โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

มงคลพระพิมพ์สี่เหลี่ยม วัดส้มเสี้ยว นครสวรค์ หลวงปู่ศุขปรกปลุกเสก

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 04 มี.ค. 2566 เวลา 07.36 น. • เผยแพร่ 04 มี.ค. 2566 เวลา 03.15 น.

มงคลพระพิมพ์สี่เหลี่ยม วัดส้มเสี้ยว นครสวรค์ หลวงปู่ศุขปรกปลุกเสก

“พระครูวิมลคุณากร” หรือ “หลวงปู่ศุข เกสโร” วัดปากคลองมะขามเฒ่า พระเกจิผู้เปี่ยมด้วยพุทธาคมแก่กล้า จนได้รับสมญา “เจ้าสำนักพุทธาคมยิ่งใหญ่แห่งลุ่มน้ำเจ้าพระยา”

เป็นพระอาจารย์พุทธาคมรูปแรกของ พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ที่ทรงให้ความเคารพนับถือและใกล้ชิด

ทั้งวัตถุมงคลและเครื่องรางของขลังที่สร้างล้วนเป็นที่นิยม ด้วยพุทธคุณเป็นเลิศ และยังคงเป็นที่กล่าวขานและแสวงหามาจวบจนปัจจุบัน อาทิ เหรียญรูปเหมือน พระพิมพ์สี่เหลี่ยมประภามณฑล พระปรกใบมะขาม ตะกรุด ประคำ ฯลฯ

อีกวัตถุมงคลที่ได้รับความนิยมสูงสุด คือ “พระพิมพ์สี่เหลี่ยม วัดส้มเสี้ยว” เป็นพระเครื่องที่หลวงปู่ศุขสร้างและปลุกเสกให้วัดส้มเสี้ยว สมณาคุณแก่ผู้มีจิตศรัทธาบริจาคทุนทรัพย์บูรณะเสนาสนะวัดส้มเสี้ยว อ.บรรพตพิสัย จ.นครสวรรค์

ขณะนั้น พระครูนิรุติธรรมธร หรือหลวงพ่อน้อย ธัมมโชโต เป็นเจ้าอาวาสวัดส้มเสี้ยว และมีความสนิทสนมกัน หลวงปู่ศุขจึงสร้างพระพิมพ์นี้ขึ้นมา เพื่อมอบให้หลวงพ่อน้อยนำไปแจกที่วัดส้มเสี้ยว

ประวัติหลวงพ่อน้อย นามเดิมภาษาจีนว่า “เก็งลี้” เกิดเมื่อปี พ.ศ.2410 ที่บ้านส้มเสี้ยว บิดาชื่อ หย่วนเพียว มารดาชื่อ ปราง

วัยเยาว์ได้เรียนภาษาจีนที่โรงเรียนจีนบ้านสะแก เรียนภาษาไทยกับพระอาจารย์จง เคยเป็นเจ้าพนักงานเก็บภาษีอากรที่มีผู้ผูกขาดจากรัฐบาล

อุปสมบทเมื่ออายุ 22 ปี ที่วัดบางตาหงาย

เคยจำพรรษาที่วัดบ้านแก่ง วัดโบสถ์ เมืองอุทัยธานี วัดสระเกศ กทม. และวัดระฆังฯ กทม.

ต่อมา กลับมาจำพรรษาที่วัดส้มเสี้ยว โดยเป็นเจ้าคณะหมวด วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2451 ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ชั้นพระครูสัญญาบัตรที่ พระครูนิรุติธรรมธร ตำแหน่งเจ้าคณะแขวงบรรพตพิสัย

มรณภาพเมื่อวันที่ 29 มกราคม 2480 สิริอายุ 71 ปี และได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานเพลิง ที่วัดส้มเสี้ยวเมื่อวันที่ 5 เมษายน 2482

จากคำบอกเล่าของพระครูยุตธรรมศาสน์ (หลวงพ่อมหาแกร ฐาปโน) เจ้าอาวาสรูปถัดจากหลวงพ่อน้อย เล่าเรื่องพระพิมพ์สี่เหลี่ยมหลวงปู่ศุขให้ฟัง ว่า

“เมื่อครั้งนั้นหลวงพ่อน้อย มีดำริจะบูรณะและสร้างเสนาสนะของ วัดส้มเสี้ยว หลวงพ่อน้อยก็ได้ไปมาหาสู่หลวงปู่ศุขอยู่เสมอๆ จึงได้ไปปรึกษาและขอพระพิมพ์สี่เหลี่ยมจากหลวงปู่ศุข เพื่อสมนาคุณแก่ผู้มีจิตศรัทธาร่วมบริจาคในครั้งนั้น หลวงปู่ศุขก็กรุณาจัดสร้างพระพิมพ์สี่เหลี่ยมพิมพ์นี้ขึ้น เพื่อมอบให้แก่หลวงพ่อน้อยไปแจกจ่ายหาทุนต่อไป”

พระพิมพ์สี่เหลี่ยม วัดส้มเสี้ยว เป็นพระพิมพ์เนื้อชินตะกั่ว ด้านหน้าเป็นรูปพระพุทธประทับนั่งขัดสมาธิบนฐานสองชั้น ขอบด้านข้างมีกรอบซุ้มเรือนแก้ว

