โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

ประโยชน์ของฟ้าทะลายโจร

Health Daily

อัพเดต 30 ก.ค. 2564 เวลา 09.19 น. • เผยแพร่ 30 ก.ค. 2564 เวลา 11.30 น. • สุขภาพดีดี

  ประโยชน์ของฟ้าทะลายโจร มีมากมายและเป็นที่ถูกกล่าวขานอย่างกว้างขวางในสถานการณ์ปัจจุบัน

 “ฟ้าทะลายโจร” พืชล้มลุกที่มีกำเนิดจากแถบประเทศอินเดียและศรีลังกา สำหรับในไทยฟ้าทะลายโจรเป็นสมุนไพรที่อยู่ในตำรายาไทยโบราณมานาน มีรสขม จัดอยู่ในกลุ่มยาเย็นมีสรรพคุณทางการแพทย์แผนไทยใช้เพื่อบรรเทาอาการไข้หวัด แก้ไอและเจ็บคอ ฟ้าทะลายโจรยังเป็นสมุนไพรที่ถูกบรรจุอยู่ในยาหลักแห่งชาติ พ.ศ.2542 ของกระทรวงสาธารณสุข

 

          ▶︎ อ้างอิงจากงานวิจัยพบว่า ฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาของฟ้าทะลายโจรมีสารสำคัญชื่อว่า

 “สารแอนโดรกราโฟไลค์” (Andrographolide) 

ช่วยยับยั้งการแบ่งตัวของไวรัสได้ในทุกระยะและช่วยยับยั้งการอักเสบ และยังมีสารประกอบสาร Lactone 4 ชนิดที่มีฤทธิ์เย็นหนืด ช่วยจับโปรตีนของไวรัสให้อยู่กับที่และสามารถทำให้ฤทธิ์ของฟ้าทะลายโจรต้านไวรัสได้ดียิ่งขึ้น และช่วยป้องกันผลข้างเคียงจากยาปฏิชีวนะได้ ลดการบีบตัวของลำไส้ ต้านเชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของอาการท้องเสีย ช่วยรักษาอาการไอ เจ็บคอป้องกันและบรรเทาอาการหวัด และจะมีประสิทธิภาพมากขึ้นหากทานร่วมกับอาหารที่ดีต่อสุขภาพ ออกกำลังกาย และพักผ่อนให้เพียงพอ

 

          ▶︎ สำหรับฝั่งของทางแพทย์แผนจีนนั้นระบุว่า ฟ้าทะลายโจรมีฤทธิ์เย็นจัด มีรสขมและแห้ง มีสรรพคุณลดความร้อน ทั้งความร้อนในร่างกายและความร้อนเกินที่เข้ามาในร่างกาย เช่น ติดเชื้อไวรัส แบคทีเรีย มีส่วนช่วยดูดความชื้นในร่างกาย ขจัดเสลดของเหลวต่างๆให้แห้ง จึงช่วยลดอุณหภูมิร่างกายได้เวลาเป็นไข้ขึ้นสูง บรรเทาอาการเจ็บคอ ช่วยเรื่องการทำงานของปอดเป็นหลัก 

ซึ่ง ประโยชน์ของฟ้าทะลายโจร นั้นประกอบไปด้วย

 

 

  • ฟ้าทะลายโจรมีสารที่ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระในร่างกาย ช่วยกระตุ้นการสร้างภูมิคุ้มกันในร่างกาย ต่อต้านสิ่งแปลกปลอมที่เข้ามาในร่างกาย รวมไปถึงช่วยกระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดขาวให้จับกินเชื้อโรคได้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย

  • ช่วยเพิ่มความอยากอาหารโดยใช้ส่วนของใบใช้เป็นยาขมช่วยทำให้เจริญอาหาร

  • ช่วยบรรเทาอาการของโรคเบาหวาน ด้วยการใช้ส่วนของลำต้นฟ้าทะลายโจร กระชาย และว่านเอ็นเหลือง นำมาทำเป็นยาเม็ดลูกรับประทาน

  • ฟ้าทะลายโจร มีคุณสมบัติช่วยบรรเทาอาการแก้ไข้ทั่วไป อาการปวดหัวตัวร้อน หากรับประทานในปริมาณที่เหมาะสมจะทำให้อาการไข้หายได้เร็วขึ้น

