โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

แผนเยียวยารัฐไม่ครอบคลุม พริษฐ์ เตรียมตรวจสอบ เสนอแนะรัฐบาล 9-10 เม.ย. นี้

แนวหน้า

เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว

วันที่ 8 เม.ย. 2569 นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคประชาชน โพตส์ข้อความผ่านเฟสบุ๊ก พริษฐ์ วัชรสินธุ -ไอติม -Parit Wa charasindhu ระบุว่า [ ทำไม มาตรการเยียวยา-ช่วยเหลือประชาชนเฉพาะกลุ่ม ยังไม่ถึงมือประชาชนสักที ? ] วันนี้ นับว่าครบรอบ 2 สัปดาห์ หลังจากที่รัฐบาลยุติการตรึงราคาน้ำมันดีเซลเมื่อวันที่ 25 มี.ค. และปล่อยให้ราคาขึ้นพรวดเดียวคืนแรก 6 บาท/ลิตร และขึ้นสะสมมาแล้วทั้งหมดกว่า 17 บาท/ลิตร ผมเชื่อว่าทุกคนทราบดี ว่าวิกฤตระดับโลกครั้งนี้ ย่อมส่งผลให้ราคาน้ำมันต้องไปในทิศทางที่สูงขึ้นกว่าสถานการณ์ปกติ แต่สิ่งที่คนไทยตั้งคำถามและปราถนาอยากจะเห็นในสังคม คือการ “เฉลี่ยทุกข์เฉลี่ยสุขอย่างเป็นธรรม” ไม่ใช่การบริหารประเทศโดยผลักภาระทั้งหมดให้ประชาชนและละเลยความทุกข์ร้อนของประชาชน แน่นอนว่าขาหนึ่งที่สังคมเฝ้าดูอย่างใกล้ชิด (โดยเฉพาะตลอด 1-2 วันที่ผ่านมา) คือท่าทีของรัฐบาลใหม่ ต่อการปรับโครงสร้างราคาน้ำมัน การลดค่าการกลั่น การใช้ภาษีลาภลอยมาเก็บกำไรส่วนเกิน และการปรับลดภาษีสรรพสามิต ซึ่งอาจมองได้ว่ารัฐบาลทำ “น้อยไป” (เช่น มติ กบง. ล่าสุด ที่ลดราคาหน้าโรงกลั่น 2 บาท/ลิตร) และ “ช้าไป” (เช่น เรื่องภาษีลาภลอยที่เคยมีการศึกษามาตั้งแต่ 2565 สมัยสงครามรัสเซีย-ยูเครน แล้ว)

พริษฐ์ วัชรสินธุ

แต่อีกขาหนึ่งที่ประชาชนต้องรอแล้วรออีก ท่ามกลางค่าน้ำมันและค่าครองชีพที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง คือ “มาตรการช่วยเหลือ-เยียวยาประชาชนแบบเจาะจง” โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางที่ได้รับผลกระทบสูงเป็นพิเศษจากวิกฤตครั้งนี้ เช่น

- กลุ่มผู้มีรายได้น้อย หรือครัวเรือนที่มีเด็กและผู้สูงอายุจำนวนมาก ที่รายได้ไม่พอรายจ่าย

- กลุ่มเกษตรกร ที่เจอต้นทุนที่สูงขึ้น จากทั้งค่าปุ๋ย ค่าขนส่ง และ ค่าน้ำมันที่ใช้สำหรับอุปกรณ์-เครื่องจักร

- กลุ่มประมง ที่ออกเดินเรือแล้วอาจไม่คุ้นทุน

- กลุ่มไรเดอร์ และคนขับแท็กซี่ ที่พึ่งพาน้ำมันในการประกอบอาชีพ

- โรงงานผลิตพลาสติกและบริษัทที่เกี่ยวข้องในห่วงโซ่อุปทาน ที่เจอปัญหาขาดแคลนเม็ดพลาสติก

- ผู้ประกอบการรายย่อย-ร้านอาหาร ที่ต้องเลือกระหว่างขึ้นราคาและเสี่ยงเสียลูกค้า กับแบกรับต้นทุนเองทั้งหมด

- ภาคขนส่ง ที่ได้รับผลกระทบหนัก ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อมาถึงค่าครองชีพประชาชนในภาพรวม

