โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

การรักษา โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ ที่ซับซ้อน ทำอย่างไรจะได้ผลดีที่สุด?

BRIGHTTV.CO.TH

เผยแพร่ 17 ส.ค. 2563 เวลา 05.40 น. • Bright Today

ปัจจุบัน โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ ถือเป็นโรคที่พบได้บ่อยขึ้น การรักษาประกอบไปด้วยการรักษาผ่านสายสวน (PCI) หรือการผ่าตัดทำทางเบี่ยงหลอดเลือด (Bypass) ข้อดีของการรักษาผ่านสายสวน คือระยะการฟื้นตัวหลังการแก้ไขจะรวดเร็วกว่าการทำผ่าตัด

นพ.วิชัย จิรโรจน์อังกูร อายุรแพทย์หัวใจ รพ.หัวใจกรุงเทพ กล่าวว่า โรคหลอดเลือดหัวใจตีบตัน เกิดจากการที่มีคราบไขมัน (Plaque) เกิดขึ้นในผนังหลอดเลือด ส่งผลทำให้การไหลเวียนเลือดภายในเส้นเลือดลดลงจนเป็นผลทำให้กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด จนเกิดอาการเจ็บหน้าอกเวลาออกกำลังหรือมีอาการเหนื่อยง่ายขึ้น การรักษาเส้นเลือดหัวใจตีบผ่านสายสวน (PCI) เป็นการรักษาเส้นเลือดตีบโดยไม่ต้องอาศัยการผ่าตัด กระบวนการรักษาประกอบไปด้วยการเจาะเส้นเลือดที่ข้อมือหรือเส้นเลือดที่บริเวณขาหนีบ การใส่สายสวนผ่านเส้นเลือดแดงจากบริเวณดังกล่าวย้อนขึ้นไปเส้นเลือดแดงที่ออกจากหัวใจ แล้วทำการฉีดสารทึบแสงร่วมกับการถ่ายภาพ X-ray เพื่อดูลักษณะความผิดปกติของเส้นเลือดของหัวใจทั้งซ้ายและขวา เมื่อพบตำแหน่งที่ผิดปกติจึงทำการแก้ไขโดยการผ่านลวดนำทางและใช้สายสวนที่มีบอลลูนตามเข้าไปในตำแหน่งที่ตีบแล้วทำการขยายหลอดเลือด เมื่อเส้นเลือดขยายได้ดีแล้ว จึงสอดขดลวด (Stent) เข้าไปเพื่อเป็นโครงค้ำยันไม่ให้ผนังหลอดเลือดยุบตัว กระบวนการรักษาดังกล่าวถือเป็นขั้นตอนปกติในการรักษาหลอดเลือดหัวใจผ่านสายสวน (Simple PCI)

แต่ในบางกรณี ผนังหลอดเลือดมีหินปูนมาเกาะร่วมด้วยเป็นจำนวนมาก ทำให้การขยายหลอดเลือดด้วยบอลลูนไม่สามารถทำได้ จึงต้องทำการกรอเอาหินปูนบางส่วนออกไปก่อน (Rotablator) ซึ่งถือเป็นการรักษาที่ซับซ้อน (Complex PCI) และเพิ่มความเสี่ยงในการรักษา แต่จะทำให้ประสิทธิภาพในการรักษาด้วยสายสวนดีขึ้น ในบางกรณีเส้นเลือดมีการอุดตันโดยสิ้นเชิง การรักษาผ่านสายสวนมีโอกาสสำเร็จต่ำ แต่อุปกรณ์ที่ใช้รวมถึงเทคนิคการแก้ไขในปัจจุบันสามารถทำได้สะดวกและมีผลสำเร็จมากขึ้น โดยไม่ต้องทำการผ่าตัด ซึ่งผลหลังการรักษาที่ดี ประกอบกับการรับประทานยาสม่ำเสมอ การควบคุมปัจจัยเสี่ยง การออกกำลังกายสม่ำเสมอ จะช่วยชะลอการกลับมาเป็นซ้ำของโรคได้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...