โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

วันวิสาขบูชา : ทำบุญอย่างไร ช่วยพระห่างไกลโรคอ้วน

Khaosod

อัพเดต 05 พ.ค. 2563 เวลา 21.15 น. • เผยแพร่ 05 พ.ค. 2563 เวลา 19.26 น.

วันวิสาขบูชา : ทำบุญอย่างไร ช่วยพระห่างไกลโรคอ้วน - BBCไทย

นิตยา ห้องดอกไม้ วัย 70 ปี ตื่นมาตั้งแต่ตี 1 เพื่อจัดร้านขายของและตั้งโต๊ะเรียงอาหารใส่บาตรในตลาดนิคมสร้างตนเองพระพุทธบาท จ. สระบุรี ตามปกติ วันนี้เธอจัดอาหารไว้ 23 ชุด นั่งรอพระตั้งแต่ 6 น. โดยเฉลี่ยใช้เวลาใส่บาตรวันละเกือบชั่วโมง

"ปกติก็จะมีแกง มีผัด ผัดหน่อไม้ ผัดบวบ ผัดสับปะรด ดูที่มันน่ากิน…วันนี้ผัดหน่อไม้ วันนี้มีลาบ มีแกง มีต้ม ขนมหวานจะมีฟักทอง กล้วยบวชชี ขนมบัวลอย สาคูเปียก ถ้าผลไม้ก็เป็นแตงโม ส้ม" นิตยาแจกแจงรายการอาหารในถุงที่จัดไว้เป็นชุด

ปัจจุบันนิตยาไม่มีเวลาทำอาหารใส่บาตรเหมือนก่อน

เธอเล่าว่าเธอใส่บาตรตั้งแต่วัยเด็ก เป็นสิ่งที่ทำต่อเนื่องมาตั้งแต่สมัยพ่อแม่ ปกติเธอทำอาหารเองผสมกับอาหารที่สั่งซื้อมา แต่ระยะหลังไม่มีเวลาและไม่มีคนช่วยจึงต้องสั่งอาหารสำเร็จใส่ถุงจากร้านค้าในตลาดเดียวกัน

"ไม่ได้นึกเลย นึกเอาสะดวก ซื้อมาแล้วก็ใส่ไป เรียกว่าเอาดีที่สุดน่ะ… คนทั่วไปก็ไม่คิดหรอก แต่โดยมากพระที่มารับบาตรก็อ้วน ๆ ทั้งนั้นเลยนะ" นิตยาตอบปนหัวเราะเมื่อถูกถามถึงปัญหาสุขภาพพระสงฆ์ และยอมรับว่าหากต้องเปลี่ยนอาหารใส่บาตรก็จะสร้างความลำบากให้ชีวิตประจำวันไม่น้อย

ข้อมูล ณ ธ.ค. 2562 ของกระทรวงสาธารณสุขพบว่า ประเทศไทยมีพระสงฆ์ - สามเณรรวม 252,851 รูป จาก 41,142 วัด

ชีวิตคนกรุงที่เร่งรีบ

ปกรณ์ ชะยะมังคะลา เจ้าของธุรกิจส่วนตัวในกรุงเทพฯ วัย 34 ปี เป็นอีกคนที่ตื่นแต่เช้าเพื่อมาใส่บาตรทุกวันตั้งแต่เด็ก เพราะเห็นว่าเป็นหน้าที่ของพุทธศาสนิกชน แต่ เขาเลือกซื้ออาหารปรุงสำเร็จถวายพระเพื่อความสะดวก ต่างจากแม่ของเขาที่เลือกการทำอาหารสดใหม่ใส่บาตรทุกวันในอดีต

ปกรณ์เป็นอีกหนึ่งคนที่ซื้ออาหารปรุงสำเร็จใส่บาตรทุกวัน

"ชีวิตในเมืองมันเร่งรีบ จะตื่นเช้าแบบตีห้ามาทำกับข้าวมันก็ไม่ใช่เรื่อง ต้องหาสะดวกเอามากกว่า ตื่นมาแล้วก็ซื้อแล้วก็ใส่เลยมันจะเร็วกว่า" ปกรณ์ ผู้ถือแนวทางมังสวิรัติ กล่าวไว้

ปกรณ์ ใช้เวลาในการเลือกซื้ออาหารและใส่บาตรทั้งสิ้นไม่ถึง 5 นาที แต่ แม้เขาบอกว่าคำนึงถึงสุขภาพพระอยู่บ้างโดยเลี่ยงการถวายอาหารที่มีมันมาก

