อังคณา หวั่นสร้างบรรทัดฐานใหม่ ปมลงโทษผู้หมิ่นศาสนา ราม 53
จากเหตุการณ์ความชุลุมุนที่เกือบจะเป็นการจลาจล ที่ซอยรามคำแหง 53 เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2569 ซึ่งมีผู้คนนับพันมารวมตัวกันจากความไม่พอใจ ที่จากกรณี นายอับดุลเลาะห์ มีการไลฟ์มีเนื้อหาดูคัมภีร์อัลกุรอานและหมิ่นศาสนาอิสลาม เมื่อข่าวแพร่สะพัดไปจึงทำให้มีการมารวมตัวของผู้ที่ไม่พอใจจำนวนมาก
ล่าสุดวันนี้ 11 พฤษภาคม 2569 สว.อังคณา นีละไพจิตร โพสต์เฟซบุ๊ก โดยมีข้อความทั้งหมดว่า "อยากฟังความเห็นของท่าน #รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ในฐานะผู้กำกับดูแลองค์กรและสถาบันทางศาสนา รวมถึง #สำนักจุฬาราชมนตรี ผู้นำศาสนาอิสลาม และ #คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ต่อกรณีการตั้งกลุ่มในนาม #ผู้พิทักษ์ศาสนา เพื่อดำเนินการต่อบุคคลที่เห็นว่ากระทำหมิ่นศาสนา
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เมื่อเย็นวานที่ซอย #ราม53 ถือเป็นความท้าทายต่อแนวทางสันติวิธีที่เป็นหลักการสำคัญของศาสนาอิสลาม ที่ยืนยันหลักความยุติธรรมและความเมตตา ซึ่งแม้กลุ่มผู้กระทำจะพยายามกดดันให้ผู้ถูกกระทำพูดว่าซ้ำ ๆ ว่าเป็นความสมัครใจ แต่ภาพที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นการ live หรือการลงโทษด้วยการกล้อนผม ผู้ที่ดู live อาจเกิดคำถามว่า เป็นความ #ยินยอม โดยสมัครใจ หรือ #จำยอม กันแน่
กรณีนี้ หากปล่อยให้ผ่านเลยไปโดยผู้เกี่ยวข้องไม่ได้พิจารณาแนวทางป้องกัน ก็อาจเป็นการสร้างบรรทัดฐานใหม่ให้กฎหมู่อยู่เหนือกฎหมาย หรือเจตนารมณ์ของหลักศาสนา เหมือนที่เคยมีกลุ่มบุคคลใช้กำลังปราบปรามแรงงานข้ามชาติที่เห็นว่ากระทำผิด ความท้าทายที่สำคัญอีกประการ คือ หากมีคนต่างศาสนิกที่หมิ่นศาสนา จะสามารถใช้ปฏิบัติการเดียวกันเช่นนี้ได้หรือไม่ ซึ่งความท้าทายต่างๆนี้ท้ายที่สุด ความเกลียดชังที่เกิดขึ้น อาจก่อให้เกิดอาชญากรรมจากความเกลียดชัง (Hate Crime) หรือ #ความเกลียดกลัวอิสลาม (Islamophobia) ซึ่งความขัดแย้งทางศาสนาถือเป็นความอ่อนไหว และเปลาะบางที่สุด และเมื่อเกิดขึ้นแล้วก็ยากจะยุติ
https://themomentum.co/feature-lgbtqia-in-southern…/…
https://thematter.co/social/lynching-explained/88215"
ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก Angkhana Neelapaijit