โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ฟุกุชิมะ 4 วัน 3 คืนแบบเต็มอิ่ม นั่งรถไฟคาเฟ่ กินเที่ยวชมซากุระในบรรยากาศที่ชวนให้ใจชื่นบาน

KIJI

เผยแพร่ 22 ก.ค. 2563 เวลา 09.14 น. • KIJI

เราไม่ได้คาดคิดมาก่อนว่า “ฟุกุชิมะ” ที่เคยเกิดเหตุการณ์โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ระเบิดเพราะภัยพิบัติแผ่นดินไหวใหญ่และสึนามิเมื่อปี ค.ศ. 2011 จะเป็นจังหวัดที่น่ารักและมีความหลากหลายตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ขนาดนี้

ปราสาทสึรุกะฤดูใบไม้ผลิในจ. ฟุกุชิมะ

มีทั้งขบวนรถไฟที่ถูกออกแบบให้เป็นคาเฟ่เคลื่อนที่ เมืองเก่าหมู่บ้านโบราณที่เห็นแล้วทำให้อยากเดินเล่น วิวธรรมชาติงดงามแบบที่หลายคนคาดไม่ถึง จุดชมซากุระสวยๆ ก็มี อาหารรสชาติดีเพียบ รวมทั้งยังเป็นแหล่งผลิตผลไม้ที่สำคัญและมีชื่อเสียงของประเทศญี่ปุ่น

ทั้งหมดทั้งมวลแล้วจะบอกว่า ฟุกุชิมะ เป็นจังหวัดที่ควรมาให้ได้จริงๆ!

 

DAY 1 : Tokyo → Fukushima Station → Hanamiyama Park

 

01 เดินทางจากโตเกียวไปฟุกุชิมะโดย JR East Pass (Tohoku Area)

หลังจากตัดสินใจแน่วแน่แล้วว่าทริปนี้จะปักหลักอยู่ที่จังหวัดฟุกุชิมะ เราจึงซื้อบัตรโดยสาร  JR East Pass (Tohoku Area) ล่วงหน้าจากเมืองไทยทันที ที่อยากพูดถึงก็เพราะว่าตลอดการเดินทางสามารถใช้บัตรโดยสารใบนี้สำหรับการขึ้นรถไฟธรรมดาและชินคันเซ็นได้ทั้งหมด ยกเว้นขบวนรถไฟ FruiTea Fukushima ที่ต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมเล็กน้อย

จากสนามบินนาริตะสามารถใช้บัตร JR East Pass ต่อรถไฟ Narita Express เข้าตัวเมืองโตเกียวได้โดยตรง จากโตเกียวเราก็ยังสามารถใช้บัตรโดยสารสำรองที่นั่งโทโฮคุชินคันเซ็น (Tohoku Shinkansen) หรือยามากาตะชินคันเซ็น (Yamagata Shinkansen) ไปลงที่สถานีฟุกุชิมะ (Fukushima Station) ได้ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง ที่ไปลงสถานีนี้ก่อนก็เพราะไม่ไกลจากสถานีมีจุดชมซากุระที่หลายคนแนะนำว่าดีต่อใจจนเราอยากไปเหลือเกิน อ่านรายละเอียดเกี่ยวกับบัตรโดยสาร JR East Pass (Tohoku Area) เพิ่มเติมได้ท้ายบทความ

 

02 สวนฮานามิยามะ | Hanamiyama Park

มาถึงฟุกุชิมะแล้วขอเริ่มทริปด้วยกิจกรรมแสนจรรโลงใจอย่างการชมซากุระที่สวนฮานามิยามะ อุทยานธรรมชาติขนาดใหญ่ตั้งอยู่ไม่ไกลสถานีรถไฟฟุกุชิมะ ภายในถูกแต่งแต้มไปด้วยสีสันจากดอกไม้นานาพันธุ์ตามฤดูกาลมากกว่า 30 ชนิด อาทิ ซากุระ บ๊วย พีช คาโนล่า คามีเลีย ฯลฯ โดยเฉพาะดอกซากุระสายพันธุ์โซเมโยชิโนะ (Someiyoshino) ออกดอกสีชมพูบานสะพรั่งกระจายไปทั่วเนินเขาแบบที่หันกล้องไปทางไหน ถ่ายรูปมุมใดก็สวยถูกใจไปหมด

ชมซากุระที่สวนฮานามิยามะ อยู่ไม่ไกลจากสถานีรถไฟ ฟุกุชิมะ

ด้านบนนี้มีบางส่วนที่เป็นพื้นที่ส่วนบุคคล แต่ถึงอย่างนั้นผู้เป็นเจ้าของก็ใจดีเปิดให้คนทั่วไปได้เข้ามาใช้เวลาดื่มด่ำในบรรยากาศแสนผ่อนคลายที่สวนดอกไม้แห่งนี้ได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ สวนกว้างขนาดนี้ถ้ามีแพลนไปที่อื่นต่อคงต้องเผื่อเวลาสักหน่อย ส่วนเราไม่ได้รีบไปไหน ก็ตั้งใจจะใช้เวลาในสวนแห่งนี้ให้เต็มที่เลย

โดยปกติแล้วคนส่วนใหญ่มักจะเดินทางมาในช่วงฤดูใบไม้ผลิ เพราะเป็นช่วงที่จะได้เห็นซากุระบานสบายตาไปทั่วทั้งเนิน การเดินทางไปสวนจากสถานีฟุกุชิมะ จะมี Shuttle Bus รถบัสรับ-ส่งเฉพาะสวนฮานามิยามะ ซึ่งวันให้บริการแตกต่างกันไปในแต่ละปี พูดให้เข้าใจง่ายๆ คือตลอดช่วงดอกซากุระบาน มาถึงแล้วสามารถไปซื้อตั๋วและขึ้นรถที่ป้ายรสบัสหมายเลข 6 ได้เลย แต่หากไปในฤดูกาลอื่นๆ แนะนำให้ใช้บริการรถแท็กซี่ก็ใช้เวลาราว 15 นาทีเท่านั้น