"…คนทั่วไปก็อาจจะไม่ได้คิดมากเรื่องสุขภาพของพระ เพราะว่าเจออะไรก็ซื้อใส่เลย เดินผ่านร้านอะไรก็ซื้อ เน้นสะดวกมากกว่า"

"สงฆ์ไทยไกลโรค"

ศ.ดร.ภญ. จงจิตร อังคทะวานิช หัวหน้าโครงการ"สงฆ์ไทยไกลโรค" ของ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ หรือ สสส. ที่เริ่มขึ้นในปี 2554 เพื่อสุขภาพพระสงฆ์ไทยอย่างยั่งยืน บอกกับบีบีซีไทยว่าปัญหาโรคอ้วนในพระสงฆ์ไทยในปัจจุบันอยู่ในขั้นวิกฤต

ผลการศึกษาจากการทำวิจัยเชิงลึกในรอบหลายปีที่ผ่านมาพบว่า อัตราพระสงฆ์ที่เป็นโรคอ้วนเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ จากการวิจัยเชิงลึกในกลุ่มตัวอย่างพระสงฆ์กลุ่มอายุเฉลี่ย 40 ปี ที่บวชมาแล้วอย่างน้อยหนึ่งปี พบว่ามีพระสงฆ์ที่มีน้ำหนักเกินหรือเป็นโรคอ้วนถึงร้อยละ 48 สูงกว่าอัตราการเป็นโรคอ้วนของชายไทยโดยเฉลี่ยซี่งอยู่ที่ 39%

สถิติของกระทรวงสาธารณสุขที่สำรวจเมื่อปี 2559 พบว่าโรคที่พบในพระสงฆ์ 5 อันดับ คือ มะเร็ง ปอดอุดกั้นเรื้อรัง เบาหวาน ความดันโลหิตสูง และไตวายเรื้อรัง โดยพบปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เจ็บป่วย คือ ไขมันในเลือดสูง ค่าดัชนีมวลกายเกินมาตรฐาน สูบบุหรี่ น้ำตาลในเลือดสูง และความดันโลหิตสูง

ดร. จงจิตร อังคทะวานิช เป็นหัวหน้าโครงการสงฆ์ไทยไกลโรคที่จัดโดยสสส.

น้ำปานะ

ศ.ดร.ภญ. จงจิตร บอกว่าโดยเฉลี่ยพระสงฆ์ฉันอาหารได้รับพลังงานเฉลี่ยวันละ 1,350 แคลอรี ในขณะที่ชายไทยกลุ่มที่เทียบเคียงกันกินอาหารได้รับพลังงานเฉลี่ยวันละ 1,500 แคลอรี แต่พบว่าพระสงฆ์ได้รับน้ำตาลจากอาหารถึง 21% โดยเฉพาะน้ำปานะ ที่พระสงฆ์ได้รับอนุญาตให้ฉันหลังเที่ยงวัน"

พระสงฆ์ได้รับน้ำตาลจากอาหารวันละประมาณ 21%

น้ำปานะ (น้ำจากผลไม้ขนาดเล็ก) ยอดนิยมที่พบจากการสำรวจได้แก่ น้ำอัดลม ชาเขียว และชาไข่มุก เครื่องดื่มเหล่านี้อาจมีน้ำตาลมากถึง 10 ช้อนชาต่อหนึ่งขวด โดยเฉลี่ยพระสงฆ์ฉันวันละประมาณสองหน่วย ได้รับน้ำตาลราว 20 ช้อนชา

คำแนะนำจากองค์การอนามัยโลกระบุว่า ไม่ควรบริโภคน้ำตาลเกินวันละ 10% ของปริมาณพลังงานทั้งหมดที่ได้รับ ส่วนคำแนะนำในการบริโภคอาหารเพื่อสุขภาพที่ดีของคนไทยกำหนดว่าไม่ควรบริโภคน้ำตาลเกิน 6 ช้อนชาต่อวัน สำหรับผู้ที่ต้องการพลังงาน 2,000 กิโลแคลอรี

แค่ไหนถึงเรียกว่าอ้วน

สายวัดเอวพระสงฆ์

ดัชนีมวลกาย (Body Mass Index หรือ BMI) ถือเป็นตัววัดที่สำคัญในการประเมินภาวะอ้วนผอมในผู้ใหญ่ เป็นตัวแสดงถึงความสมส่วนของน้ำหนักกับส่วนสูง คำนวณโดยใช้ น้ำหนัก (กิโลกรัม) / ส่วนสูง2 (เมตร)

