โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

ไขความลับ “HAAB” ขนมไข่เจ้าดังที่ไวรัลด้วยกลยุทธ์ Social Food

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 05 มิ.ย. 2567 เวลา 06.04 น. • เผยแพร่ 05 มิ.ย. 2567 เวลา 06.04 น.

หลังจากย่านบรรทัดทองพลิกโฉมสู่การเป็น “ฟู้ดเดสติเนชั่น” ที่ทั้งคนไทย และนักท่องเที่ยวต่างมาเช็กอิน ร้านรวงต่าง ๆ ละแวกนั้นก็เติบโต มีคนยอมต่อคิวรอหลายชั่วโมงเพื่อลองลิ้มชิมรสอาหารที่ถูกบอกต่อกันว่า “ต้องมาลอง” เป็นกระแสไวรัลบนโลกออนไลน์

หนึ่งในนั้นคือ “หาบ” (HAAB) ขนมไข่กล่องแดงชื่อดัง ที่ขึ้นชื่อเรื่องความหอมนุ่มชุ่มเนย ปากต่อปากบนโลกโซเชียล จนมีคนมาต่อคิวรอกว่า 4 ชั่วโมง สร้างยอดขายเฉลี่ย 1.5 ล้านชิ้นต่อเดือน หรือเป็นเงินกว่า 200 ล้านบาท ภายในปีเดียว

HAAB เป็นหนึ่งในร้านที่ ดีลิเวอรี่เจ้าดัง “แกร็บ” (Grab) โปรโมต “Only at Grab” เพื่อรักษาฐานคนใช้ในกลุ่มลูกค้าคุณภาพ ที่เรียกได้ว่าเป็นขาประจำ โดยรวบรวมร้านยอดนิยมที่เป็นกระแสบนโลกออนไลน์มาให้บริการบน “แกร็บฟู้ด” แบบเอ็กซ์คลูซีฟ สั่งดีลิเวอรี่ได้เฉพาะที่แกร็บเท่านั้น

“ประชาชาติธุรกิจ” จะพาไปสำรวจกลยุทธ์ที่ HAAB ใช้สร้างแบรนด์และเข้าถึงลูกค้า ท่ามกลางการแข่งขันดุเดือดของร้านอาหารหลายร้อยร้านบนสตรีตฟู้ดแห่งใหม่ใจกลางกรุง

“ทัพไทย ฤทธาพรม” ผู้ร่วมก่อตั้งแบรนด์ HAAB เล่าว่า หลังลาออกจากงานประจำในปี 2562 ก็เริ่มมองหาโอกาสในการทำธุรกิจอย่างต่อเนื่อง มีการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศมาขายบ้าง ลองผิดลองถูกมาเรื่อยจนเกิดแบรนด์ DreamDesk นำเข้าและจัดจำหน่ายโต๊ะทำงาน-เก้าอี้เพื่อสุขภาพขึ้นมา

ส่วน HAAB เริ่มกลางปี 2566 ใช้สูตรขนมไข่ของคุณยายของ “จรรยธร บิลพัฒน์” ผู้ก่อตั้งอีกคน ที่เมื่อก่อนครอบครัวเคยเปิดร้านขายขนมไข่ที่สงขลา แต่ปัจจุบันปิดกิจการไปแล้ว

“แบรนด์ HAAB จึงเป็นการ Redefined Classic หรือการนำของเดิมที่มีอยู่มาพัฒนาและต่อยอดในรูปแบบใหม่ ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่ใช้ได้ดีกับธุรกิจอาหาร กรณี ‘ขนมไข่’ ก็มีขายอยู่ทั่วไปอยู่แล้ว จึงต้องสร้างความต่าง ตั้งแต่รูปลักษณ์ และรสชาติ เพื่อดึงให้ลูกค้ามาซื้อขนมของแบรนด์เรา”

ปัจจัยที่ทำให้ HAAB เป็นที่รู้จักในวงกว้าง คือการออกแบบสินค้าด้วยแนวคิด “Social Food”

