โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ลุย “หุ้นไทย-ปันผลดี” แบบเซฟๆ...ด้วยเงินเพียง “1 บาท” !!!

Wealthy Thai

อัพเดต 24 พ.ย. 2567 เวลา 00.57 น. • เผยแพร่ 18 มี.ค. 2566 เวลา 00.27 น. • กฤษฎิ์ รัตนธีระธาดา

กองทุนติดดาว: กองทุนที่ได้เรทติ้ง Morningstar 5 ดาว”จัดเป็นกองทุนหัวกะทิที่มี ‘ผลตอบแทนปรับด้วยความเสี่ยง’(Risk-adjusted returns)ดีสุด 10% แรกของกลุ่ม ตามสูตรลับเฉพาะของคนกลางอย่าง Morningstar”ซึ่งเป็นองค์กรที่จัดอันดับกองทุนรวมที่ได้รับการยอมรับจากนักลงทุนทั่วโลก
ครั้งนี้เป็นกองทุนในกลุ่ม
Equity General ที่มีจุดเด่นเน้นลงทุน หุ้นที่มีการจ่ายปันผลสม่ำเสมอ” ในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 65% และไม่เกิน 70% ของ NAV
ในวันนี้ทาง
‘Wealthy Thai’** จึงได้ทำการรวบรวมข้อมูล “กองทุนรวมหุ้นไทย” ที่น่าสนใจและอาจตอบโจทย์นักลงทุนที่อยากจะปิดความเสี่ยงการลงทุนในหุ้นตัวใดตัวหนึ่ง มาแบ่งปันให้แก่ผู้อ่านกันในครั้งนี้

SCBLT1” ลุย “หุ้นไทยพื้นฐานดี”…ระหว่างทางมี “ปันผล”

แม้ว่า “เทศกาลจ่ายเงินปันผล” ของบริษัทจดทะเบียนไทยจะผ่านพ้นไปในช่วงที่มาหรือหลังจากที่มีการประกาศผลการดำเนินงานในปี 2565 ซึ่งอาจจะเป็นที่น่าพอใจและไม่พอใจแก่นักลงทุนหลายๆ คน
ด้วยตัวเลขของผลประกอบการหลายบริษัทที่ประกาศออกมาไม่ได้เป็นไปตามที่นักลงทุนคาดการณ์นัก ทำให้อัตราการจ่ายเงินปันผลมีการปรับตัวลดลง
และแน่นอนว่าความเสี่ยงดังกล่าวก็เป็นสิ่งที่นักลงทุนหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่จะดีกว่าหรือไม่…หากนักลงทุนสามารถปิดความเสี่ยงดังกล่าวด้วยการกระจายเงินลงทุนผ่านกองทุนรวมที่มีความหลากหลายในการลงทุนหุ้นรายตัว ที่สำคัญ ยังมีการ “จ่ายปันผล” คืนกลับมาให้ในระหว่างการลงทุน

โดยกองทุนนี้มีชื่อว่า “กองทุนเปิดไทยพาณิชย์หุ้นระยะยาวปันผล 70/30 (ชนิดหุ้นระยะยาว)” หรือ “SCBLT1” ที่ ‘บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ไทยพาณิชย์ จำกัด’ เป็นผู้จัดตั้งขึ้นมา ซึ่งด้วยภายใต้นโยบายและผลการดำเนินงานที่ทำได้ดีเสมอมา จึงถูกยกให้เป็น “กองทุน 5 ดาว” จาก Morningstar” ด้วยเช่นกัน
สำหรับรายละเอียดของกองทุนดังกล่าว จะเป็นกองทุนที่ลงทุนในหุ้นไทยเป็นหลัก โดยได้จัดตั้งหรือจดทะเบียนขึ้นมาตั้งแต่วันที่ 21 ตุลาคม 2547 จนถึงปัจจุบัน (ณ วันที่ 10 มีนาคม 2566) ก็มีมูลค่าสินทรัพย์สุทธิอยู่ที่ 22,625,915,895 บาท และมูลค่าหน่วยลงทุนอยู่ที่ 16.48 บาทต่อหน่วย
“ด้านนโยบายลงทุนแน่นอนว่าจะต้องเป็นการลงทุนในหุ้นไทยเป็นหลัก โดยเน้นการลงทุนในหุ้นที่มีนโยบายหรือมีการจ่ายเงินปันผลอย่างสม่ำเสมอ แต่จะลงทุนในสัดส่วนที่เฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 65%ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ แต่จะไม่เกิน 70%ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ ณ วันที่ 31 ม.ค. 23 มีการลงทุนใน ‘หุ้น’78.70%

หน้าตาพอร์ต…สไตล์ “หุ้นใหญ่” ที่เป็นส่วนผสมระหว่าง “หุ้นคุณค่า” และ “หุ้นเติบโต”