ค่าเฉลี่ยสำหรับคนไทยและชาวเอเชีย อยู่ที่ประมาณ 18.5-23 หากค่าเฉลี่ยเกิน 25 ถือว่ามีภาวะโรคอ้วน

ประคตรอบรู้เป็นอีกหนึ่งเครื่องมือช่วยเตือนภัยสุขภาพพระสงฆ์

ปัจจุบันในวงการโภชนาการมีการใช้ขนาดรอบเอวเป็นตัวชี้วัดที่สำคัญ (waist-to-height ratio หรือ WHtR) เนื่องจากมีความแม่นยำกว่าการใช้น้ำหนักและส่วนสูง คำนวณโดยการใช้ขนาดรอบเอวหารด้วยส่วนสูงเป็นเซ็นติเมตร หารแล้วไม่ควรเกิน 0.5 นั่นคือขนาดรอบเอวไม่ควรเกินครึ่งหนึ่งของส่วนสูง โดยกำหนดให้ชายไทยควรมีรอบเอวไม่เกิน 85-90 ซม.

ศ.ดร.ภญ. จงจิตร บอกว่าในการศึกษาข้อมูลนั้นมีการดูค่าน้ำตาลในเลือด ไขมันในเลือด ระดับกรดยูริก และความดันโลหิตร่วมด้วย ผลการทำวิจัยวิเคราะห์พบว่าขนาดรอบเอวที่เพิ่มขึ้นมีความสัมพันธ์กับค่าต่าง ๆ ที่วิเคราะห์ร่วม กล่าวคือเมื่อขนาดเอวขยายขึ้น ค่าต่าง ๆ ก็ขยายขึ้นเป็นสัดส่วนตามกัน ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นตัวชี้บ่งความเสี่ยงของโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง เช่น โรคเบาหวานหรือความดันโลหิตสูง

อาหารถุงด่วน

แม้การถวายอาหารให้พระในเมืองและพระต่างจังหวัดจะมีความต่างกันอยู่บ้าง แต่สภาพสังคมที่เปลี่ยนไปส่งผลต่อวิถีการใส่บาตรโดยรวม วิถีชีวิตแบบสังคมเมืองขยายตัวไปยังเมืองใหญ่ในภูมิภาคทั่วประเทศ ความสะดวกรวดเร็วกลายเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับชีวิตที่เร่งรีบ

อาหารถวายพระ

จากการวิจัยของโครงการฯ ทั้งในกรุงเทพฯ และ 17 จังหวัด พบว่าเมืองใหญ่อย่างเชียงใหม่ อยุธยา นครศรีธรรมราชหรือสระบุรี มีลักษณะการถวายอาหารที่คล้ายกัน

"ฆราวาสญาติโยมต้องการความสะดวกทำให้ต้องถวายอาหารถุงด่วน พระสงฆ์ส่วนใหญ่ก็ได้รับอาหารมาเป็นถุงเป็นเซ็ต เพราะทุกคนมาใช้เวลาไม่เกิน 5 นาที มาถึงซื้อปุ๊บถวายเสร็จเรียบร้อยเลยคือบรรลุวัตถุประสงค์ภายในเวลาอันรวดเร็ว" ศ.ดร.ภญ. จงจิตร บอกด้วยว่าปัจจุบันฆราวาสทั้งในกรุงเทพฯ และเมืองใหญ่ในภูมิภาคถวายอาหารด้วยการซื้ออาหารปรุงสำเร็จกว่า 90%

ตักบาตรห้ามถามพระ

หนึ่งในพระวินัยของสงฆ์คือการไม่ยึดติดกับโภชนาหาร และก็เป็นข้อปฏิบัติซึ่งกำหนดให้พระสงฆ์รับเฉพาะอาหารที่ญาติโยมใส่บาตรมา การปรุงอาหารเป็นการทำในสิ่งที่เกินสมณสารูป อาหารที่ได้จากการรับบาตรจึงเป็นสิ่งที่พระสงฆ์กำหนดไม่ได้

