โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

กองทุนที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่าตลาดในระยะยาวมีไหม ?

Stock2morrow

อัพเดต 13 มี.ค. 2561 เวลา 09.03 น. • เผยแพร่ 13 มี.ค. 2561 เวลา 09.47 น. • Stock2morrow
กองทุนที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่าตลาดในระยะยาวมีไหม ?

10 ปีก่อน วอเรนบัฟเฟตต์ เจ้าพ่อด้านการลงทุนของโลกได้ทำการพนันกับบริษัทกองทุน Hedge Fund ที่ชื่อว่า Protégé สาระสำคัญ คือ บัฟเฟตต์จะลงทุนในกองทุนดัชนี S&P500 ซึ่งมีความธรรมเนียมต่ำ (แนว Passive Fund) และ Protégé Hedge Fund จะลงทุนในกองทุน 5 กองทุนที่มีการปรับพอร์ตซื้อขายเพื่อเอาชนะตลาด (แนว Active Fund) ถ้าใครชนะจะได้เงินที่พนันไปแล้วเอาไปทำบุญ

 

ผ่านไปเกือบ 10 ปี สิ่งที่เกิดขึ้น คือ ผลตอบแทนจาก Passive Fund แนวการลงทุนที่จำลองดัชนี S&P500 ให้ผลตอบแทนประมาณ 86% และ Active Fund ที่ปรับพอร์ตเพื่อพยายามชนะตลาดให้ผลตอบแทน 22% สรุปได้ว่า Passive Fund ชนะแบบท่วมท้น ซึ่งเหตุผลหลักที่ทำให้ Active Fund พ่ายแพ้ คือความธรรมเนียมที่สูงจากการปรับพอร์ตซื้อขายตลอดเวลาเพื่อเอาชนะตลาด

กลับมาดูในบ้านเราบ้าง ผมลองทำข้อมูลของกองทุนหุ้นในตลาดไทยเทียบกับอัตราผลตอบแทนดัชนี SET TRI (ดัชนี SET Index ที่รวมผลตอบแทนจากปันผลเข้าไปด้วย) มาดูว่ามีอยู่กี่กองทุนสามารถเอาชนะตลาดได้

ผลที่ออกมาคือ มีกองทุนหุ้นไทยทั้งหมด 144 กองทุนที่ก่อตั้งมาแล้ว 10 ปี ปรากฏว่ามีอยู่ 33 กองทุนที่สามารถเอาชนะดัชนี SET TRI ได้ (เทียบเป็น 23% ของกองทุนทั้งหมด)

หมายความว่า ยังมีกองทุนหุ้นแนว Active Fund ในประเทศไทยที่สามารถเอาชนะตลาดได้ประมาณ 23% และคนที่ลงทุนในกองทุนกลุ่มนี้ถ้าผ่านไป 10 ปีจากเงินต้น 100,000 บาทวางไว้เฉยๆไม่ต้องทำอะไรเงินจะโตไปเป็น 300,000 บาทในระยะเวลา 10 ปี

สาเหตุที่ทำให้กองทุน Active Fund ในบ้านเราบางกองยังทำผลงานได้ดีกว่าตลาดน่าจะมีสาเหตุมาจาก

1) ค่าธรรมเนียมของกองทุนรวมบ้านเราไม่ได้สูงเหมือนของต่างประเทศ

2) สภาพตลาดหุ้นของบ้านเรายังมีหุ้นที่ซ่อนโอกาสการเติบโตสูงๆไว้ทำให้ผู้จัดกองทุนที่มีความสามารถดีๆสามารถเลือกหุ้นเหล่านี้มาอยู่ในพอร์ตและทำผลงานชนะตลาดได้ในระยะยาว

ซึ่งการที่จะทำให้เงินต้นเราเติบโตสม่ำเสมอแบบนี้ได้มีหลักเกณฑ์ง่ายอยู่ 3 ข้อที่คนทั่วๆไปทุกคนก็สามารถทำได้คือ

1) กระจายเงินให้“เป็น” = อย่าใส่เงินไว้แค่ที่ใดที่หนึ่งเช่นหุ้นเพียงไม่กี่ตัวหรือกองทุนเพียงไม่มีกองทุน

2) เลือกของให้“ดี” = ต้องรู้วิธีวัดผลงานกองทุนที่เหมาะสมก็คือดีและสม่ำเสมอ

3) ถือให้“ยาว” = ถ้าเราคอยปรับพอร์ตอยู่ตลอดเวลาเราจะถูกข่าวในตลาดหลอกจนไม่สามารถทำให้เงินเราเติบโตได้

รุ่งโรจน์ แก้วกาญจนา

อดีตผู้บริหารจากบริษัทหลักทรัพย์ โนมูระ พัฒนสิน
Executive Director and Co-Founder บริษัท Union Wealth  Key Person ในการพัฒนาระบบ Nomura iFUND ที่รวมกองทุนจากทุก บลจ. ไว้ใน Platform เดียว ผู้เชี่ยวชาญด้านกองทุนและการเงิน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...