จากนโยบายลงทุนทำให้หน้าตาพอร์ตของ ‘กอง SCBLT1” มีบุคลิกของหุ้นสไตล์ “หุ้นใหญ่” ที่เป็นส่วนผสมระหว่าง “หุ้นคุณค่า” (Value) และ “หุ้นเติบโต” (Growth) เป็นสำคัญ

ในส่วนของหน้าตาพอร์ต (ณ วันที่ 31 ม.ค. 23) 5 อันดับอุตสาหกรรมที่ลงทุนสูงสุด รวม 25.85% ประกอบไปด้วย

-พลังงานและสาธารณูปโภค 17.21%

-พาณิชย์ 10.61%

-ธนาคาร 9.37%

-พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ 8.55%

-ขนส่งและโลจิสติกส์ 6.97%

“โดยหุ้น Top5 ที่กองลงทุนอยู่นั้น ประกอบไปด้วย 1) AOT 5.40%,2) GULF 4.91%, 3) KBANK 3.98%,4) BBL 3.12% และ 5) CPALL 3.07%”
ส่วนที่เหลือจะลงทุนในหลักทรัพย์ของบริษัททั้งที่จดทะเบียนและไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ตลอดจนตราสารการเงินอื่นๆ ในสัดส่วนที่เหมาะสมของแต่ละช่วงเวลา ทั้งนี้ อาจพิจารณาลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (Efficient portfolio management) รวมไปถึงลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมหรือกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ (กอง1) หรือทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REITs) หรือกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน (infra) ซึ่งอยู่ภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการ ในสัดส่วนไม่เกิน 100%ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน

“ด้านผลการดำเนินงานของ SCBLT1 นั้น ข้อมูลตั้งแต่จัดตั้งกองทุนจนถึงปัจจุบัน (ณ วันที่ 31 ม.ค. 23) มีผลการดำเนินงานเฉลี่ยอยู่ที่ 5.46% ต่อปี ในขณะที่ความผันผวนของผลการดำเนินงานที่เฉลี่ยอยู่ 13.99% ต่อปี แต่อย่างไรก็ดีตั้งแต่จัดตั้งกองทุนเคยมีผลขาดทุนสูงสุดอยู่ที่ -28.90%”
แต่อีกหนึ่งไฮไลท์ของกองทุนที่นอกจากจะทำผลการดำเนินงานได้อย่างสม่ำเสมอ ก็คือ นโยบายการจ่ายเงินปันผลที่จะจ่าย “ไม่เกินปีละ 2 ครั้ง” ซึ่งตั้งแต่จัดตั้งกองทุนจนถึงปัจจุบันได้มีจำนวนการจ่ายไปแล้วรวม 29 ครั้ง และคิดเป็นเงินปันผลทั้งหมดรวม 6.52 บาท

เงินลงทุนขั้นต่ำ ‘ครั้งแรก’ และ ‘ครั้งถัดไป’ เพียง 1 บาท

โดยนักลงทุนหรือผู้อ่านที่สนใจอยากจะลงทุนในกองดังกล่าวด้วยเงื่อนไขการ “ซื้อครั้งแรก” และ “ครั้งถัดไป” อยู่ที่ 1 บาท ส่วนการขายคืนขั้นต่ำและยอดคงเหลือก็จะอยู่ที่ 1บาทเช่นเดียวกัน โดยเงื่อนไขการได้รับเงินค่าขายคืนอยู่ที่ 2 วันทำการนับจากวันคำนวณ NAV (T+2)

สำหรับรายละเอียดการซื้อขายในปัจจุบันจะสามารถทำได้ทั้งผ่านช่องทางออฟไลน์อย่าง ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด(มหาชน), บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนไทยพาณิชย์ จํากัดหรือผู้สนับสนุนการขายหรือรับซื้อคืนที่บริษัทแต่งตั้งขึ้นและยังมีช่องทางออนไลน์ที่สามารถทำได้ผ่านแอพพลิเคชั่น SCB EASY
“เงินปันผล อีกหนึ่งรวมรูปแบบการสร้างผลตอบแทนแบบประจำปี ที่นักลงทุนหลายๆ คนมีความสนใจ ซึ่งการลงทุนผ่านกองทุนรวมเป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยบริหารจัดการให้แก่ผู้ลงทุนพร้อมกับการบริหารความเสี่ยงและปรับกลยุทธ์การลงทุนให้เข้ากับสถานการณ์หรือภาวะในปัจจุบัน โดยเฉพาะนักลงทุนที่ต้องการ ‘ปันผล’ระหว่างทางลงทุน เชื่อว่า ‘กอง SCBLT1’น่าจะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้กับนักลงทุนได้ไม่มากก็น้อย”
ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...