โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

MK สุกี้ เปิดเกมรุกทำ “โลจิสติกส์ครบวงจร”

Businesstoday

เผยแพร่ 08 ต.ค. 2562 เวลา 06.59 น. • Businesstoday

การร่วมธุรกิจระหว่างบริษัท เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ยักษ์ใหญ่ด้านธุรกิจอาหารในเมืองไทย และบริษัท เซนโค กรุ๊ป โฮลดิ้ง คัมปะนี  (Senko Group Holdings Company) ผู้ให้บริการด้านโลจิสติกส์ที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ในประเทศญี่ปุ่นและมีสาขาอีกหลายประเทศมากกว่า 500 ศูนย์กระจายสินค้าทั่วโลก ทั้งในสหรัฐอเมริกา เกาหลีใต้ จีน เอเชียกลาง และอาเซียน ในสัดส่วน 50/50 สู่การเปิดตัวบริษัท เอ็ม-เซนโค โลจิสติกส์ จำกัด ผู้นำด้านการให้บริการด้านโลจิสติกส์และซัพพลายเชน สำหรับธุรกิจอาหาร เมื่อเดือนพ.ค.ปีที่แล้ว โดยมีเป้าหมายให้บริการด้านโลจิสติกส์อย่างครบวงจร ไม่ว่าจะเป็น การให้บริการคลังสินค้า (Warehouse) การขนส่ง (Transport) บริการนำเข้า-ส่งออกสินค้า (Forwarding) และการซื้อขายสินค้า (Trading) ตอบสนองความต้องการกลุ่มเป้าหมายภาคธุรกิจ (B2B) และลูกค้ารายย่อย (B2C) ในอนาคต

            ผ่านมา
1 ปีเศษ วันนี้ “เอ็ม-เซนโค” ก้าวไปอีกขึ้น สร้างมิติใหม่ในวงการโลจิสติกส์ไม่ใช่แค่ในประเทศไทย
แต่รวมถึงอาเซียน ด้วยการเปิดคลังเก็บสินค้าแบบเย็นแห่งใหม่ล่าสุด เพื่อรองรับการบริการด้านโลจิสติกส์แบบครบวงจร
โดยเฉพาะการจัดเก็บและขนส่งสินค้าแบบควบคุมอุณหภูมิ (Cold chain logistics) ตอบรับธุรกิจด้านโลจิสติกส์และซัพพลายเชนของไทยที่มีมูลค่าสูงกว่า
200,000 ล้านบาท แบ่งเป็นมูลค่าด้านธุรกิจขนส่ง 130,000
ล้านบาท และมูลค่าด้านการจัดเก็บคลังสินค้า 70,000 ล้านบาทและยังคงมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง

            ฤทธิ์ ธีระโกเมน ประธานกรรมการ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า นอกเหนือจากการพัฒนาคลังสินค้าแห้ง (Dry Warehouse) ขนาด 4,000 ตารางเมตรแล้ว ล่าสุดเอ็ม-เซนโค โลจิสติกส์ ทุ่มงบประมาณกว่า 1,750 ล้านบาท พัฒนาคลังเก็บสินค้าแบบเย็น (Cold Warehouse) ขนาด 20,000 ตารางเมตร รองรับการเก็บสินค้าได้มากถึง 12,000 พาเลท (Pallet) ซึ่งนอกจากจะเป็นคลังสินค้าที่สามารถควบคุมอุณหภูมิได้แล้ว ยังนำระบบอัตโนมัติ (ASRS: Automated Storage and Retrieval System) และระบบการจำแนกสินค้าแบบดิจิทัล (Digital Sorting System) มาใช้เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน เช่น ความรวดเร็ว ถูกต้องในการจัดสินค้า และเพิ่มความปลอดภัยในการทำงานของพนักงาน

            “เราเปิดใช้คลังเก็บสินค้าแบบเย็นเฟสแรกแล้ว คาดในปีที่ 3 จะทำรายได้ไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท และเติบโตอย่างต่อเนื่องอีกอย่างน้อย 15% ต่อปี ตั้งเป้าปี 2568 ทำรายได้ไม่ต่ำกว่า 1,600 ล้านบาท โดยปัจจุบันร้านอาหารในเครือของเอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ปทั้งหมด ใช้บริการของเอ็ม-เซนโค โลจิสติกส์ ในการจัดเก็บวัตถุดิบและขนส่งจนถึงสาขาปลายทางทั่วประเทศ”

