ปิดตายมา 20 ปี เปิดกุฏิ หลวงปู่หลิว ครั้งแรก วัตถุมงคลเพียบ ลุ้นเลขใต้ฝาเครื่องดื่มชูกำลัง
ปิดตายมา 20 ปี เปิดกุฏิ หลวงปู่หลิว ครั้งแรกหลังมรณภาพ พบวัตถุมงคลเพียบ ชาวบ้านลุ้นเลขใต้ฝาเครื่องดื่มชูกำลัง ที่ผู้ศรัทธานำมาถวายให้
หลวงปู่หลิว วันที่ 31 ม.ค. ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยัง วัดหนองอ้อ ต.บ้านสิงห์ อ.โพธาราม จ.ราชบุรี หลังทราบข่าวว่า พระครูสุนทรพิพิธการ เจ้าอาวาส ได้ทำการเปิดกุฏิปิดตายนาน 20 ปี ของหลวงปู่หลิว ปณฺณโก พระเกจิชื่อดัง พบพระเครื่อง และผ้ายันต์จำนวนมาก
เมื่อไปถึงพบกลุ่มลูกศิษย์ พร้อมชาวบ้าน ต่างเดินทางมากราบไหว้บูชาอัฐิหลวงปู่หลิวที่บรรจุในโถเบญจรงค์ และวางไว้ภายในโลงแก้วประดับมุข โดยบริเวณด้านหน้ารูปหล่อหลวงปู่หลิวนั่งบนพญาเต่าเรือน ได้มีผู้นำผักบุ้ง น้ำดื่ม และเครื่องดื่มชูกำลังมาถวายตั้งอยู่จำนวนหนึ่ง
จากนั้น พระครูสุนทรพิพิธการ ได้พาเข้าไปชมภายในกุฏิที่ถูกปิดตายหลังจากหลวงปู่มรณภาพมานาน 20 ปี ภายในแบ่งออกเป็นห้องโถงโล่งขนาดใหญ่ จำนวน 2 ห้อง ห้องแรกใช้วางวัตถุมงคล สำหรับทำพิธีปลุกเสก ส่วนห้องที่ 2 เป็นห้องพัก และปฏิบัติธรรม บริเวณมุมท้ายห้องมีเตียงไม้ขนาดเล็กที่หลวงปู่ใช้จำวัตร และชั้นเหล็กวางของใช้ส่วนตัว
โดยภายในห้องแรก พบพระเครื่องและผ้ายันต์จำนวนหนึ่ง ที่สร้างขึ้นในสมัยที่หลวงปู่ยังมีชีวิตอยู่ทั้งจากวัดหนอนอ้อ และวัดไร่แตงทอง จ.กาญจนบุรี อาทิ พระผงสามพี่น้อง ปี 2537 พระสมเด็จปรกโพธิ์ หลังยันต์เต่าเรือน รุ่นไตรมาตร ปี 2543 ผ้ายันต์เกราะเพชร ปี 2542 ผ้ายันต์พญาเต่าเรือน ปี 2543 เต่ามังกรทองบูชาหน้าตัก 9 นิ้ว ปี 2539
กดติดตามไลน์ ข่าวสด official account ได้ที่นี่
พระครูสุนทรพิพิธการ เปิดเผยว่า หลวงปู่หลิว พื้นเพเป็นชาว ต.บ้านสิงห์ บ้านอยู่ฝั่งตรงข้ามวัดหนองอ้อ มีนามเดิมว่า “หลิว แซ่ตั้ง” เป็นบุตรของคุณพ่อเต่งและคุณแม่น้อย แซ่ตั้ง เกิดเมื่อวันที่ 7 ธันวาคม พ.ศ.2448 โดยในอดีตมีโจรร้ายชุกชุม มักเข้ามาจี้ปล้นเอาทรัพย์สินชาวบ้านและของครอบครัวที่หามาอย่างยากลำบาก ด้วยความโกธรจึงได้ออกไปหาครูบาอาจารย์ผู้มีวิชาอาคม เพื่อนำมาปราบโจรผู้ร้าย โดยจะยึดว่า ไม่ใช้วิชาจนกว่าจะถูกผู้อื่นทำรังแกทำร้ายอย่างถึงที่สุด