Info
Admission: ฟรี
Sakura Period: ต้น-ปลายเมษายน
Nearest station: สถานีฟุกุชิมะ (JR Fukushima Station)
Access: ขึ้นรถบัสที่ป้ายหมายเลข 6 อยู่ตรงทางออกทิศตะวันออก ใช้เวลาประมาณ 15 นาทีจากสถานีฟุกุชิมะ (มีเฉพาะช่วงเทศกาลซากุระ) มาลงที่ป้ายทางเข้าสวนฮานามิยามะ จากนั้นเดินเท้าต่อประมาณ 10 นาทีจากป้ายรถบัส
Note: แต่ละปีจุดขึ้นรถบัสอาจมีการเปลี่ยนแปลง กรุณาตรวจสอบก่อนใช้บริการ

นั่งบัสกลับมาที่สถานีฟุกุชิมะ จากนั้นเราเดินเล่นบริเวณโดยรอบของสถานีต่ออีกหน่อย หาของอร่อยกินให้เต็มพุง แล้วค่อยกลับไปพักโรงแรม JR East Hotel Mets Fukushima ซึ่งอยู่ใกล้กับสถานีมากแบบที่มีทางเชื่อมถึงกัน ถ้ามีแพลนไปเที่ยวเมืองอื่นๆ ต่อ เราว่าที่นี่ก็สะดวกในการเดินทางนะ

 

แผนที่วันที่ 1

คลิกที่นี่เพื่อดาวน์โหลดแผนที่วันที่ 1

 

DAY 2 : Fukushima Station → Koriyama Station → FruiTea Fukushima (Joyful Train) → Ouchi Juku → Tonkatsu Katsuichi

 

03 รถไฟคาเฟ่ฟรุตเทีย ฟุกุชิมะ | FruiTea Fukushima

เราเขียนไว้ในตอนต้นว่า ฟุกุชิมะ เป็นหนึ่งในแหล่งผลิตผลไม้ที่มีชื่อเสียงของประเทศญี่ปุ่น โดยเฉพาะพีช ลูกแพร์ แอปเปิ้ล และองุ่น ที่อยู่ดีๆ เราก็พูดเรื่องผลไม้ขึ้นมาเพราะเราค้นเจอการท่องเที่ยวในรูปแบบใหม่ ‘Travelling Cafe’ นั่งรถไฟที่ขบวนถูกออกแบบให้เป็นคาเฟ่เคลื่อนที่ จิบชา กินขนมหวานที่ทุกชิ้นล้วนมีผลไม้ท้องถิ่นฟุกุชิมะเป็นส่วนประกอบหลัก

ฟรุตเทีย ฟุกุชิมะ (FruiTea Fukushima) วิ่งระหว่างสถานีโคริยามะ-คิตะคาตะ

เราตั้งใจมานั่ง FruiTea Fukushima ที่ต้นสาย จึงนั่งชินคันเซ็นราว 15 นาที จากสถานีฟุกุชิมะมาลงที่สถานีโคริยามะ 9:52 น. รถไฟค่อยเคลื่อนตัวออกจากชานชาลาส่วนตัวเราสำรองแพ็กเกจเซ็ต 4,200 เยน รวมไว้ซึ่งค่าโดยสารและชุดน้ำชาที่ประกอบไปด้วยทาร์ตผลไม้ตามฤดูกาลหรือเค้ก 2 ชิ้น น้ำผลไม้คั้นสด และกาแฟ ขณะที่ชานั้นสามารถยกมือเติมได้ไม่อั้นเลยตลอดเส้นทาง นอกจากจะได้เพลิดเพลินกับบรรดาขนมหวานแบบจุกๆ แล้วอย่าลืมเจียดเวลามาซึมซับบรรยากาศระหว่างทางที่ชวนให้รู้สึกดีจนแอบทดไว้ในใจว่า ถ้าได้มาอีกก็อยากพาคนที่บ้านมานั่งด้วยกันอีกครั้ง

รถไฟคาเฟ่ฟรุตเทีย ฟุกุชิมะ | FruiTea Fukushima

นับเป็นรถไฟที่อันซีนสุดๆ เพราะจำกัดเพียง 34 ที่นั่ง อีกทั้งจะเปิดการเดินรถเฉพาะวันเสาร์ อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์เท่านั้น ทำให้แต่ละเที่ยวจองเต็มอย่างรวดเร็ว ดังนั้นเพื่อความชัวร์จำเป็นต้องสำรองที่นั่งตั้งแน่เนิ่นๆ นะ

ปลายทางของขบวนรถไฟ FruiTea Fukushima คือสถานีคิตะคาตะ แต่เราเลือกลงก่อนที่สถานีไอสึวากามัตสึ (Aizu-Wakamatsu Station) เพราะแพลนเอาไว้ว่าจะเที่ยวเมืองนี้ก่อน ขณะนี้เวลา 11:30 น. เราก็ถึงจุดหมายที่เมืองไอสึวากามัตสึแล้ว เฮ้!

Info
Route: ระหว่างสถานีโคริยามะ ถึง สถานีคิตะคาตะ (Koriyama – Kitakata Station) / สถานีโคริยามะ ถึง สถานีเซนได (Koriyama – Sendai Station)
Available Date: โดยปกติแล้วจะเปิดการเดินรถทุกๆ วันเสาร์ อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ โดยวิ่งระหว่างสถานี Koriyama ถึง Kitakata สาย Ban’etsu West Line ไม่เหมือนกับในช่วงฤดูหนาวที่รถไฟจะเปลี่ยนเส้นวิ่งเริ่มต้นตั้งแต่สถานี Koriyama แล้วสิ้นสุดที่ Sendai ของสาย Tohoku Line แทน
Website: www.jreast.co.jp/e/joyful/fruitea.html
Note: บัตรโดยสาร JR East Pass ไม่สามารถใช้โดยสาร FruiTea Fukushima ได้ แต่สามารถใช้เพื่อโดยสารรถไฟธรรมดาหรือรถไฟชินคันเซ็นไปจนถึงสถานีที่ให้บริการได้ 