พระเทพวิสุทธิกวีบอกว่าอาหารรับบาตรที่เกินความต้องการ ทางวัดจะทำทานหรือบริจาคต่อ

"ถ้าพูดถึงเรื่องอาหารพระก็อาบัติแล้ว พระจะไปพูดเรื่องอาหารอยากกินโน่นอยากกินนี่ไม่ได้ พระต้องนิ่งรับและปฏิบัติให้ได้ตามที่พุทธวินัยที่มีอยู่โดยให้ญาติโยมมีความสุขด้วย" พระเทพวิสุทธิกวี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร กล่าวกับบีบีซีไทย และอธิบายเพิ่มว่าการบิณฑบาตเป็นหนึ่งในหน้าที่ของพระสงฆ์ เป็นการโปรดสัตว์ เพื่อให้ผู้มีจิตศรัทธาในพุทธศาสนาได้สงเคราะห์ อนุเคราะห์กับพระด้วยการตักบาตร

"ส่วนใหญ่ญาติโยมมาทำบุญเนี่ยก็จะจัดสรรอาหารที่คิดว่าดีที่สุดในความรู้สึกของเขา ซึ่งพระเองก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะไปปฏิเสธหรือเลือก…โดยส่วนตัว บางครั้งฉันด้วยอยากให้โยมมีความสุขบายใจ เขาจัดมาซะดีเลิศเลย ไม่อยากให้ผิดหวัง" ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหารกล่าว

"สิ่งเหล่านี้มันเป็นสิ่งที่ผู้ถวายเองก็กำหนดไม่ได้ผู้รับก็รับด้วยการกำหนดไม่ได้" พระเทพวิสุทธิกวีให้ความเห็นว่าสังคมพระจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนไปตามสังคมฆราวาส แต่ปัญหาสุขภาพที่เกิดจากการฉันอาหารนั้นเป็นเพราะตัวบุคคล และกล่าวย้ำเรื่องพระวินัยของสงฆ์คือ โภชเน มตฺตญฺญุตา หมายถึงความรู้จักประมาณในการฉันอาหาร ไม่ใช่การฉันด้วยความเอร็ดอร่อย หรือความอยาก

สภาพสังคมส่งผลต่อวิถีการใส่บาตร

"ต้นเหตุอยู่ที่ตัวพระ โยมจะใส่อะไรมาก็ตามถ้าพระรู้จักประมาณตนในการบริโภค อาหารนั้นไม่น่าเป็นปัญหา"

เช้าวันหนึ่งของเดือนกุมภาพันธ์ บีบีซีไทยมีโอกาสติดตาม พระสงฆ์ 4 รูปจากคณะเขียวบวรออกบิณฑบาตตอน 6.30 น. ลูกศิษย์วัด 1 คนเข็นรถเข็นเดินตามเพื่อช่วยแบ่งอาหารจากบาตรพระ ภายในเวลาราว 45 นาที รถเข็นคันดังกล่าวเต็มไปด้วยอาหารและเครื่องดื่มในบรรจุภัณฑ์พลาสติกหลากชนิด ญาติโยมใช้เวลาในการใส่บาตรคนละราว 1 นาที

กินแต่เนื้อ เหลือแต่น้ำ

ดร. ขนิษฐา วิศิษฏ์เจริญ อาจารย์ประจำคณะพยาบาลศาสตร์สาชาวิชาการพยาบาลชุมชน คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒซึ่งทำงานร่วมกับโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบล (รพสต.) บอกกับบีบีซีไทยว่าในการพลิกฟื้นสุขภาพพระสงฆ์ไทยต้องเป็นการร่วมมือร่วมใจกันของสองฝ่ายคือพระสงฆ์และคนในชุมชน

ดร. ขนิษฐาคาดว่าหากพระสงฆ์และชุมชนปรับเปลี่ยนพฤติกรรม สุขภาพพระสงฆ์จะดีขึ้นใน 5-10 ปี

"เวลาที่เราจะทำบุญใส่บาตร เราจะนึกถึงคนที่ตาย แล้วเราก็จะให้พระสงฆ์เป็นตัวกลางให้ท่านรับอาหารเหล่านั้น โดยที่เราไม่ได้นึกถึงเลยว่าอาหารให้ไปมันส่งผลเสียร้ายแรงสุขภาพของท่าน"

ดร. ขนิษฐาเล่าถึงประสบการณ์ในการลงพื้นที่ชุมชนว่าชาวบ้านส่วนใหญ่ที่ยังทำอาหารเองเพื่อใส่บาตรอยู่ มักกินอาหารเหล่านั้นด้วย การปรับแนวคิดเรื่องโภชนาการจึงเป็นประโยชน์ด้านสุขภาพสองต่อ โดยเธอเสนอวิธีประยุกต์เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายค่อย ๆ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ในส่วนของชุมชน เธอแนะว่าการเปลี่ยนเครื่องปรุงเป็นทางเลือกหนึ่ง