  • ช่วยบรรเทาอาการไอ ลดน้ำมูก และช่วยบรรเทาอาการติดเชื้อที่โพรงจมูก ด้วยการใช้ส่วนของใบนำมาทำเป็นยาผงแล้วนำมาใช้สูดดม

  • ช่วยบรรเทาอาการอักเสบ แก้อาการเจ็บคอ คออักเสบ ต่อมทอนซิลอักเสบ หลอดลมอักเสบ ด้วยการใช้ส่วนใบนำมาทำเป็นยาผงแล้วนำมาใช้สูดดม

  • ช่วยลดและขับเสมหะ ด้วยการใช้ส่วนของใบนำมาทำเป็นยาผงแล้วนำมาใช้สูดดม

  • ช่วยแก้อาการปวดหัวตัวร้อน อาการปวดหัวแบบไม่มีสาเหตุ ด้วยการใช้ส่วนของใบและกิ่งมาต้มกับน้ำดื่ม

  • ช่วยบรรเทาอาการเป็นหวัด คัดจมูก ด้วยการใช้ส่วนของใบและกิ่งประมาณ 1 กำมือ หากเป็นใบสดใช้ 25 กรัม ในกรณีใบแห้งใช้ 3 กรัมมาต้มกับน้ำดื่ม รับประทานก่อนอาหารวันละ 2 ครั้ง เช้าและเย็น หรือในขณะที่มีอาการ

  • ช่วยแก้อาการติดเชื้อ ระงับการเจริญเติบโตของเชื้อโรคที่เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการปวดท้อง ท้องเสีย ท้องร่วง ท้องเดิน เป็นบิด ด้วยการใช้ทั้งต้นของฟ้าทะลายโจร (ส่วนทั้ง 5 ของฟ้าทะลายโจร) นำมาผึ่งลมให้แห้งแล้วหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ ประมาณ 1 กำมือ (น้ำหนักประมาณ 3-9 กรัม) แล้วนำมาต้มกับน้ำดื่มตลอดวัน

  • ช่วยแก้อาการร้อนใน โดยการนำส่วนของใบฟ้าทะลายโจรตากแห้ง 15 กรัมและเตยหอมสดหั่นแล้ว 15 กรัม นำมาต้มกับน้ำเดือดและรอจนเริ่มอุ่น สามารถใช้ดื่มก่อนอาหารทุกมื้อ จะช่วยทำให้อาการร้อนในดีขึ้น

  • ฟ้าทะลายโจรมีรสขมมาก โดยความขมจะสามารถช่วยทำให้ขับน้ำลายออกมามากขึ้น จึงทำให้ชุ่มคอ

  • ช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของการเกิดโรคระบบทางเดินหายใจ

  • ช่วยลดการบีบตัวของกล้ามเนื้อเรียบ ช่วยคลายกล้ามเนื้อมดลูก

  • ช่วยลดการติดเชื้ออหิวาตกโรคในอุจจาระ แต่อาจจะไม่ดีเท่าการใช้ยาเตตราไซคลีนในการรักษา แต่ก็สามารถใช้ทดแทนได้

  • ช่วยรักษากระเพาะลำไส้อักเสบ

  • ช่วยในการย่อยอาหารและช่วยเร่งให้ตับสร้างน้ำดี

  • ช่วยบรรเทาอาการของโรคริดสีดวง ด้วยการรับประทานฟ้าทะลายโจรก่อนอาหารและก่อนนอนครั้งละ 2-3 เม็ด วันละ 3-4 ครั้ง จะช่วยบรรเทาอาการเลือดออกหรืออาการปวดถ่วงหายไป และมีส่วนช่วยทำให้ขับถ่ายได้สะดวกยิ่งขึ้น

  • ช่วยรักษาโรคผิวหนัง ฝี แผลฝี ด้วยการใช้ส่วนของใบค่อนข้างแก่ประมาณ 1 กำมือ แล้วเอาเกลือ 3 เม็ด นำมาตำผสมรวมกันในครกจนละเอียด แล้วเอาสุราครึ่งถ้วยชา น้ำครึ่งช้อนชาใส่รวมลงไป คนให้เข้ากันแล้วเทกินค่อนถ้วยชา ส่วนกากที่เหลือนำมาพอกแผลฝี แล้วใช้ผ้าสะอาดพักไว้ ตอนพอกเสร็จใหม่ ๆ อาจจะรู้สึกปวดบ้างเล็กน้อย