ยาสึฮิสะ ฟุคุดะ และ ฤทธิ์ ธีระโกเมน

            ด้าน ยาสึฮิสะ ฟุคุดะ ประธานบริษัท เซนโค กรุ๊ป โฮลดิ้ง คัมปะนี ที่สั่งสมประสบการณ์ด้านการส่งสินค้ามายาวนานกว่า 100 ปี กล่าวว่า การบริการด้านโลติสติกส์และซัพพลายเชน ถือเป็นสิ่งสำคัญของธุรกิจในยุคปัจจุบัน โดยเฉพาะในประเทศไทยที่เป็นศูนย์กลางของการค้าในภูมิภาคอาเซียน ธุรกิจหลายภาคส่วนมีการเติบโตอย่างเห็นได้ชัด ไม่ว่าจะเป็น ธุรกิจอีคอมเมิร์ซ ธุรกิจอาหารเครื่องดื่ม และธุรกิจค้าปลีก ซึ่งทุกธุรกิจล้วนต้องการการบริการขนส่งที่มีประสิทธิภาพ เนื่องจากเป็นตัวกลางระหว่างผู้ผลิตและผู้บริโภค จึงเป็นปัจจัยหนุนให้ธุรกิจการให้บริการด้านโลติสติกส์และซัพพลายเชนเติบโตตามไปด้วย โดยปัจจุบันลูกค้าของเอ็ม-เซนโค โลจิสติกส์ มีทั้งลูกค้าไทยและต่างชาติ โดยแบ่งเป็นสัดส่วนลูกค้าชาวไทย 75% และลูกค้าชาวต่างชาติอีก 25%”

            “เบื้องต้น เอ็ม-เซนโค โลจิสติกส์ ยังคงเน้นให้บริการลูกค้าในภาคธุรกิจ (B2B) เช่น กลุ่มผู้ประกอบการร้านอาหาร ผู้ผลิตอาหาร ธุรกิจนำเข้าและส่งออก รวมถึงห้างค้าปลีกต่าง ๆ เช่น ร้านสะดวกซื้อ ซูเปอร์มาร์เก็ต และมินิมาร์ท ส่วนในอนาคตเตรียมขยายการให้บริการสู่กลุ่มลูกค้ารายย่อย (B2C) ในรูปแบบการส่งของสดแบบควบคุมอุณหภูมิ
เช่น ผัก เนื้อสัตว์ เครื่องปรุง ส่วนผสมต่าง ๆ เพื่อการประกอบอาหาร
ซึ่งในธุรกิจนี้ยังไม่มีคู่แข่งมากนัก”

            ด้านพงษ์ชัย พิพิธวิจิตรกร รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็ม-เซนโค โลจิสติกส์ จำกัด เสริมว่า เอ็ม-เซนโค โลจิสติกส์ จะเข้ามาตอบโจทย์ธุรกิจที่ไม่ถนัดหรือไม่ต้องการบริหารจัดการจัดเก็บสินค้าและขนส่งด้วยตัวเองให้มีความสะดวกมากขึ้น โดยจุดเด่นของเราคือ บริการที่ครบวงจร เพราะในขณะที่ผู้ประกอบการรายอื่นอาจจะมีการให้บริการคลังสินค้า การขนส่ง บริการนำเข้า-ส่งออกสินค้า และการซื้อขายสินค้าอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่มาที่เรามีควบในที่เดียวที่สำคัญเรายังมุ่งโฟกัสในธุรกิจอาหาร โดยชูบริการจัดเก็บและขนส่งสินค้าแบบควบคุมอุณหภูมิ (Cold chain logistics) ซึ่งยังเป็นเซกเมนต์ที่ยังมีช่องว่างในตลาดพอสมควร

            “ตอนนี้เรามีลูกค้าหลักคือ
เครือร้านอาหารเอ็มเค แต่ในอนาคตเมื่อเราขยายกำลังกาผลิตได้เต็มขีดความสามารถเราจะรองรับธุรกิจอาหารแบรนด์อื่น
ไม่เฉพาะในประเทศไทยแต่รวมถึงประเทศในกลุ่มอาเซียน ซึ่งขณะนี้นอกจากจะนำสินค้าเข้ามา
เร็วๆนี้ยังมีบริการขนส่งสินค้าแบบควบคุมอุณหภูมิไปยังเวียดนามภายในปีนี้ ส่วนอนาคตอันใกล้
ยังมุ่งโฟกัสตลาดไทยเป็นหลัก แต่หากจะขยายฐานไปยังต่างประเทศคงต้องจับมือกับพันธมิตรทางธุรกิจประเทศนั้นๆ”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...