หลวงปู่ตัดสินใจออกบวชในวัย 27 ปี ตรงกับ พ.ศ.2475 ณ วัดโบสถ์ ต.บ้านเลือก อ.โพธาราม โดยมีหลวงพ่อโพธาภิรมย์ แห่งวัดบำรุงเมือง เป็นพระอุปัชฌาย์ หลวงพ่ออินทร์และพระอาจารย์ห่อ วัดโบสถ์ เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับฉายาว่า “ปณฺณโก” ท่านได้กลับมาจำพรรษา ณ วัดหนองอ้อ ต่อมาท่านได้มีโอกาสฝากตัวเป็นศิษย์กับหลวงพ่อแดง วัดเขาบันไดอิฐ จ.เพชรบุรี พ่อท่านคล้าย วัดสวนขัน จ.นครศรีธรรมราช และหลวงพ่ออุ้ม จ.นครสวรรค์ เพื่อเล่าเรียนทางพระปริยัติธรรม ปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน และช่วยก่อสร้างเสนาสนะและบูรณปฏิสังขรณ์ต่างๆ ทั้งวัดท่าเสา จ.สุพรรณบุรี วัดไร่แตงทอง จ.นครปฐม วัดสนามแย้ และวัดไทรทอง จ.กาญจนบุรี รวมทั้งงานด้านสาธารณสุขและการศึกษา
พระครูสุนทรพิพิธการ เล่าต่อว่า เมื่อหลวงปู่ท่านอายุ 92 ปี ได้ลาออกจากตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดไร่แตงทอง แล้วขอย้ายกลับมาจำพรรษยังวัดหนองอ้อในฐานะพระลูกวัด เมื่อปี 2540 โดยปรารภว่า “อาตมาไปสร้างบุญกุศลที่อื่นมามากแล้ว ที่บ้านเกิดยังไม่ได้ทำอะไรเลย จึงจะกลับมาช่วยบูรณปฏิสังขรณ์ และประการสุดท้าย อาตมาจะขอมาตายที่นี่ เพราะเกิดที่นี่ ก็ต้องตายที่นี่”
จากนั้นในปี 2543 ท่านเริ่มอาพาธด้วยโรคชรา กระทั่งเวลา 20.35 น. ของวันที่ 4 กันยายน พ.ศ.2543 ท่านละสังขารอย่างสงบ รวมอายุ 95 ปี 74 พรรษา โดยหลังพิธีพระราชทานเพลิงได้บรรจุอัฐิใส่โถเบญจรงค์ไว้ในกุฏิ ต่อมาเมื่อต้นเดือนตุลาคม 2562 อาตมาพร้อมด้วยลูกศิษย์หลวงปู่หลิวได้หารือแล้วทำการเปิดกุฏิของหลวงปู่อีกครั้ง เพื่อทำการบูรณะ ซ่อมแซม จัดสร้างเป็นพิพิธภัณฑ์เชิดชู พร้อมทำบุษบกประดิษฐานรูปหล่อหลวงปู่นั่งบนพญาเต่าเรือน เนื่องในครบรอบ 20 ปีการมรณภาพ
โดยพุทธศาสนิกชนผู้มีจิตศรัทธาสามารถมาติดต่อร่วมทำบุญรับวัตถุมงคล และเนื่องด้วยเมื่อครั้งหลวงปู่ยังมีชีวิตอยู่ ท่านมักฉันเครื่องดื่มชูกำลังเป็นประจำ จึงทำให้มีลูกศิษย์นำเครื่องดื่มชูกำลังมาถวายขอพรเป็นจำนวนมาก ทางวัดจึงได้นำมาแจกให้กับผู้ที่เดินทางมาทำบุญ ซึ่งผู้ที่ได้รับก็จะลุ้นเลขใต้ฝาเสี่ยงดวง รับโชค บ้างก็ดื่มด้วยเชื่อว่าเป็นของมงคลจากหลวงปู่หลิว