โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

Cardio vs. Weight Training ต่างกันยังไง? รู้ไว้ก่อนเข้าวงการออกกำลังกาย

Mango Zero

เผยแพร่ 02 ก.พ. 2564 เวลา 08.52 น. • Mango Zero

วงการออกกำลังกายเข้าแล้วออกง่ายถ้าใจไม่นิ่งพอ ช่วงนี้เทรนด์การออกกำลังกายมาแรงอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นเรื่องดีที่คนหันมาใส่ใจสุขภาพ แต่สำหรับมือใหม่อาจจะเคยได้ยินการออกกำลังกายฮิตๆ ทั้ง 2 แบบ คือ Cardio กับ Weight Training อาจจะฟังดูเหนื่อยเหมือนกัน แต่สองอย่างนี้มีอะไรแตกต่างกันบ้าง 

มาดูความแตกต่างของการออกกำลังกายแบบ Cardio และ Weight Training จะได้รู้ว่าเราเหมาะจะเป็นคนฟิต ออกกำลังกายทั้ง 2 แบบควบกันได้ หรือควรโฟกัสแบบไหนให้เหมาะกับตัวเอง

Cardio

คาร์ดิโอเป็นการออกกำลังกายที่เน้นการเผาผลาญ กระตุ้นอัตราการเต้นของหัวใจ และระบบไหลเวียนเลือด มีหลายระดับ ตามอัตราการเต้นของหัวใจ

  • การเผาผลาญแคลอรี่ : Cardio จะเผาผลาญแคลอรี่ได้มากกว่า Weight Training เมื่อออกกำลังกายในระยะเวลาเท่ากัน 

  • ลดน้ำหนัก : เหมาะกับการลดน้ำหนัก 

  • สร้างกล้ามเนื้อ : เน้นการลดน้ำหนักมากกว่าสร้างกล้ามเนื้อ

  • ประโยชน์

  • ช่วยเผาผลาญไขมัน

    • กระตุ้นระบบไหลเวียนโลหิต
    • หัวใจและปอดแข็งแรง
    • ลดความเครียดและซึมเศร้า
  • เหมาะกับใคร : คนที่ต้องการลดน้ำหนัก เผาผลาญไขมัน

  • Cardio มีกีฬาอะไรบ้าง

  • วิ่ง : 1ชม. เผาผลาญ 500-700 kcal.

    • กระโดดเชือก : 1ชม. เผาผลาญ 500-700 kcal.
    • ปั่นจักรยาน : 1ชม. เผาผลาญ 400-500 kcal.
    • เต้นซุมบ้า : 45 นาที เผาผลาญ 500 kcal.

Weight Training

เวท เทรนนิ่ง เป็นการออกกำลังกายที่ฝึกฝนความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ มักจะใช้อุปกรณ์ออกกำลังกายควบคู่ไปด้วย

  • การเผาผลาญแคลอรี่ : เผาผลาญอย่างต่อเนื่องแม้จะอยู่ในช่วงพัก

  • ลดน้ำหนัก : เน้นกระชับสัดส่วน 

  • สร้างกล้ามเนื้อ : เน้นการสร้างกล้ามเนื้อมากกว่า Cardio 

  • ประโยชน์ 

  • กล้ามเนื้อกระชับ

    • เพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ
  • เหมาะกับใคร : คนที่ต้องการสร้างกล้ามเนื้อ กระชับหุ่น

  • Weight Training มีกีฬาอะไรบ้าง

  • ยกดัมเบล

    • ซิทอัพ
    • สควอท
    • แพลงก์

สำหรับคนที่ต้องการออกกำลังกายเพื่อความแข็งแรง ลดน้ำหนัก และกระชับสัดส่วนไปพร้อมกัน สามารถออกกำลังกายทั้งสองอย่างควบคู่กันไปได้ ที่สำคัญคือควรทำอย่างต่อเนื่่อง 45-60 นาทีต่อครั้ง อย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 ครั้ง

ที่มา

healthline

dooddot

 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...