การให้ความรู้ชุมชนเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาสุขภาพพระสงฆ์

"กะทิใช่ไหมเปลี่ยนเป็นนมโลว์แฟตครึ่งนึงกะทิอีกครึ่งนึงมันก็จะช่วยลด…ลดปริมาณเกลือลงจากที่เคยใส่สองช้อนเหลือช้อนนึง…เปลี่ยนข้าวกล้อง ถ้าข้าวกล้องล้วนไม่ได้ก็เป็นข้าวขาวครึ่งหนึ่งข้าวกล้องครึ่งหนึ่ง เลือกน้ำปานะที่จะไปถวายท่านให้เป็นแบบไม่ใส่น้ำตาลแทน"

สำหรับพระสงฆ์ แม้เลือกรับอาหารไม่ได้ แต่สามารถเลือกฉันได้ "เราก็จะใช้วิธีการบอกว่า ฉันแต่เนื้อเหลือแต่น้ำ คือให้กินแต่เนื้อเท่านั้น น้ำแกง น้ำกะทิต่าง ๆ ไม่ไห้ฉัน ผัดผักก็คือเลือกแต่ผักขึ้นมาฉันโดยที่ไม่เอาน้ำราดมาฉันด้วย"

อย่างไรก็ตาม ดร. ขนิษฐาบอกว่าการเปลี่ยนพฤติกรรมนั้นทำได้ยาก ไม่ว่าจะพระสงฆ์หรือคนทั่วไป จึงต้องอาศัยเวลาและความร่วมมือร่วมใจทั้งจากผู้ให้และผู้รับอาหาร

เธอเล่าถึงพระสงฆ์ที่ตั้งใจลดน้ำหนักอย่างจริงจัง เพียงเลิกฉันน้ำปานะที่เต็มไปด้วยน้ำตาล น้ำหนักก็ลดภายใน 2-3 เดือน

หลายคนอาจมองว่าสิ่งเหล่านี้พูดง่ายแต่ทำยาก บีบีซีไทยคุยกับพระที่เพิ่งสึกถึงประสบการณ์ตอนบวช

กิดาการ ใช้วิธีควบคุมอาหารช่วงที่บวชเป็นเวลา 15 วัน

กิดาการ ชวนคิด พนักงานโรงแรมในกรุงเทพฯ บอกว่าเขามีอาชีพเสริมเป็นครูฝึกฟิตเนสจึงมีความใส่ใจเรื่องโภชนาการและการออกกำลังกายเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว และนำความรู้นั้นไปปรับใช้กับวิถีชีวิตช่วงอยู่ที่วัด

"จริง ๆ พระเขาก็กินแต่แกงกะทิ แต่เราก็เลือกกินแต่เนื้อก็ได้ ราดนิดหนึ่งก็ได้ แต่กินพอประมาณเหมาะสมที่เราคำนวณไว้ในของเรา สมมติว่ากินข้าวเต็มจาน ทีนี้อาจเหลือครึ่งนึง ตอนที่ฉันเพลก็อีกครึ่งนึง ที่เหลือเราก็ไม่ต้องกินแล้ว เรากินน้ำเยอะ ๆ"

คำบอกเล่าของกิดาการสอดคล้องกับคำแนะนำของ ดร.ขนิษฐา เขาให้ความเห็นว่า พระส่วนใหญ่อาจไม่มีความรู้ความเข้าใจเรื่องหลักโภชนาการมากนัก ทำให้ละเลยเรื่องสุขภาพของตัวเอง แต่ในยุคปัจจุบัน พระสามารถศึกษาเรื่องเหล่านี้ได้ ตัวเขาเองก็ให้คำแนะนำกับพระที่ใส่ใจในสุขภาพ

อาหารใส่บาตรส่วนมากมีรสหวาน เค็ม มันจัด

"คำแนะนำก็เหมือนคนทั่วไปเลยครับ เลี่ยงของมันของทอดอาหารมีกะทิ ดูหน้าตากับข้าวหน่อยว่าเป็นยังไง อันไหนควรกิน อันไหนไม่ควรกิน"

พระออกกำลังกายได้ไหม

"ทุกเช้าน่ะเราไปออกบิณฑบาตเป็นกิโล ๆ กลับมารู้สึกหิวละ รู้สึกเบิร์นละ แขม่วท้องเดินก็ได้ เราเบิร์นไปในตัว ก็เหมือนทำคาร์ดิโอไปด้วยในตัว" กิดาการเล่าถึงการออกกำลังกายของพระ เขาบอกด้วยว่าพระสามารถออกกำลังกายได้บางอย่างได้ เช่นการซิตอัพ แต่ต้องอยู่ในกุฏิ ไม่เปิดเผยให้คนภายนอกเห็น

พระสงฆ์ที่วัดบวรฯ เดินบิณฑบาตเป็นระยะทางราววันละ 1.5 กม.

