โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เบื้องหลังวุ้นดำ เฉาก๊วย คำตอบที่หลายคนคิดว่ารู้ แต่อาจเข้าใจผิด

แนวหน้า

เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว

เวลาที่เราสั่งน้ำแข็งใสหรือเครื่องดื่มเย็น ๆ สักแก้ว เฉาก๊วย มักจะเป็นท็อปปิ้งอันดับต้น ๆ ที่หลายคนนึกถึง ด้วยเนื้อสัมผัสที่เหนียวหนึบและสีดำขลับที่เป็นเอกลักษณ์ แต่เชื่อไหมว่าหากลองถามคนกินร้อยคน ว่าเจ้าวุ้นดำๆ นี้ทำมาจากอะไร หลายคนอาจจะตอบว่าทำมาจากวุ้นบ้าง หรือแป้งผสมสีบ้าง หรือแม้แต่เจลาติน แต่ในเป็นความจริงแล้ว เบื้องหลังความอร่อยสีดำนี้ มีที่มาที่ซับซ้อนและน่าอัศจรรย์กว่านั้นมาก เพราะมันคือผลผลิตที่กลั่นกรองมาจากวัชพืชชนิดหนึ่ง

ความลับของเฉาก๊วยเริ่มต้นที่ต้นทางอย่าง หญ้าเฉาก๊วย หรือชื่อในภาษาอังกฤษที่เรียกกันว่า Mesona chinensis ซึ่งเป็นพืชล้มลุกขนาดเล็กในตระกูลเดียวกับสะระแหน่หรือมิ้นต์พบเห็นได้มากในแถบประเทศจีนตอนใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หน้าตาตอนเป็นต้นสด ๆ จะดูเหมือนวัชพืชทั่วไปที่มีใบหยัก ๆ กลิ่นหอมอ่อน ๆ

เฉาก๊วย

ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล /ภาพสร้างจาก AI

และชื่อเรียกที่เราคุ้นหูอย่างเฉาก๊วยนั้น มาจากภาษาแต้จิ๋ว โดยคำว่า เฉา แปลว่า หญ้า ส่วนคำว่า ก๊วย หมายถึง ขนมที่ทำจากแป้ง เมื่อรวมความหมายตรงตัวมันก็คือ ขนมที่ทำมาจากหญ้า นั่นเอง

ซึ่งขั้นตอนการเปลี่ยนพืชสีเขียวให้กลายเป็นวุ้นสีดำไม่ได้ใช้สารเคมีพิสดาร แต่ใช้ภูมิปัญญาชาวบ้านในการเคี่ยว เริ่มจากการนำหญ้าเฉาก๊วยมาตากแดดจนแห้งสนิท ซึ่งในระยะนี้เองที่สารสำคัญในพืชจะเข้มข้นขึ้น และเมื่อนำหญ้าแห้งไปต้มในน้ำเดือดนานหลายชั่วโมง สารธรรมชาติที่เรียกว่า เพคติน และยางไม้จะถูกสกัดออกมา ทำให้น้ำต้มเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลไหม้เข้มจนเกือบดำ และมีความเหนียวข้นตามธรรมชาติ นอกจากนี้ กลิ่นหอมเย็นที่เป็นเอกลักษณ์ของเฉาก๊วยแท้ ๆ ก็มาจากน้ำมันหอมระเหยที่ถูกปลดปล่อยออกมาในช่วงเวลานี้นี่เอง

เฉาก๊วย

ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล /ภาพสร้างจาก AI

หลายคนอาจสงสัยว่าแค่ต้มหญ้าแล้วน้ำจะเซตตัวเป็นก้อนแข็ง ๆ ได้อย่างไร ความจริงแล้วในสมัยโบราณ ผู้ผลิตจะใส่ น้ำขี้เถ้า สกัดจากขี้เถ้าฟางข้าวลงไปในระหว่างต้มด้วย เพื่อช่วยเร่งการสกัดสารเพคตินออกจากกิ่งก้านของหญ้าให้ได้มากที่สุด โดยที่หลังจากกรองเศษกากหญ้าออกจนเหลือแต่น้ำสีดำเข้ม ก็จะมีการผสม แป้งท้าวยายม่อม หรือ แป้งมันสำปะหลัง ลงไปในสัดส่วนที่พอเหมาะ จากนั้นเคี่ยวต่อจนแป้งสุกสว่างและเข้าเป็นเนื้อเดียวกัน เมื่อทิ้งไว้ให้เย็นลง ของเหลวสีดำนั้นจะค่อย ๆ เซตตัวกลายเป็นก้อนวุ้นที่มีความยืดหยุ่นสูงและเหนียวนุ่มอย่างที่เราคุ้นเคย

เฉาก๊วยไม่ใช่แค่ขนมเคี้ยวเพลิน แต่ในทางศาสตร์การแพทย์แผนจีน เฉาก๊วยมีฤทธิ์เป็นยาเย็น สรรพคุณเด่นชัดคือการแก้ร้อนใน กระหายน้ำ ช่วยลดไข้ และปรับสมดุลร่างกายในช่วงที่อากาศร้อนจัด นอกจากนี้ยังช่วยในเรื่องระบบขับถ่ายและความดันโลหิตสูงได้อีกด้วย

เฉาก๊วย

ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล

ในปัจจุบันมีเฉาก๊วยวางขายมากมาย แต่ไม่ใช่ทุกเจ้าจะทำจากหญ้าเฉาก๊วยแท้ 100% บางครั้งเราอาจเจอเฉาก๊วยที่ทำจากผงวุ้นผสมสีดำ ซึ่งจะไม่มีกลิ่นหอมสมุนไพรและเนื้อสัมผัสจะกรอบกระด้าง ไม่เหนียวเด้งเหมือนของแท้

โดยลักษณะเฉาก๊วยแท้ที่ดี จะมีกลิ่นหอมสมุนไพรจาง ๆ ไม่ใช่กลิ่นน้ำตาลหรือกลิ่นสังเคราะห์ เนื้อสัมผัสมีความยืดหยุ่น และเมื่อกดลงไปจะคืนตัวได้ดี ไม่เละและไม่แข็งเหมือนวุ้นทั่วไป สีต้องดำเข้มสนิทอย่างเป็นธรรมชาติ

เฉาก๊วย

ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล

การได้ทานเฉาก๊วยเย็น ๆ สักถ้วยในวันที่แดดร้อนระอุ จึงไม่ใช่แค่การเติมความหวานเข้าสู่ร่างกาย แต่เป็นการซึมซับภูมิปัญญาในการดึงพลังจากหญ้ามาปรนนิบัติสุขภาพ เป็นบทพิสูจน์ว่าธรรมชาติมักซ่อนสิ่งดี ๆ ไว้ในรูปลักษณ์ที่เราคาดไม่ถึงเสมอ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล, คลังความรู้เรื่องภูมิปัญญาอาหารพื้นบ้าน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...