“โซเชียลมีเดียสำคัญกับการทำธุรกิจในปัจจุบันมาก ต้องทำให้อาหารถ่ายรูปลงโซเชียลมีเดียได้ เพื่อให้เกิดการรับรู้ในวงกว้างในกลุ่มคนรุ่นใหม่ และเกิดการแชร์ต่อไปเรื่อย ๆ”

ประกอบกับการใช้ KOLs Marketing ให้ KOLs หรือกลุ่มอินฟลูเอนเซอร์สื่อสารไปยังกลุ่มผู้ติดตามของตนเอง

“ความโชคดีอีกอย่างคือในทีมมีน้อง ๆ ที่จบคณะเศรษฐศาสตร์เยอะมาก จึงสามารถให้ทีมคิดสูตรคำนวณงบฯการจ้าง KOLs ที่เหมาะสมและคุ้มค่ากับแบรนด์มากที่สุดได้ โดยปกติงบฯการตลาดในการทำธุรกิจจะอยู่ที่ประมาณ 30% ของยอดขาย”

สมมติว่าขายได้ 1 ล้านบาท ต้องใช้กับการตลาดไปแล้ว 3 แสนบาท แต่ด้วยสูตรที่เรามี จะใช้งบฯแค่ 10% ของยอดขายในการจ้าง KOLs ได้

“ทัพไทย” เล่าต่อด้วยว่า ก่อนที่จะมาปลุกปั้นแบรนด์ตนเอง เคยมีประสบการณ์ในสายงานอีคอมเมิร์ซมาหลายปี เคยร่วมงานกับ ช้อปปี้ (Shopee) และแอมะซอน (Amazon) จึงมีองค์ความรู้ในการเพิ่มช่องทางการขายบนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซที่เปิดโอกาสให้เข้าถึงลูกค้าในต่างจังหวัดได้มากขึ้น นอกเหนือไปจากการขายที่หน้าร้านย่านบรรทัดทอง และ Pop-up Event ตามสถานที่ต่าง ๆ

“การทำงานสายอีคอมเมิร์ซมาก่อน ช่วยให้เข้าใจการทำการตลาดในช่องทางออนไลน์ และการทำงานร่วมกับพาร์ตเนอร์ ทำให้ HAAB เป็นที่รู้จัก และโตบนออนไลน์อย่างรวดเร็ว ตอนนี้ยอดขายจากการสั่งซื้อบนช้อปปี้ก็ค่อย ๆ เพิ่มขึ้นด้วย”

แม้จะโตต่อเนื่อง และมีลูกค้ารู้จักแบรนด์มากขึ้นแล้ว แต่ยังมีอีกหลายสิ่งที่เป็นความท้าทายที่ต้องเรียนรู้ และแก้ปัญหา

โดยเฉพาะการควบคุมคุณภาพสินค้า เมื่อขยายสเกลธุรกิจ

“HAAB ก้าวสู่การเป็นธุรกิจในภาคการผลิตไปแล้ว เพราะยิ่งเพิ่มสาขาหรือช่องทางการขาย กำลังการผลิตต้องเพิ่มตามไปด้วย ดังนั้นการมีครัวกลางผลิตเบสขนมไข่ ส่งไปตามสาขาต่าง ๆ จึงตอบโจทย์เรื่องการควบคุมคุณภาพมากที่สุด”

แต่สิ่งที่ HAAB ให้ความสำคัญ คือการบาลานซ์การเติบโตระหว่างยอดขายและการลงทุน คือโตแล้วต้องอยู่ต่อได้ เช่น

เรื่องกำลังการผลิต และการขายที่ต้องลงทุนซื้อตึกเพิ่มแล้วแบ่งใช้พื้นที่ตามความเหมาะสม เพราะเชื่อว่าเป็นการลงทุนที่ให้ความคุ้มค่ากับแบรนด์ในระยะยาว

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ไขความลับ “HAAB” ขนมไข่เจ้าดังที่ไวรัลด้วยกลยุทธ์ Social Food

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...