ด้านดร. ขนิษฐาก็ให้คำตอบแบบเดียวกัน "ทำได้นะคะแต่ไม่ใช่ทำแบบยกเวทอะไรแบบนี้ แต่เป็นการออกกำลังกายยืดเหยียด หรือใช้อุปกรณ์ช่วย เช่น ลู่วิ่ง หรือว่าจักรยาน ลู่วิ่งก็ไม่ใช่พระจะไปวิ่ง พระก็ต้องใช้วิธีการเดิน ซึ่งทั้งหมดเนี่ยอุปกรณ์ช่วยต้องทำอยู่ในห้องที่มิดชิด"

เธอบอกว่าแม้การเดินบิณฑบาตจะเป็นการออกกำลังกายที่ดีที่สุดสำหรับพระสงฆ์ แต่บางพื้นที่ก็ไม่เหมาะสมสำหรับการเดิน เครื่องออกกำลังกายจึงเป็นอีกทางเลือกที่ดี

พระเทพวิสุทธิกวีให้ความเห็นกับเรื่องนี้ว่า ปกติกิริยาใดที่ดูไม่เรียบร้อย พระไม่ควรทำ แต่การออกกำลังกายตามหลักการแพทย์เพื่อรักษาร่างกายให้บำเพ็ญสมณธรรมต่อไปได้ก็เป็นสิ่งที่พึงกระทำได้ "บางทีหมอก็ให้เราทำบางสิ่งบางอย่าง เช่นแกว่งแขวนวันละ 3 พันครั้งหรือฤาษีดัดตนอะไรแบบนี้ ถ้ามันจำเป็นเพื่อจะต้องให้รักษาร่างกายแม้อาจจะดูไม่ค่อยเรียบร้อยนักก็อาจต้องทำ"

ทิศทางสุขภาพสงฆ์ไทย

"พระสงฆ์เหมือนคนเราทั่วไปนี่แหละค่ะ เหมือนคนคนหนึ่งเพียงแต่ว่าพระสงฆ์ถูกลืม เพราะเป็น vulnerable group ก็คือเป็นกลุ่มชายขอบที่มักจะถูกลืม ลืมละเลยด้านของสุขภาพ"

คนส่วนมากมองว่าพระสงฆ์เป็นสื่อกลางรับอาหารใส่บาตรเพื่อทำบุญให้ผู้เสียชีวิต

ดร. ขนิษฐา บอกว่าหากชุมชนเริ่มเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมอย่างต่อเนื่อง ภายใน 5-10 ปีข้างหน้าอาจเห็นผลที่ชัดเจนมากขึ้น เธอบอกด้วยว่าปัจจุบันมีความสนใจเรื่องสุขภาพพระสงฆ์มากขึ้น เห็นได้จากงานวิจัยที่มีมากขึ้น เทียบกับประมาณ 5 ปีที่แล้วที่งานสถิติเกี่ยวกับพระสงฆ์หายาก

ด้าน ศ.ดร.ภญ. จงจิตร บอกว่าส่วนหนึ่งของโครงการสงฆ์ไทยไกลโรคคือการผลิตสื่อความรู้โภชนาการและการดูแลสุขภาพสำหรับแจกจ่ายพระสงฆ์และประชาชน และทำคลิปวิดีโอสั้น ๆ เพื่อให้เข้าถึงได้ง่ายโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ลำพังตัวเลขสถิติต่าง ๆ ไม่สามารถทำให้คนเปลี่ยนพฤติกรรมได้

"คำตอบของเราเนี่ยจะไม่สามารถที่จะเข้าไปมีอิทธิพลต่อการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของการถวายอาหารได้เลย เราก็เลยทำงานวิจัยในเรื่องของวิธีการสื่อสารกับฆราวาสญาติโยม ว่าเราจะสื่อสารยังไงเค้าถึงจะรู้สึกทัชเข้าถึงว่ามันอยากเปลี่ยนนะ" ศ.ดร.ภญ. จงจิตรกล่าวทิ้งท้าย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...