 

04 หมู่บ้านโบราณโออุจิจุคุ | Ouchi-juku

เก็บสัมภาระที่โรงแรมเรียบร้อยแล้วนั่งรถไฟท้องถิ่นต่อมาที่สถานียูโนคามิออนเซ็น (Yunokamionsen Station) หลังจากลงรถไฟแล้วอย่าเพิ่งรีบไปไหน แนะนำให้สอดส่ายสายตาไปรอบๆ บริเวณสถานีจะเห็นว่ามีซากุระเบ่งบานต้อนรับอย่างเป็นใจ ก่อนจะต่อแท็กซี่ประมาณ 10 นาที ก็จะถึงอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดฟุกุชิมะ ‘โออุจิจุคุ’ หมู่บ้านโบราณสร้างขึ้นตั้งแต่สมัยเอโดะ ที่ถูกใช้เป็นจุดพักแรมและเป็นเส้นทางในการขนส่งสินค้าระหว่างฟุกุชิมะ นีงาตะ และโทชิกิ

สถานียูโนคามิออนเซ็น (Yunokamionsen Station), จ. ฟุกุชิมะ

จุดเด่นของบ้านเรือนในหมู่บ้านแห่งนี้คือใช้ใบของต้นคายาบุกิมุงหลังคาซึ่งเป็นการสะท้อนวิถีชีวิตของชาวญี่ปุ่นโบราณ ปัจจุบันบ้านแต่ละหลังก็จะปรับเป็นพิพิธภัณฑ์ ร้านขายของฝาก ร้านอาหารให้นักท่องเที่ยวเข้าไปใช้บริการ จุดถ่ายรูปยอดนิยมคือให้เดินขึ้นเนินเขาด้านหลัง จะเห็นวิวบ้านเรือนโบราณเรียงรายทั้งหมู่บ้านงดงามตามคาด

ชื่นชมสถาปัตยกรรมของหมู่บ้านโบราณจนอิ่มใจ เลยแวะกิน ‘Negi Soba’ จนอิ่มท้อง เมนูนี้ล่อใจเราด้วยตะเกียบวิเศษ คือร้านจะเสิร์ฟโซบะมาพร้อมกับต้นหอมญี่ปุ่นที่จะใช้ตะเกียบนั่นเอง คีบเส้นโซบะทานพร้อมๆ กับกัดต้นหอมเข้าไปด้วย เส้นโซบะนุ่มๆ กับความกรอบของต้นหอม เข้ากันดีเชียวล่ะ!

Ouchi-juku ฤดูใบไม้ผลิ, เมืองไอสึวากามัตสึ, ฟุกุชิมะ

Info
Nearest Station: สถานียูโนคามิออนเซ็น (Yunokamionsen Station)
Access: จากสถานีไอสึวากามัตสึนั่งรถไฟสายทาดามิ (Tadami Line) ต่อด้วยสายไอสึเท็ตสึโด (Aizu Tetsudo Line) ต่อมาราว 30 นาที มาลงที่สถานียูโนคามิออนเซ็น (Yunokamionsen Station) จากนั้นให้ต่อแท็กซี่ประมาณ 10 นาที หรือขึ้นบัสจากป้ายหน้าสถานียูโนคามิออนเซ็นไปลงที่ป้ายโออุจิชิโมะ (Ouchishimo) ก็จะถึงหมู่บ้านโบราณโออุจิจุคุ
Website:ouchi-juku.com
Note: ใช้ JR East Pass (Tohoku Area) ขึ้นรถไฟสายทาดามิและไอสึเท็ตสึโดได้

 

05 ทงคัตสึ คัตสึอิชิ | Tonkatsu Katsuichi

ปิดท้ายวันด้วยมื้อหนักอย่าง ‘คัตสึด้ง’ หรือ ‘ข้าวหน้าหมูทอด’ อีกหนึ่งเมนูท้องถิ่นขึ้นชื่อของเมืองไอสึวากามัตสึ สังเกตได้จากมีร้านจำหน่ายเฉพาะคัตสึด้งกระจายตัวอยู่หลายแห่งในเมือง เราปักหมุดไปที่ร้าน Tonkatsu Katsuichi เนื่องจากอยู่ไม่ไกลจากสถานีรถไฟและโรงแรมที่พัก

คัตสึด้งของไอสึแท้ๆ ต้องมี 3 ชั้น ใส่ข้าวญี่ปุ่นเป็นอันดับแรก ทับด้วยกะหล่ำปลีหั่นฝอย และโปะหน้าด้วยหมูชุบแป้งทอดชิ้นโต ราดด้วยซอสชุ่มฉ่ำสูตรดั้งเดิม กินพร้อมกันในคำเดียวคือสวรรค์น้อยๆ ของคนรักของทอด ในเซ็ตของร้านนี้จะเสิร์ฟมาพร้อมผักดอง ถั่วแระต้ม และมิโซะซุปไว้ซดให้คล่องคอ

Info
Hours: 11:00-14:00 น. และ 17:00-22:00 น.
Holiday: วันอาทิตย์ในสัปดาห์ที่ 1 และ 3 ของเดือน
Nearest Station: สถานีไอสึวากามัตสึ (Aizu-Wakamatsu Station)
Access: เดินเท้า 4 นาที (350 เมตร) จากสถานีไอสึวากามัตสึ
Note: เวลาเปิด-ปิดอาจมีการเปลี่ยนแปลง กรุณาตรวจสอบก่อนเดินทาง

แผนที่วันที่ 2

คลิกที่นี่เพื่อดาวน์โหลดแผนที่วันที่ 2

 

DAY 3 : Aizu Wakamatsu Food Guide→ Tsuruga Castle → No.1 Tadami River Bridge Viewpoint → Kaneyama Fureai Hiroba → Shirifukitoge

 