  • ส่วนของใบสามารถช่วยยับยั้งเชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของการเกิดหนองได้

 

 

คำแนะนำในการใช้ฟ้าทะลายโจร

 

  • ในต้นฟ้าทะลายโจรมีสารแอนโดรกราโฟไลด์ (Andrographolide) ซึ่งละลายได้ดีในแอลกอฮอล์ แต่ละลายน้ำได้น้อย ดังนั้นตำรับยาสมุนไพรฟ้าทะลายโจรสูตรยาดองเหล้าหรือยาทิงเจอร์จึงมีฤทธิ์แรงที่สุด ส่วนชนิดชงจะมีฤทธิ์รองลงมา และแบบยาเม็ดจะมีฤทธิ์อ่อนที่สุด

  • ฟ้าทะลายโจรเป็นสมุนไพรที่เหมาะสำหรับใช้รักษาหวัดร้อน หรืออาการเหงื่อออก กระหายน้ำ เจ็บ ท้องผูก ปัสสาวะสีเข้ม) แต่ฟ้าทะลายโจรจะไม่เหมาะกับการนำมาใช้รักษาผู้ที่มีอาการหวัดเย็น หรือไม่มีเหงื่อ ปัสสาวะบ่อย รู้สึกหนาวสะท้านบ่อย อุ้งมืออุ้งเท้าเย็น ดังนั้นการใช้ฟ้าทะลายโจรจะต้องสังเกตอาการของตนเองประกอบด้วย

  • ผู้ที่มีความดันโลหิตต่ำไม่ควรใช้ฟ้าทะลายโจร เพราะฟ้าทะลายโจรมีสรรพคุณในการลดความดันโลหิตอยู่แล้ว ซึ่งถ้าหากใช้ฟ้าทะลายโจรอาจจะทำให้เกิดอาการหน้ามืด วิงเวียนศีรษะ หรือมีอาการมึนงง วิธีการแก้ก็คือให้หยุดใช้ทันที หากอาการไม่ดีขึ้นควรจะพบแพทย์ทันที

  • ผลข้างเคียงของฟ้าทะลายโจร

 

 สำหรับผู้ป่วยบางท่านที่ใช้สมุนไพรฟ้าทะลายโจรแล้วเกิดอาการปวดท้อง ท้องเสีย มีอาการปวดเอว หรือมีอาการวิงเวียนศีรษะ อาจจะแสดงให้เห็นว่าท่านแพ้สมุนไพรชนิดนี้ หากมีอาการดังกล่าวให้หยุดการใช้ยา และเปลี่ยนไปใช้ยาสมุนไพรชนิดอื่นแทนและพบแพทย์โดยทันที

  • การใช้สมุนไพรฟ้าทะลายโจรในการรักษาอาการต่าง ๆ หากใช้ติดต่อกัน 3 วันแล้วอาการไม่ดีขึ้นหรือมีอาการรุนแรงมากขึ้นควรหยุดใช้และให้ไปพบแพทย์ทันที

  • ไม่ควรรับประทานฟ้าทะลายโจรติดต่อกันนานเกินกว่า 1 สัปดาห์ เพราะอาจจะส่งผลเสียกับอวัยวะภายในร่างกายและทำให้ร่างกายไม่มีเรี่ยวแรงได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งแขนและขา และยังรวมไปถึงอาการท้องอืด หน้ามืดตามัว และมือเท้าชา

 เพราะสมุนไพรชนิดนี้ตามตำราเวชศาสตร์การแพทย์แผนโบราณระบุไว้ว่าเป็นยาเย็น ช่วยลดธาตุไฟในร่างกาย เมื่อรับประทานเข้าไปร่างกายที่ร้อนจากอาการไข้ก็จะเย็นลง แต่ถ้าหากร่างกายอยู่ในสภาพปกติ การรับประทานติดต่อกันนาน ๆ ก็จะทำให้ร่างกายไม่มีแรง แต่ถ้าหากคุณจำเป็นต้องใช้สมุนไพรชนิดนี้ติดต่อกันเกินกว่า 1 สัปดาห์ ก็ควรจะรับประทานคู่กับน้ำขิง เพื่อช่วยเพิ่มความอบอุ่นให้กับร่างกาย (นพ.วิชัย ขัตติยวิทยากุล สาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา, พญ.ดร.อัญชลี จุฑ รองผู้อำนวยการสถาบันการแพทย์แผนไทย กระทรวงสาธารณสุข)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...