ด้านหลังมีจารตัวพุทธ และมีเส้นล้อมรอบตามแบบรอยจารของหลวงปู่ศุข

ปัจจุบัน หายาก สนนราคสูงพอสมควร กำลังเป็นที่เสาะหาอย่างมาก

สําหรับหลวงปู่ศุข เกิดในสกุล เกษเวช (ภายหลังใช้เป็น เกษเวชสุริยา) เป็นชาวชัยนาทโดยกำเนิด เกิดเมื่อปี พ.ศ.2390 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่บ้านมะขามเฒ่า (ปัจจุบันคือ บ้านปากคลอง) ต.มะขามเฒ่า อ.วัดสิงห์ จ.ชัยนาท

บิดา-มารดาชื่อ นายน่วม-นางทองดี ครอบครัวประกอบอาชีพค้าขายและทำสวน มีพี่น้องรวมกัน 9 คน โดยท่านเป็นพี่ชายคนโต

ในวัยเด็กเป็นคนมีความกล้าหาญ เด็ดเดี่ยว และเชื่อมั่นในตัวเอง จึงมักถูกยกให้เป็นผู้นำของเด็กในย่านตลาดวัดสิงห์

ต่อมาเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อทำมาหากินค้าขายเล็กๆ น้อยๆ ในแถบลำคลองบางเขน จ.นนทบุรี จนมีครอบครัวและมีบุตรชายหนึ่งคน ชื่อ สอน เกศเวชสุริยา

แต่ด้วยจิตตั้งมั่นที่จะบวชทดแทนคุณบิดามารดา พออายุครบ 22 ปี จึงได้ลาไปอุปสมบท ที่วัดโพธิ์บางเขน (ปัจจุบัน คือวัดโพธิ์ทองล่าง) โดยมีหลวงพ่อเชย จันทสิริ เจ้าอาวาส เป็นพระอุปัชฌาย์ ที่เป็นพระสงฆ์ฝ่ายรามัญที่เคร่งในวัตรปฏิบัติและพระธรรมวินัยอย่างยิ่ง ทั้งเป็นผู้ทรงคุณด้านวิปัสสนาธุระและวิทยาคมเข้มขลัง ซึ่งได้รับการถ่ายทอดสรรพวิชาจากพระอุปัชฌาย์อย่างครบถ้วน

จากนั้น ก็เริ่มออกธุดงค์เพื่อปลีกวิเวกฝึกฝนวิทยาการต่างๆ พร้อมแสวงหาและศึกษาเพิ่มเติมจากพระเกจิผู้ทรงคุณหลายรูปในด้านพระกัมมัฏฐานและวิทยาคม อาทิ พระสังวราเมฆ ผู้เชี่ยวชาญพระกรรมฐานลำดับมัชฌิมาปฏิปทาในสมัยนั้น ที่สำนักวัดพลับ (วัดราชสิทธาราม), หลวงปู่ทับ วัดอนงคาราม ด้านการเล่นแปรธาตุและโลหะเมฆสิทธิ์ โดยพักอยู่กับสมเด็จพระพุฒาจารย์ (นวม) ซึ่งเป็นสหธรรมิกในฐานะชาวชัยนาทด้วยกัน ฯลฯ

จึงเป็นผู้รอบรู้และแตกฉานทั้งพระไตรปิฎก วิปัสสนากรรมฐาน และวิทยาคมต่างๆ

เวลาล่วงเลยไป มารดาที่พำนักอยู่ที่บ้านมะขามเฒ่าก็แก่ชราลง จึงตัดสินใจเดินทางกลับไปจำพรรษาที่วัดอู่ทอง ปากคลองมะขามเฒ่า แล้วขยับขยายออกมาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา สร้างวัดปากคลองมะขามเฒ่า จนเสร็จสมบูรณ์ ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อปี พ.ศ.2447 โดยมีลูกศิษย์อย่างเสด็จในกรมฯ เป็นกำลังสำคัญ

ที่ปรากฏเป็นประจักษ์พยาน คือ ภาพเขียนฝีมือเสด็จในกรมฯ บนฝาผนังพระอุโบสถ และภาพเขียนสีน้ำมันรูปหลวงปู่ศุขยืนเต็มองค์และถือไม้เท้า ที่ยังคงรักษาไว้อย่างสมบูรณ์

สมณศักดิ์สุดท้ายป็นพระครูสัญญาบัตรที่พระครูวิมลคุณากร ตำแหน่งเจ้าคณะแขวง (ปัจจุบันคือเจ้าคณะอำเภอ) รูปแรกของ อ.วัดสิงห์ ก่อนมรณภาพลงในปลายปี พ.ศ.2466 สิริอายุ 75 ปี พรรษา 50

ทุกวันนี้ผู้เคารพศรัทธายังขออนุญาตจัดสร้างวัตถุมงคลอย่างต่อเนื่อง

นาม “หลวงปู่ศุข” ยังทรงพุทธาคมมาจนถึงทุกวันนี้ •

โฟกัสพระเครื่อง | โคมคำ

komkam.ks@gmail.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...