06 เมืองไอสึวากามัตสึ | Aizu Wakamatsu Food Guide

ช่วงเช้าวันที่สองเราตั้งใจว่าจะเที่ยวเล่นในเมืองไอสึวากามัตสึที่โด่งดังในฐานะแหล่งผลิตข้าวและข้าวหมัก ทั้งยังมีจุดท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ของประเทศญี่ปุ่นมากมาย พร้อมเดินชมอาคารบ้านช่องของคนท้องถิ่น สัมผัสบรรยากาศย้อนยุคด้วยเพราะเมืองนี้เคยเป็นที่อยู่อาศัยของเหล่าซามูไรในสมัยเอโดะ

แวะเข้าร้านค้าโลคอล นั่งคาเฟ่ชาวบ้านจิบกาแฟและกินขนมเท่าที่ใจอยาก สำหรับเราถ้าวัดกันจริงๆ อาหารการกินน่าจะเป็นหนึ่งสิ่งที่สะท้อนวิถีชีวิตของคนบ้านเมืองนั้นๆ ได้ดีที่สุด จึงไม่พลาดสำรวจร้านอร่อยในเมืองไอสึวากามัตสึอย่างเพลิดเพลินพุง

 

  • Aizu Ichibankan

อยากเริ่มวันใหม่ให้สดใส จะมีอะไรเพลิดเพลินไปกว่าการได้นั่งจิบกาแฟหอมกรุ่นในพื้นที่แสนสงบ ร้านแรกที่แวะไปคือ Aizu Ichibankan คาเฟ่สไตล์เรโทรในอาคารเก่าตั้งแต่สมัยเมจิร้านกาแฟตั้งอยู่ที่ชั้น 1 ส่วนชั้น 2 เป็นพิพิธภัณฑ์

คนที่มานั่งที่ร้านส่วนใหญ่จะชอบดื่มกาแฟทุนเดิม เพราะที่ร้านมีเมล็ดกาแฟคุณภาพดีหลากหลาย นอกเหนือจากนี้ยังมีเมนูเบาท้องอย่างแซนด์วิช ขนมเค้ก โทสต์ และพุดดิ้งให้เลือกสั่งมากินคู่กันได้ ภายในร้านตกแต่งด้วยไฟสลัวจากโคมไฟสุดวินเทจ โต๊ะไม้สีโอ๊ก และแน่นอนว่ามีเจ้าวัวเเดงอากาเบโกะ มาสคอตประจำเมืองไอสึอยู่ด้วย

Info 
Hours: 8:00-20:00 น.
Holiday:
Nearest station: สถานีไอสึวากามัตสึ (Aizu-Wakamatsu Station)
Access: เดินเท้า 15 นาที (1.2 กิโลเมตร) จากสถานีไอสึวากามัตสึ

 

  • Mitsutaya

เดินเท้าต่อมาอีกประมาณ 280 เมตร เราพบกับ Mitsutaya ร้านค้าเก่าแก่ตั้งแต่ช่วงปลายสมัยเอโดะที่จำหน่ายมิโซะเดงกาคุ (Miso Dengaku) บุกก้อนย่างราดซอสมิโซะที่ว่ากันว่าเป็นอีกหนึ่งเมนูโลคอลต้องกินหากมาถึงเมืองไอสึวากามัตสึ

ปกติแล้วเรามักจะพบบุกในเมนูโอเด้ง หรือบุกแบบเส้นในชาบูชาบู แต่เจ้าเมนูที่ว่านี้ใช้บุกแบบก้อนเสียบไม้แล้วนำไปย่างไฟอ่อนๆ ก่อนจะเสิร์ฟพร้อมราดซอสมิโซะรสหวานเค็ม ในบริเวณเดียวกันนี้ยังมีโซนจำหน่ายสินค้าสำหรับซื้อกลับบ้านด้วย

Info
Hours: 10:00-17:00 น.
Holiday: เดือนมกราคมถึงมีนาคม หยุดทุกวันพุธ, เดือนเมษายนถึงธันวาคม หยุดทุกวันพุธในสัปดาห์ที่ 1, 2, 3  ของเดือน ยกเว้นในกรณีที่ตรงกับวันหยุดนักขัตฤกษ์จะเปิดให้บริการ 
Website: https://www.mitsutaya.jp/
Nearest station: สถานีไอสึวากามัตสึ (Aizu-Wakamatsu Station)
Access: เดินเท้า 16 นาที (1.3 กิโลเมตร) จากสถานีไอสึวากามัตสึ

 

  • Kohikan Kura

อีกร้านที่อยากบอกต่อให้สายหวาน Kohikan Kura ร้านอาหารเก่าแก่ที่ซ่อนตัวอยู่หลังทางเข้าอิฐเล็กๆ ของอาคารทรงสวยแปลกตา เปิดทำการมาอย่างยาวนานตั้งแต่ปี ค.ศ. 1976 ภายในร้านเลือกใช้ของเก่ามาตกแต่งร้านได้อย่างน่ารัก เลี้ยงปลาทองในทีวีเครื่องเก่า ฟิกเกอร์โบราณก็ตั้งในตู้ไม้รอบๆ ร้าน ฯลฯ

ที่ร้านจะเสิร์ฟทั้งของคาว ของหวาน และเครื่องดื่มต่างๆ แต่ด้วยความที่ท้องยังแน่นจึงเลือกสั่งเพียงขนมและกาแฟดำ ซึ่งเป็นขนมหวานที่รสชาติถูกปากเราเป็นพิเศษ พนักงานแสนสุภาพเดินมาเสิร์ฟอาหารพร้อมรอยยิ้มน้อยๆ ก็ยิ่งทวีความประทับใจขึ้นไปอีก สัญญาว่าถ้ามีโอกาสไปอีกจะเผื่อท้องไว้สั่ง Hayashi Rice ข้าวหน้าสตูว์เนื้อสไตล์ญี่ปุ่น เมนู Recommended ของร้านให้ได้!

