โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สกู๊ปพิเศษ : ‘ใบประกอบวิชาชีพครู’ สำคัญอย่างไร ทำไมจึงต้องมี?

แนวหน้า

เผยแพร่ 04 ต.ค. 2563 เวลา 00.45 น.

จากประเด็นร้อน ที่ยิ่งสาวก็ยิ่งลึก กรณีครูโรงเรียนสารสาสน์วิเทศราชพฤกษ์ จ.นนทบุรี ทำร้ายร่างกายเด็กนักเรียนอนุบาลหลายคนจนเป็นที่วิจารณ์อย่างหนักในสังคมไทย และต่อจากนั้นก็มีกลุ่มผู้ปกครองออกมาแฉว่าบุตรหลานถูกทำร้ายเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ มีคลิปถูกปล่อยออกมาเป็นระยะๆ เกี่ยวกับการทำร้ายเด็กจนเรื่องราวขยายออกไปเป็นวงกว้างมากขึ้นทุกวัน

เกี่ยวกับเรื่องนี้ ทางคุรุสภา ได้นำคณะกรรมการสืบข้อเท็จจริง กองจรรยาบรรณวิชาชีพและนิติการ เข้าตรวจสอบใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู โรงเรียนสารสาสน์วิเทศราชพฤกษ์ ปรากฏว่า ได้รับข้อมูลไม่ครบทุกคน เนื่องจากโรงเรียนมีปัญหาระบบจัดเก็บข้อมูล  

นายดิศกุล เกษมสวัสดิ์ เลขาธิการคุรุสภา เปิดเผยว่า เบื้องต้นพบว่าครูทั้ง 4 ราย ที่เป็นข่าวได้แก่ ครูจุ๋ม ครูเปิ้ล ครูนิ ครูมาร์วิน(ชาวฟิลิปปินส์) ไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู แต่ก็ต้องดูว่าทางโรงเรียนว่าจ้างมาทำหน้าที่ในตำแหน่งใด หากจ้างมาสอนแต่ไม่มีใบอนุญาตฯ จะมีความผิดแต่หากยืนยันได้ว่าไม่ได้จ้างเป็นครูก็จะไม่เกี่ยวข้องกับคุรุสภา หรือพฤติกรรมที่ทำให้เชื่อได้ว่าเป็นครูจะมีความผิด จึงต้องพิจารณาให้ชัดเจน ทางคุรุสภาก็ให้ความเป็นธรรม มีสิทธิ์ชี้เเจงได้

ทั้งนี้ แม้ครูทั้ง 4 คนจะลาออกจากโรงเรียนแล้ว แต่หากพบว่ามีความผิดจริง ก็สามารถดำเนินการเอาผิดตามกฎหมายย้อนหลังได้ ส่วนอีก 9 คน ที่ปรากฏตามคลิป ก็จะค่อยๆ ไล่ตรวจ และที่เหลือจะต้องใช้เวลาตรวจสอบ คาดว่าต้องใช้เวลานานสักระยะ

ต่อมา เลขาธิการคุรุสภา ได้มอบหมายให้ฝ่ายกฎหมายไปแจ้งความดำเนินคดีกับ ครูโรงเรียนสารสาสน์วิเทศราชพฤกษ์ ที่ไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู และเอาผิดผู้บริหารของโรงเรียน กรณีรับผู้ไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูมาทำการสอนในโรงเรียน ซึ่งเป็นความผิด ตาม พ.ร.บ.สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2546 หลังจากได้ทำการตรวจสอบและพบว่ามีครูที่ไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ จำนวนมาก ซึ่งต้องมีการดำเนินคดีและมีบทลงโทษตามกฎหมาย ส่วนจะต้องหยุดการปฏิบัติหน้าที่เลยหรือไม่นั้น ก็ต้องไปดูรายละเอียด รวมถึงดูคำพิพากษาของศาล

นายอรรถพล ตรึกตรอง เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (เลขาธิการ กช.) เปิดเผยว่าตามที่ สำนักงานส่งเสริมการศึกษาเอกชน(สช.)ได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ลงไปหาข้อมูลแล้วนั้น เบื้องต้นพบว่าโรงเรียนสารสาสน์วิเทศราชพฤกษ์ มีครูและบุคลากร ทั้งหมด 398 คน เป็นครูไทย 193 คน ครูต่างชาติ 127 คน บุคลากรทางการศึกษา 32 คน พี่เลี้ยงเด็ก 45 คน ในจำนวนนี้รวมถึงครูจุ๋มด้วย

ในส่วนของครูไทย 193 คน มีเอกสารยืนยันใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูครบ 141 คน ใบอนุญาตฯ หมดอายุ 4 คน ส่วนอีก 52 คน ยังหาเอกสารไม่ครบจึงยังไม่สามารถยืนยันข้อมูลได้

สำหรับครูต่างชาติ พบว่า 76 คน ที่ขออนุญาตเข้ามาปฏิบัติการสอนและมีใบอนุญาตฯ ถูกต้อง ส่วนอีก 51 คนมีเฉพาะรายชื่อกับสัญชาติแต่ไม่มีข้อมูลอื่น ส่วนบุคลากร32 คน และพี่เลี้ยงเด็ก 45 คน รวมเป็น 77 คนนั้น กำลังตรวจสอบสัญญาจ้าง และให้ปฏิบัติหน้าที่ได้ถูกต้องตามสัญญาจ้างหรือไม่

ทีนี้มาดูกันว่า ใบประกอบวิชาชีพครูคืออะไร?

ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู หมายถึง ใบอนุญาตที่ออกให้แก่ครูซึ่งเป็นผู้ประกอบวิชาชีพหลักทางด้านการเรียนการสอนและการส่งเสริมการเรียนรู้ของผู้เรียนด้วยวิธีการต่างๆ ในสถานศึกษาระดับปฐมวัย ขั้นพื้นฐานและอุดมศึกษาที่ต่ำกว่าปริญญา ทั้งของรัฐและเอกชน ทั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นผู้ดำรงตำแหน่งครูอยู่ก่อนแล้วตามพระราชบัญญัติครู พ.ศ.2488ผู้ที่ประกอบวิชาชีพครู หรือจะประกอบวิชาชีพครูตามพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2546

ผู้มีความประสงค์จะขอขึ้นทะเบียนรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู จะต้องมีคุณสมบัติ คือ  มีอายุไม่ต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ มีวุฒิปริญญาทางการศึกษา หรือเทียบเท่า หรือมีคุณวุฒิอื่นที่คุรุสภารับรอง ผ่านการปฏิบัติการสอนในสถานศึกษาตามหลักสูตรปริญญาทางการศึกษาเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 1 ปี และผ่านเกณฑ์การประเมินปฏิบัติการสอนตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการคุรุสภากำหนด

ผู้มีคุณสมบัติตามพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2546 สำหรับผู้ดำรงตำแหน่งครูอยู่ก่อนที่พระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2546 จะประกาศใช้ สามารถขอขึ้นทะเบียนได้เลยโดยแสดงหลักฐานการบรรจุแต่งตั้งครู คือ ก.พ.7 หรือสมุดประวัติข้าราชการ หรือสมุดประจำตัวครูเอกชน ทั้งนี้คือ เป็นครูก่อนวันที่ 12 มิถุนายน พ.ศ.2546 และไม่มีการลาออกจากการเป็นครูก่อน วันที่ 12 มิถุนายน พ.ศ.2546

ผู้ที่ประสงค์จะประกอบวิชาชีพครูตามพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2546 ผู้ที่จบการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไปในสาขาอื่นๆ มีหลักฐานในการขึ้นทะเบียนรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู ไม่เกินวันที่ 14 มิถุนายน พ.ศ.2549 คือ เวลา 3 ปีหลังจากที่พระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2546 ประกาศใช้

ไม่มีลักษณะต้องห้าม คือ เป็นผู้มีความประพฤติเสื่อมเสียหรือบกพร่องในศีลธรรมอันดี เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ เคยต้องโทษจำคุกในคดีที่คุรุสภาเห็นว่าอาจนำมาซึ่งความเสื่อมเสียเกียรติศักดิ์แห่งวิชาชีพ

คุณสมบัติตามมาตรฐานความรู้และประสบการณ์วิชาชีพ มาตรฐานความรู้ มีคุณวุฒิไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีทางการศึกษาหรือเทียบเท่า หรือคุณวุฒิอื่นที่คุรุสภารับรอง โดยมีความรู้ดังต่อไปนี้ 1.ภาษาและเทคโนโลยีสำหรับครู 2.การพัฒนาหลักสูตร 3.การจัดการเรียนรู้ 4.จิตวิทยาสำหรับครู 5.การวัดและประเมินผลการศึกษา 6.การบริหารจัดการในห้องเรียน 7.การวิจัยทางการศึกษา 8.นวัตกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศทางการศึกษา 9.ความเป็นครู

มาตรฐานประสบการณ์วิชาชีพ โดยผ่านการปฏิบัติการสอนในสถานศึกษา ตามหลักสูตรปริญญาทางการศึกษา เป็นเวลาไม่น้อยกว่าหนึ่งปี และผ่านเกณฑ์การประเมินปฏิบัติการสอนตามหลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไขคณะกรรมการคุรุสภากำหนด ดังนี้ 1.การฝึกปฏิบัติวิชาชีพระหว่างเรียน 2.การปฏิบัติการสอนในสถานศึกษาในสาขาวิชาเฉพาะ

ทั้งนี้ ไม่เพียงแต่ผู้ประกอบวิชาชีพครูเท่านั้น ที่ต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทางการศึกษา แต่ยังรวมถึงผู้เกี่ยวข้องในวิชาชีพนี้ด้วย ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้บริหารการศึกษา และบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ตามมาตรา 53 แห่งพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติพ.ศ.2546

หากผู้ใดที่ประกอบวิชาชีพควบคุมดังกล่าวโดยไม่ได้รับใบอนุญาต หรือแสดงด้วยวิธีการใดๆ ให้ผู้อื่นเข้าใจว่าตนมีสิทธิหรือพร้อมที่จะประกอบวิชาชีพ รวมทั้งสถานศึกษาที่รับผู้มิได้รับใบอนุญาตเข้าประกอบวิชาชีพควบคุมในสถานศึกษา จะต้องได้รับโทษตามที่กำหนดไว้ในมาตรา 78 และ 79 แห่งพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2546

จะเห็นได้ว่า กฎระเบียบต่างๆ ภายใต้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู ที่ออกมาเพื่อควบคุม และให้เป็นหลักปฏิบัติสำหรับครูในการดูแลอบรมสั่งสอนลูกศิษย์ จะเป็นสิ่งที่คอยกำกับให้ทุกอย่างเป็นไปอย่างมีระบบระเบียบ สร้างเด็กให้เติบโตเป็นคนดีในสังคม

แต่อย่างไรก็ตาม ในอีกแง่มุมหนึ่ง “ใบประกอบวิชาชีพครู”อาจจะเป็นสิ่งที่ไม่จำเป็นต้องมีก็ได้ หากคนที่เด็กเรียกว่าครู ไม่ว่าจะเป็นครูด้านไหน หรือระดับใดก็ตาม มีสิ่งที่เรียกว่า“จิตวิญญาณของความเป็นครู” อยู่ในหัวใจ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...