BMW 330e CKD ยิ่งขับ ยิ่งสนุก
เทสต์คาร์ วุฒิณี ทับทอง
ใจหายวาบ…ไม่คิดว่าจะต้องมาทดสอบกับระบบเบรกอัตโนมัติ…ในเจ้า BMW 330e M Sport CKD เข้าให้แล้ว
เพราะส่วนตัวไม่ได้อยาก หรือตั้งใจที่จะทดสอบระบบนี้เท่าไรนัก แต่จังหวะที่ขับเจ้า 330e ไปส่งคืนยังเฮดออฟฟิศ ย่านกลางเมืองตึกออลซีซั่นนั้น จังหวะที่การจราจรขวักไขว่ เสี้ยววินาทีที่ละสายตาไปมองข้างทาง เพื่อนร่วมเส้นทางเกิดเบรกรถกะทันหัน ระบบความปลอดภัยใน 330e สั่งการและทำงานทันที ระบบช่วยเบรกจัดการหยุดรถให้ ก่อนที่เราจะไหลไปทิ่มกับคันหน้า เรียกว่า ระยะห่างเพียงคืบ หรือ หนึ่งคืบเท่านั้น
เล่นเอาใจหายใจคว่ำกันไป ส่วนคันหน้านั้นเขาก็ไม่ได้รู้สึกว่าอุบัติเหตุอยู่ใกล้แค่คืบ…
สำหรับเจ้าบีเอ็มคันนี้ เป็นรถอีกหนึ่งคันที่รับรองได้ว่าเมื่อคุณได้มานั่งอยู่หลัง “พวงมาลัย” ไม่มากก็น้อย จะต้องเก็บเอาความประทับใจกลับไปแน่นอน
บีเอ็มดับเบิลยูซีรีส์ 3 คันที่อยู่ในมือเรา เป็นรุ่น 330e M Sport เครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร เทอร์โบ บวกมอเตอร์ไฟฟ้า เป็นระบบปลั๊ก-อิน ไฮบริด ที่ช่วยให้มีกำลังมากถึง 292 แรงม้า แรงบิด 420 นิวตันเมตร ทำงานผสานกับเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด
มองจากการดีไซน์ภายนอกแล้ว รถคันนี้ถือว่าสะกดทุกสายตาได้อยู่หมัด ทั้งการออกแบบ ทรวดทรงของรถ มาพร้อมทั้งความโฉบเฉี่ยว สปอร์ต หรูหรา โดดเด่น แฝงมาด้วยความเร้าใจและแข็งแรง
กระจังหน้าไตคู่ดีไซน์ใหม่ เน้นความสปอร์ต หรูหรา กว้างขึ้นกว่าเดิม ไฟหน้า BMW Laserlight เปิดปิดอัตโนมัติ และยังเลี้ยวตามองศาของพวงมาลัย
ล้ออัลลอย M ขนาด 19 นิ้ว คาลิเปอร์เบรกสีน้ำเงินสไตล์ M และชุดแต่ง M รอบคัน แถมติดตั้งกล้องมองรอบคันมาให้
แถมด้วยระบบความปลอดภัย ทั้งระบบเตือนการชนด้านหน้า ระบบเบรกอัตโนมัติ เซ็นเซอร์กะระยะ หลังคาซันรูฟ
รถคันนี้มีขนาดใหญ่กว่าเวอร์ชั่นเดิมในทุกมิติ ส่วนตัวถังถูกกดให้ต่ำกว่าเดิมเล็กน้อย
ส่วนอุปกรณ์อำนวยความสะดวกภายในห้องโดยสารครบครัน พร้อมอุปกรณ์เชื่อมต่อมาอย่างจุใจ และมีไวร์เลสชาร์จเจอร์มาให้
การออกแบบจัดวางภายในห้องโดยสารถือว่าลงตัว ใช้งานง่าย
พวงมาลัยแบบ 3 ก้าน มีระบบควบคุมต่าง ๆ เพียบพร้อม และมีแพดเดิลชิฟต์มาให้
เบาะนั่งเป็นเบาะหนังแท้ ทรงสปอร์ต นั่งสบาย และโอบกระชับ
เพิ่มความสะดวกด้วยระบบเปิด-ปิดประตูอัตโนมัติ เมื่อเราถือกุญแจเดินเข้ามาใกล้รถ ประตูจะปลดล็อกให้อัตโนมัติ หรือเพียงแค่แตะมือไปที่ด้ามจับประตู จะสั่งการได้ทั้งเปิด-ปิดประตูรถ
เช่นเดียวกับระบบเปิดปิดฝาท้าย ใช้ระบบไฟฟ้า เตะเปิด-ปิดได้ เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกเวลาเราถือสัมภาระเต็มมือ ก็ช่วยให้ง่ายขึ้น
มาถึงจังหวะที่เราได้ทดสอบรถคันนี้ ในช่วงของการขับขี่ในเมืองเลือกใช้โหมดต่าง ไม่ว่าจะเป็น standard extraboost และเลือกแบบ individual สามารถเรียกกำลังสมรรถนะของเครื่องยนต์และกำลังขับเคลื่อนไฟฟ้ามาให้อย่างเต็มกำลังสูงสุด เรียกเอาความแรงออกมาใช้ได้อย่างสะใจ แต่นั่นต้องอาศัยจังหวะถนนโล่งจริง ๆ
รถคันนี้ยังมีโหมดย่อยอย่าง hybrid ที่มีทั้งในส่วนของ standard hybrid, ecopro มาให้เลือก และโหมด electric ที่เรียกเอาไฟฟ้าในแบตเตอรี่มาใช้ล้วน ๆ โดยไม่ปล่อยมลพิษ
และโหมด adaptive ที่ใช้การขับขี่แบบ hybrid โดยรถยนต์จะสามารถปรับควบคุมการทำงานของเครื่องยนต์และระบบเกียร์ให้อัตโนมัติ โดยใช้โหมดไฮบริด
ความปราดเปรียวของตัวรถ ทำให้การขับขี่ในเมืองได้อรรถรส ตัวรถให้ทั้งความกระชับและมีความปรู๊ดปร๊าด ซึ่งโดยส่วนตัวเลือกใช้โหมด ecopro ก็ถือว่าเพียงพอแล้ว กับการขับขี่ที่ไม่ต้องใช้ความเร็วไปขับเคี่ยวกับใครบนท้องถนน บางจังหวะที่วิ่งออกนอกเมือง ลองกดปุ่มเปลี่ยนไปโหมดการขับขี่อื่น ๆ แล้วก็ถือว่าประทับใจ
โดยเฉพาะการให้ความรู้สึกควบคุมพวงมาลัย หรือแฮนด์ลิ่ง ถือว่านิ่ง คม ควบคุมได้ง่าย
สั่งการรถให้ไปตามทิศทางที่เราต้องการได้อย่างมั่นใจ แม้จะใช้ความเร็วสูงเกินกว่า 180 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
ช่วงล่างให้ความมั่นคง ไว้ใจได้ ไม่ว่าจะผ่านกี่โค้ง หรือเส้นทางขรุขระ
รถคันนี้เซตระบบช่วงล่างมาได้เฟิร์ม
สรุปแล้ว BMW 330e คันนี้ เป็นรถทดสอบอีกหนึ่งคันที่สร้างความประทับใจ ขับสนุกและสบาย สามารถใช้งานได้ในชีวิตประจำวันจนแทบไม่อยากจะละมือไปจากพวงมาลัยเลยทีเดียว
รถอะไร ยิ่งขับยิ่งสนุก กับราคา 2.799 ล้านบาท