Info 
Hours: 8:00-21:00 น.
Holiday: – 
Nearest station: สถานีไอสึวากามัตสึ (Aizu-Wakamatsu Station)
Access: เดินเท้า 15 นาที (1.2 กิโลเมตร) จากสถานีไอสึวากามัตสึ

 

07 ปราสาทสึรุกะ | Tsuruga Castle (Tsuruga-jo)

อิ่มท้องจากอาหารคาวหวานเจ้าเด็ดมากมายในเมืองไอสึวากามัตสึแล้ว เราขอเดินย่อยต่อไปสำรวจสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ที่ ‘ปราสาทสึรุกะ’ หรือมีอีกชื่อเรียกหนึ่งว่า ‘ปราสาทไอสึวากามัตสึ’ ด้วยเพราะเคยถูกใช้เป็นศูนย์กลางแคว้นไอสึในอดีต ของเดิมถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1384 แต่ที่เราเห็นในปัจจุบันนั้นเป็นปราสาทที่บูรณะขึ้นใหม่หลังจากถูกทำลายลงในปี ค.ศ. 1874 นั่นเอง

ปราสาทสึรุกะ (Tsuruga-jo) ในฤดูใบไม้ผลิที่ ฟุกุชิมะ

นอกจากอาคารหลักแล้วยังมีโรงน้ำชาริงคาคุ (Rinkaku) ที่ถูกสร้างใหม่ขึ้นพร้อมๆ กัน ภายในมีพิธีชงชาแบบดั้งเดิมให้คนทั่วไปได้เข้าร่วม บริเวณโดยรอบปราสาทยังมีสวนสาธารณะปราสาทสึรุกะ (Tsuruga Castle Park) ที่นับเป็นอีกจุดชมซากุระยอดนิยมในฤดูใบไม้ผลิ แนะนำว่าให้ซื้อขนมนมเนยมานั่งปูผ้าปิกนิกชมวิวซากุระบานก็ชิลล์ไปอีกแบบ อีกทั้งยามฟ้ามืดจะมี Illumination ไฟหลากสีประดับประดาก็ยิ่งทำให้ซากุระและปราสาทดูสวยน่ามองขึ้นไปอีก

Info
Hours: 8:30-17:00 น.
Holiday:
Entrance Fee: Castle Tower และ Rinkaku ผู้ใหญ่ 520 เยน, นักเรียนชั้นประถมและมัธยมต้น 150 เยน, เด็กเล็กและผู้ทุพพลภาพ เข้าฟรี
Nearest Station: สถานีไอสึวากามัตสึ (Aizu-Wakamatsu Station)
Access: เดินเท้าประมาณ 30 นาที (2.7 กิโลเมตร) จากสถานีไอสึวากามัตสึ
Website: http://www.tsurugajo.com/language/eng/

 

08 จุดชมวิวสะพานข้ามแม่น้ำทาดามิหมายเลข 1 | No.1 Tadami River Bridge Viewpoint

รถไฟเจอาร์สายทาดามิ (JR Tadami Line) เป็นสายรถไฟท้องถิ่นที่เชื่อมระหว่างเมืองไอสึวากามัตสึกับจังหวัดนีงาตะที่โด่งดังในเรื่องของทิวทัศน์อันงดงามระหว่างทาง จนได้รับความนิยมสูงถึงขนาดได้เสียงโหวตเป็นอันดับ 1 ในการจัดอันดับสายรถไฟท้องถิ่นสายญี่ปุ่นตะวันออกที่คนชื่นชอบมากที่สุด ถ้าเดินทางมาในฤดูใบไม้ผลิก็จะได้เห็นวิวซากุระสีชมพูเกือบตลอดทาง เป็นช่วงเวลาสั้นๆ ให้สายตาได้พักจากสมาร์ทโฟนในมือ

พร้อมๆ กันนี้เราก็ถือโอกาสจัดทริปถ่ายรูปรถไฟตามจุดชมวิวสูงๆ ซึ่งจะเดินทางโดยรถไฟสายทาดามินี่แหละ เพราะสามารถใช้บัตรโดยสาร JR East Pass (Tohoku Area) ขึ้นรถไฟสายนี้ได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม สายประหยัดอย่างเราซื้อมาทั้งทีก็ต้องใช้ให้คุ้มหน่อย จุดแรกที่อยากแนะนำเป็นจุดถ่ายภาพรถไฟแล่นผ่านสะพานข้ามแม่น้ำที่ถูกโอบล้อมไปด้วยธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ในทุกฤดูกาล เชื่อว่าหลายคนน่าจะเห็นตามโปสเตอร์ประชาสัมพันธ์บ่อยๆ ความเมื่อยล้าจากการเดินขึ้นเขา พอได้สูดอากาศบริสุทธิ์ด้านบน พร้อมชมวิวมุมกว้างสุดลูกหูลูกตาแบบนี้ก็ชวนรู้สึกดี

จุดชมวิวสะพานข้ามแม่น้ำทาดามิหมายเลข 1 (No.1 Tadami River Bridge Viewpoint), จ. ฟุกุชิมะ

การเดินทางถ้าไม่ได้เช่ารถขับจะยุ่งยากไปบ้าง แต่ถ้าอยากประหยัดก็หนทางที่ดี จากสถานีไอสึวากามัตสึต้องโดยสารรถไฟไปลงที่สถานีไอสึมิยาชิตะ แล้วเปลี่ยนมานั่งรถบัสไปลงที่จุดพักรถโอเซไคโด มิชิมะจูคุ (Ozekaido Mishima Juku Roadside Station) จากนั้นเดินขึ้นทางด้านข้างอุโมงค์ต่ออีกเล็กน้อยจะถึงจุดหมาย ข้อควรระวังคือรอบรสบัสระหว่างจุดพักรถและสถานีสถานีไอสึมิยาชิตะมีน้อยมาก ควรซื้อตั๋วแบบไป-กลับและคำนวณเวลาอย่างรอบคอบ

