โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“ดาวโจนส์” ปิดพุ่งกว่า 800 จุด ขานรับอิหร่านเปิดช่องแคบฮอร์มุซ

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 18 เม.ย. เวลา 01.52 น. • เผยแพร่ 18 เม.ย. เวลา 01.52 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นในวันศุกร์ (17 เม.ย.) แตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปลายเดือนก.พ. หลังนักลงทุนตอบรับเชิงบวกต่อการที่อิหร่านตัดสินใจเปิดช่องแคบฮอร์มุซ และมีความหวังว่าจะบรรลุข้อตกลงกับสหรัฐฯ เพื่อยุติสงคราม ขณะที่ดัชนี S&P500 และ Nasdaq ปิดตลาดทำสถิติสูงสุดเป็นวันที่ 3 ติดต่อกัน

ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 49,447.43 จุด เพิ่มขึ้น 868.71 จุด หรือ +1.79%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 7,126.06 จุด เพิ่มขึ้น 84.78 จุด หรือ +1.20% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 24,468.48 จุด เพิ่มขึ้น 365.78 จุด หรือ +1.52%

ส่วนดัชนี Nasdaq ปรับตัวขึ้นต่อเนื่องเป็นวันที่ 13 ติดต่อกัน ซึ่งถือว่ายาวนานที่สุดนับตั้งแต่ปี 2535

ในรอบสัปดาห์นี้ ดัชนีดาวโจนส์เพิ่มขึ้น 3.2%, ดัชนี S&P500 เพิ่มขึ้น 4.53% และดัชนี Nasdaq เพิ่มขึ้น 6.84%

ด้านอับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านโพสต์ข้อความบน X ระบุว่า หลังมีข้อตกลงหยุดยิงในเลบานอน การเดินเรือพาณิชย์ผ่านช่องแคบฮอร์มุซสามารถกลับมาเปิดใช้งานได้ตามปกติแล้ว

ก่อนหน้านี้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ระบุว่าอาจมีการเจรจากันในช่วงสุดสัปดาห์นี้ระหว่างอิหร่านและสหรัฐฯ และอาจบรรลุข้อตกลงสันติภาพในเร็ว ๆ นี้เพื่อยุติสงครามอิหร่าน ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตหลายพันคนตั้งแต่สหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดปฏิบัติการโจมตีอิหร่านร่วมกันเมื่อวันที่ 28 ก.พ. ที่ผ่านมา

แม้ถ้อยแถลงจากทั้งสองฝ่ายยังสร้างความไม่แน่นอนว่าการขนส่งทางเรือจะกลับมาได้เร็วเพียงใด แต่ราคาน้ำมันดิบสหรัฐฯ ร่วงลงมากกว่า 11% ซึ่งช่วยคลายความกังวลด้านเงินเฟ้อ โดยช่องแคบฮอร์มุซถือเป็นเส้นทางสำคัญของการขนส่งพลังงานโลก

ขณะที่หุ้นกลุ่มพลังงานร่วงลงตามราคาน้ำมันที่ปรับตัวลง

ในบรรดาหุ้น 11 กลุ่มอุตสาหกรรมหลักของ S&P500 หุ้นกลุ่มพลังงานเป็นกลุ่มที่ปรับตัวลงมากที่สุด โดยลดลง 2.9% ขณะที่หุ้น Exxon Mobil ร่วง 3.6% และหุ้น Chevron ลดลง 2.2%

โดยกลุ่มที่ปรับตัวขึ้นมากที่สุดคือกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือย ซึ่งเพิ่มขึ้นเกือบ 2% ขณะที่หุ้นเรือสำราญนำการปรับตัวขึ้น โดยหุ้น Royal Caribbean พุ่งขึ้น 7.3% และหุ้น Carnival พุ่งขึ้น 7%

ส่วนหุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมเป็นกลุ่มที่แข็งแกร่งเป็นอันดับสอง โดยเพิ่มขึ้น 1.8% และหุ้น United Airlines พุ่งขึ้น 7%

ด้านหุ้นที่ถ่วงดัชนี S&P500 มากที่สุดคือหุ้น Netflix ซึ่งร่วงลง 9.7% หลังคาดการณ์กำไรไตรมาสปัจจุบันต่ำกว่าคาด นอกจากนี้บริษัทยังประกาศการลาออกของ รีด เฮสติงส์ ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานบริษัทที่ดำรงตำแหน่งมานาน 29 ปี

ส่วนหุ้น Alcoa ปิดร่วงลง 6.8% หลังรายงานกำไรและรายได้ไตรมาสแรกต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ โดยระบุว่ามีต้นทุนสูงขึ้นและอุปสงค์อ่อนแอลง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...