พริษฐ์ วัชรสินธุ

ผมเคยทักท้วงไปแล้ว เมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน ว่ามันเป็นเรื่องน่าเหลือเชื่อ ที่รัฐบาลปล่อยให้มีการขึ้นราคาพรวดเดียว 6 บาท/ลิตร ในวันนั้น “โดยไม่มีมาตรการเยียวยาที่พร้อมดำเนินการทันทีคู่ขนาน” ทั้งๆที่ทางรองนายกฯเอกนิติเอง ก็ได้เคยพูดถึงแนวทางการเยียวยาเฉพาะกลุ่ม เช้าวันเดียวกันกับที่มีการปล่อยราคาน้ำมันขึ้นตอนกลางคืน (https://www.thaipbs.or.th/news/content/503783 )

แต่มันเป็นเรื่องที่น่าเหลือเชื่อยิ่งกว่า ว่าผ่านมา 2 สัปดาห์เต็มแล้ว มาตรการเยียวยาใดๆเฉพาะกลุ่มก็ยังไม่คลอดออกมา และยังไม่มีเงินสักบาท(?) ที่ถึงมือพี่น้องประชาชนที่กำลังเดือดร้อนที่สุด (หากนับเฉพาะที่เพิ่มขึ้นจากมาตรการปกติที่เดิมมีอยู่แล้ว และหากไม่นับการอุดหนุนราคาน้ำมันแบบหว่านแหในภาพรวม)

พริษฐ์ วัชรสินธุ

ผมเข้าใจว่ารัฐบาลให้เหตุผลว่า จะมีการประชุม ครม. นัดพิเศษ วันที่ 11 เมษายน นี้ เพื่อเคาะรายละเอียดและงบประมาณสำหรับมาตรการดังกล่าว แต่สิ่งที่ประชาชนทั่วไปไม่เคยได้รับคำตอบคือ ทำไมพวกเขาต้องรอมานานขนาดนี้ - หากมีการเคาะมาตรการในวันที่ 11 เม.ย. จริง จะคิดเป็น 17 วันเต็ม นับจากวันที่มีการปล่อยราคาน้ำมันขึ้น 6 บาท

หากนายกฯจะอ้างว่าที่ผ่านมาทำไม่ได้เพราะเป็น ครม. รักษาการ ก็ไม่น่าจะเป็นเหตุผลที่ฟังขึ้น เพราะ รธน. มาตรา 169 (3) ก็ระบุชัดว่า ครม. รักษาการ สามารถอนุมัติงบกลาง มาช่วยเหลือประชาชนในกรณีฉุกเฉินได้ (ซึ่งเข้าใจว่ายังมีงบเหลืออยู่หลักหมื่นล้านบาท) โดยมีขั้นตอนเพิ่มเติมเล็กน้อยสำหรับ ครม. รักษาการ คือการขออนุมัติจาก กกต. (ซึ่งเชื่อว่า กกต. คงไม่ได้ติดปัญหาอะไรเพราะมันผ่านพ้นการเลือกตั้งมาแล้ว ดังนั้นไม่ได้สุ่มเสี่ยงที่จะเป็นการใช้งบเพื่อประโยชน์ในการเลือกตั้ง)

พริษฐ์ วัชรสินธุ

ดังนั้น คำถามที่อยู่ในใจประชาชนจำนวนมาก คือ “ที่ผ่านมา นายกฯ อนุทิน รออะไร?” และ “รัฐบาลพร้อมรับมือกับวิกฤตครั้งนี้แค่ไหน?”

ผมเข้าใจดีว่าต้นตอของวิกฤตครั้งนี้ไม่ได้มาจากปัจจัยภายในประเทศ แต่ท่ามกลางสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ที่มีความตึงเครียดและไม่แน่นอนสูง (รวมถึงข้อความที่น่ากังวลอันล่าสุดจากทรัมป์ใน Truth Social ก่อนจะมีการตกลงหลุดยิง 2 สัปดาห์) และท่ามกลางผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยที่เสี่ยงจะเข้าสู่สภาวะ stagflation (เศรษฐกิจชะลอตัว + เงินเฟ้อสูง) หากประชาชนคนไทยจะฝ่าฟันวิกฤตครั้งนี้ได้ เราต้องการรัฐบาลที่ “นำหน้า” ปัญหา ไม่ใช่ “ตามหลัง” ปัญหาเหมือนที่ผ่านมา

ทางพรรคประชาชนเราจะทำเต็มที่ในการตรวจสอบและเสนอแนะรัฐบาลเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประชาชน เริ่มต้นจากการอภิปรายคำแถลงนโยบายต่อรัฐสภา วันพฤหัสบดีและศุกร์ที่จะถึงนี้

พริษฐ์ วัชรสินธุ

ขอขอบคุณภาะพจาก เฟซบุ๊ก พริษฐ์ วัชรสินธุ - ไอติม - Parit Wacharasindhu

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...