Info
Website: www.okuaizu.net/en/tadami-line
Nearest Station: สถานีไอสึมิยาชิตะ (Aizu-Miyashita Station)
Access: จากสถานีไอสึวากามัตสึให้โดยสารรถไฟเจอาร์สายทาดามิมาลงที่สถานีไอสึมิยาชิตะ ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 20 นาที แล้วโดยสารรถบัสไปลงที่ป้ายจุดพักรถโอเซไคโด มิชิมะจูคุ (Ozekaido Mishima Juku Roadside Station) ใช้เวลาประมาณ 5 นาที จากจุดพักรถเดินเท้าต่ออีกประมาณ 3 นาที จะเจออุโมงค์ ทางขึ้นจุดชมวิวหมายเลข 1 อยู่ด้านซ้ายมือของอุโมงค์
Note: ใช้ JR East Pass (Tohoku Area) ขึ้นรถไฟสายทาดามิได้

 

09 จุดชมวิวคาเนยามะ ฟุเรไอ ฮิโรบะ | Kaneyama Fureai Hiroba

อีกหนึ่งจุดที่อยากแนะนำอยู่ห่างกันราว 30 นาทีจากจุดชมวิวสะพานข้ามแม่น้ำทาดามิหมายเลข 1 โดยรถไฟ เรายังใช้บริการรถไฟสายทาดามิเหมือนเดิมมาลงที่สถานีไอสึคาวากุจิ (Aizu-Kawaguchi Station) จากนั้นเดินเท้าต่อประมาณ 800 เมตรจะพบกับจุดชมวิวรถไฟสวยเก๋คาเนยามะ ฟุเรไอ ฮิโรบะ

คนมักจะมารอถ่ายภาพยามที่รถไฟแล่นเลียบแม่น้ำทาดามิ พร้อมฉากหลังเป็นภูเขาที่อยู่อีกฟากฝั่งของแม่น้ำ ไกลออกไปอีกนิดเราเห็นหมู่บ้านเล็กๆ ริมแม่น้ำ ใจลึกๆ ก็แอบอิจฉาคนในหมู่บ้านที่ได้ตื่นนอนมาพร้อมวิวธรรมชาติงามๆ ไม่มีอาคารสูงใหญ่ หรือเขม่าควันดำจากรถยนต์คละคลุ้งให้รำคาญใจ อาจเป็นภาพธรรมดาสำหรับคนท้องถิ่น แต่กับชาวต่างชาติที่มาจากเมืองใหญ่ ทิวทัศน์ที่เรากำลังมองเห็นนี้ก็ชวนให้รู้สึกดีจริงๆ   

Info 
Website: fukushima-zekkei.jp
Nearest Station: สถานีไอสึคาวากุจิ (Aizu-Kawaguchi Station)
Access: จากสถานีไอสึวากามัตสึให้โดยสารรถไฟ JR สายทาดามิมาลงที่สถานีไอสึคาวากุจิ ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 50 นาที จากนั้นให้เดินเท้าต่ออีกประมาณ 8 นาที (800 เมตร) ตามแผนที่ก็ถึงจุดชมวิวคาเนยามะ ฟุเรไอ ฮิโรบะ

 

10 สันเขาชิริฟุคิโทเกะ | Shirifukitoge

จากจุดชมวิวที่เราไปทั้งหมด สันเขาชิริฟุคิโทเกะเป็นแห่งเดียวที่ต้องขับรถยนต์ขึ้นไปเท่านั้น หากมาทางรถไฟสถานีที่ใกล้ที่สุดคือสถานีไอสึคาวากุจิ จากบริเวณนี้จะได้เห็นภาพมุมกว้างของแม่น้ำทาดามิที่คดเคี้ยว ภูเขาสูงเลียบแม่น้ำแซมไปด้วยต้นไม้น้อยใหญ่ ลานกว้างอีกฝั่งของแม่น้ำเป็นชนบทเล็กๆ มีบ้านเรือนคนท้องถิ่นตั้งกระจุกตัวอยู่อย่างน่ารัก คนญี่ปุ่นที่ไปด้วยกันบอกว่าภาพที่เห็นจะมีเสน่ห์แตกต่างกันออกไปตามแต่ฤดูกาล ถ้าอยากรู้ว่าเป็นอย่างไรก็คงซื้อตั๋วมาเที่ยวกันเองแล้วล่ะ

Info 
Nearest Station: สถานีไอสึคาวากุจิ (Aizu-Kawaguchi Station)

 

แผนที่วันที่ 3 

คลิกที่นี่เพื่อดาวน์โหลดแผนที่วันที่ 3

 

DAY 4 : Kitakata Food Guide → Nicchusen Weeping Cherry Tree

 

11 เมืองคิตะคาตะ | Kitakata Food Guide

วันที่สามเราเลือกนั่งรถไฟไปวันเดย์ทริปที่เมืองคิตะคาตะ ซึ่งเป็นที่รู้จักในหมู่คนรักราเมน จากสถานีไอสึวากามัตสึให้โดยสารรถไฟสายบังเอ็ตสึเวสท์ (Ban’etsu West Line) มาลงที่สถานีคิตะคาตะได้โดยตรงราวครึ่งชั่วโมงเท่านั้น

เกร็ดน่าสนใจที่เราไปเจอมาคือ ภายในเมืองมีร้านราเมนมากกว่า 100 ร้าน ดังนั้นวันนี้เราจะไปทัวร์กินทั้งคาวหวานให้สมใจอยาก อีกทั้งเมืองคิตะคาตะมีชื่อเสียงในเรื่องของการเปลี่ยนบ้านหรือโกดังเก่าให้เป็นร้านค้าในปัจจุบัน ส่วนใหญ่แล้วจะไม่ทุบของเก่าแล้วสร้างใหม่เด็ดขาด ถึงว่าล่ะ ระหว่างที่เดินเล่นมองไปทางไหนรอบๆ เมืองก็เต็มไปด้วยอาคารเก่าที่น่าสนใจมากมาย ถ้าชอบเดินชมสถาปัตยกรรมเก่าๆ เมืองคิตะคาตะก็เป็นอีกแห่งในญี่ปุ่นที่คุณน่าจะชอบ

