”

ขณะเดียวกัน ยิ่งหนทางการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมตามกระบวนการที่รัฐธรรมนูญกำหนดมีความยากลำบากมากเพียงใด

ยิ่งบีบบังคับให้ “สังคม” ต้องเลือก “หนทาง” อื่น

คำว่าหนทางอื่นที่มิได้เป็นการแก้ไขเพิ่มเติมตามช่องทางที่ถูกต้องในที่นี้ย่อมหมายถึงการเคลื่อนไหวเพื่อสร้างกระแสในท่ามกลางความต้องการของประชาชน

นี่ย่อมเป็นหนทางใหม่ในทางการเมืองหลังปรากฏการณ์ 17 มีนาคม

 

นับแต่เดือนกุมภาพันธ์เป็นต้นมามีความพยายามดำเนินมาตรการเข้มเพื่อสกัดขัดขวางมิให้ขบวนการเคลื่อนไหวของเยาวชน นักเรียน นิสิต นักศึกษา เติบใหญ่ ขยายตัว

เห็นได้จากการใช้มาตรการทางกฎหมายจับกุมและคุมขัง

เห็นได้จากการใช้มาตรการเข้มทั้งในทางกฎหมายและในการปฏิบัติเพื่อเข้าสลายและกำราบการเคลื่อนไหวด้วยความรุนแรง เข้มข้นมากยิ่งขึ้น

หนทางนี้ด้านหนึ่ง อาจสยบ แต่อีกด้านอาจกลายเป็นชนวนใหม่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...