 

  • Bannai Shokudo

ถ้าเดินผ่านก็ต้องคิดว่านี่เป็นร้านอาหารแสนธรรมดา แต่นี่หนึ่งในร้านราเมนที่มีชื่อเสียงของเมืองคิตะคาตะที่เราลิสต์ไว้อันดับต้นๆ ในใจว่าถ้ามาถึงที่แล้วต้องได้กิน ดาวเด่นของร้านคือ ‘Kitakata Ramen’ ชามยักษ์ ว่ากันว่าติดท็อปทรีราเมนรสเยี่ยมที่สุดในญี่ปุ่นเชียวล่ะ

ลักษณะพิเศษของคิตะคาตะราเมนคือเส้นจะแบน หนานุ่ม และหยักคล้ายคลื่น น้ำซุปใสที่ถูกจริตเราทำจากปลา กระดูกหมู และซอสโชยุที่ทำจากวัตถุดิบในเมืองคิตาตาตะเอง ท็อปมาด้วยหน่อไม้ หมูที่ตุ๋นจนนุ่มกำลังดี ปิดด้วยต้นหอมซอย เป็นความอร่อยที่หาได้ที่เมืองคิตะคาตะเท่านั้น

Info
Hours: ศ.-พ. 7:00-18:00 น.
Holiday: วันพฤหัสบดี ยกเว้นกรณีที่ตรงกับวันหยุดนักขัตฤกษ์จะเปิด, วันปีใหม่
Website: shop.bannaisyokudou.jp
Nearest Station: สถานีคิตะคาตะ (Kitakata Station)
Access: เดินเท้า 10 นาที (800 เมตร) จากสถานีคิตะคาตะ

 

  • Kissa Kura

ร้านขนมหวานสไตล์โชวะที่รักษาบรรยากาศแบบยุคนั้นเอาไว้ได้อย่างดี ทั้งการตกแต่งร้าน  เฟอร์นิเจอร์ที่ใช้งานล้วนแล้วแต่เสริมสร้างให้รู้สึกเหมือนได้ย้อนเวลากลับไป อาจไม่ใช่สไตล์อันเป็นที่ชื่นชอบของวัยรุ่นสมัยนี้ แต่เป็นความแปลกใหม่ที่เราว่าร้านรูปแบบนี้หานั่งได้ยากแล้วในปัจจุบัน

ที่นี่จำหน่ายเพียงขนมหวานและเครื่องดื่ม เราเลือกสั่งกาแฟดำร้อนและ ‘Cream Anmitsu’ ขนมญี่ปุ่นโบราณที่ยังได้รับความนิยมมาอย่างต่อเนื่อง ในหนึ่งถ้วยประกอบไปด้วยดังโงะ ถั่วแดงบด ไอศกรีม ผลไม้สด และอาการ์ (วุ้นที่ทำจากสาหร่ายทะเล) ให้เข้ากับบรรยากาศเก่าๆ ซึ่งเป็นแบบที่ถูกใจเรามาก

Info
Hours: จ.-ส. 10:00-18:00 น. 
Holiday: วันอาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ 
Nearest Station: สถานีคิตะคาตะ (Kitakata Station)
Access: เดินเท้า 15 นาที (1.2 กิโลเมตร) จากสถานีคิตะคาตะ

 

  • Kunugiyama Coffee Shop

กลิ่นหอมโชยตามลมมาแต่ไกลทำให้รู้ได้ทันทีว่านี่คือร้านกาแฟ คนรักกาแฟอย่างเราจึงตัดสินใจเดินเข้าไปสำรวจสักหน่อย พบว่าที่ร้านมีเมล็ดกาแฟให้เลือกหลายชนิดและหลากหลายระดับการคั่วให้คอกาแฟได้เพลิดเพลิน

นอกเหนือจากเมนูกาแฟที่ร้านยังมีอาหารและขนมให้บริการด้วย ส่วนขนมที่ถูกปักหมุดให้เป็นเมนูแนะนำของร้านคือ ‘พาร์เฟ่ต์’ ผลไม้ตามฤดูกาล เราสั่งพาร์เฟ่ต์สตรอว์เบอร์รีซึ่งเสิร์ฟมาในถ้วยพูนทรงโดมเล็กๆ ซึ่งอัดแน่นไปด้วยไอศกรีม วิปครีมเนื้อเนียน และท็อปมาด้วยสตรอว์เบอร์รีสดแบบจัดเต็ม

Info 
Hours: อ.-อา. 11:00-16:00 น.
Holiday: วันจันทร์ 
Website: www.kunugimame.com
Nearest Station: สถานีคิตะคาตะ (Kitakata Station)
Access: เดินเท้า 13 นาที (1 กิโลเมตร) จากสถานีคิตะคาตะ

 

  • Tsuki-to-Ohisama (Tukitoohisama)

ร้านขายอาหาร ขนม และของฝากบรรยากาศอบอุ่นที่ถูกปรับมาจากบ้านส่วนตัวเมื่อปี ค.ศ. 2012 ดูเผินๆ เหมือนจะเป็นร้านค้าที่ค่อนข้างเก่า แต่พอได้เข้าไปแล้วให้ความรู้สึกเหมือนได้ไปเยี่ยมบ้านคุณยายที่ต่างจังหวัดยังไงยังงั้น

อาหารและขนมทุกเมนูล้วนเป็นแบบโฮมเมดที่เจ้าของร้านปรุงขึ้นอย่างพิถีพิถัน ส่วนตัวเราที่มาเยี่ยมเยือนร้านด้วยของกินเต็มท้อง จึงเลือกสั่งเพียงเครื่องดื่มและขนมปังติดตัวเอาไว้เผื่อหิวระหว่างทาง อร่อยใช้ได้เลยล่ะ หรือจะแวะมาซื้อของที่ระลึกไอเดียเก๋กลับไปก็ได้เช่นกัน เพราะที่ร้านก็มีนิทรรศการแสดงสินค้าหมุนเวียนมาจัดอยู่บ่อยครั้ง

Info
Hours: พฤ.-จ. 10:00-18:00 น. 
Holiday: วันอังคารและพุธ
Website: tukitoohisama.com
Nearest Station: สถานีคิตะคาตะ (Kitakata Station)
Access: เดินเท้า 15 นาที (1.2 กิโลเมตร)

 

12 จุดชมซากุระนิชชูเซน | Nicchusen Weeping Cherry Tree

เริ่มต้นทริปด้วยการชมซากุระก็ขอปิดด้วยการชมซากุระให้ใจชื่นบานตลอดทริป ในเมืองคิตะคาตะก็มีพื้นที่แสนผ่อนคลายเปิดให้คนทั่วไปได้ดื่มด่ำกับเส้นทางเดินและปั่นจักรยานชมซากุระยาว 3 กิโลเมตร ที่มีมากกว่า 1,000 ต้นเชียวล่ะ โดยมีจุดเด่นตรงที่เป็นซากุระสายพันธุ์กิ่งย้อยสวยไปอีกแบบ ในอดีตเส้นทางนี้เคยเป็นทางรถไฟสาย Nicchu Line ที่วิ่งระหว่างเมืองคิตะคาตะและอัตสึชิโอะออนเซ็น (Atsushio Onsen) หมู่บ้านออนเซ็นใน ฟุกุชิมะ นั่นเอง

จุดชมซากุระนิชชูเซน (Nicchusen) เมืองคิตะคาตะ จ. ฟุกุชิมะ

แม้ปัจจุบันจะไม่มีเส้นทางรถไฟนี้อยู่แล้ว แต่ก็ยังมีขบวนรถจักรไอน้ำคันเก่าจอดไว้เพื่อให้คนรุ่นหลังได้ทำความรู้จักด้วย จุดเริ่มต้นของถนนสายนี้อยู่ใกล้ๆ กับสถานีคิตะคาตะ เดินเท้าได้ระยะทางราว 400 เมตร แต่ถ้าจะไปจุดที่มีรถจักรไอน้ำโบราณ จะอยู่ห่างออกไปประมาณ 1.6 กิโลเมตร แต่ถึงอย่างนั้นก็สามารถเดินได้เรื่อยๆ ไม่ได้รู้สึกเหนื่อย คงเพราะเหล่าซากุระสีชมพูคอยปลอบประโลมใจจนลืมเหนื่อยก็เป็นไปได้

Info
Sakura Period: กลาง-ปลายเมษายน
Nearest Station: สถานีคิตะคาตะ (Kitakata Station)
Access: เดินเท้า 5 นาที (400 เมตร) จากสถานีคิตะคาตะ

 

แผนที่วันที่ 4

คลิกที่นี่เพื่อดาวน์โหลดแผนที่วันที่ 4

 

เกี่ยวกับบัตรโดยสาร JR East Pass Tohoku Area

บัตรโดยสารสุดคุ้มที่ใช้โดยสารรถไฟในภูมิภาคโทโฮคุ ทั้งรถไฟท้องถิ่น ชินคันเซ็น รถไฟท่องเที่ยว Joyful Train จะนั่งชินคันเซ็นจากโตเกียวไปลงโคริยามะหรือ ฟุกุชิมะ ก็สำรองได้ไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม รวมถึงสามารถใช้นั่งรถไฟ Narita Express จากสนามบินนาริตะ หรือ Tokyo Monorail จากสนามบินฮาเนดะได้ฟรีหมดภายในระยะเวลา 5 วัน โดยไม่จำเป็นต้องติดต่อกันภายในระยะเวลา 14 วัน

เที่ยว ฟุกุชิมะ ให้คุ้มด้วยบัตรโดยสาร JR East Pass (Tohoku Area)

หากมีบัตรโดยสาร JR East Pass (Tohoku Area) สามารถสำรองที่นั่งชินคันเซ็นและรถไฟ Joyful Train ออนไลน์ได้ฟรีทางเว็บไซต์ eki-net.comล่วงหน้า 1 เดือน หรือที่ห้องจำหน่ายตั๋ว JR East Travel Service Center สีเขียวบริเวณสถานีใหญ่ๆ ในญี่ปุ่น เช่น สถานี Tokyo, Shinjuku, Shibuya, Ueno, Koriyama, Fukushima ฯลฯ

Info
Ticket Price: ผู้ใหญ่อายุ 12 ปีขึ้นไป 19,350 เยน, เด็กอายุ 6-11 ปี 9,670 เยน (ราคาจำหน่ายในประเทศไทย)
Period: 5 วัน โดยไม่จำเป็นต้องติดต่อกันภายในระยะเวลา 14 วัน 
Website:  www.jreast.co.jp
Note: ราคาบัตรโดยสารดังกล่าวเป็นราคาที่ตรวจสอบในวันที่ 9 กรกฎาคม 2563

 

วิธีซื้อ JR East Pass Tohoku Area แบบง่ายที่สุด

วิธีซื้อ JR East Pass Tohoku Area แบบง่ายที่สุด ก็คือซื้อผ่านเอเจนซี่ในประเทศไทยที่เชี่ยวชาญเรื่องการท่องเที่ยวญี่ปุ่นจะได้ราคาที่ถูกกว่าการไปซื้อที่ประเทศญี่ปุ่น ได้แก่ Wendy Tour, HIS และ JTB สามารถติดต่อและสอบถามรายละเอียดได้ทางโทรศัพท์หรือเว็บไซต์ต่อไปนี้ 

  • Wendy Tour

Tel: 02-214-1763
Website: www.wendytour-th.com/JR-East.html

  • HIS

Tel: 02-022-0933
Website: th.his-bkk.com/japan-rail-pass/jr-east-pass

  • JTB

Tel: 02-344-4688 / 02-344-4600
Website: www.jtbthailand.com/th/jr-east-pass

 

ตัวอย่างทริปท่องเที่ยวด้วยบัตรโดยสาร JR East Pass (Tohoku Area)

 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...