โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“อุตสาหกรรมมา…แต่หางานไม่เจอ” : บทเรียน ‘จ้างงาน’ EEC ในวันที่ ‘แลนด์บริดจ์’ ยังขายฝันมีงานทำ ?

Thai PBS

อัพเดต 15 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 17 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Thai PBS

“ก็หวังว่าได้มีงานทำใกล้บ้าน ไม่ต้องห่างครอบครัว แต่ตอนนี้แรงงานในพื้นที่ไม่มีงานทำที่มั่นคง ต้องย้ายไปทำงานนอกพื้นที่ เพื่อความอยู่รอด”

ดูเหมือนความหวังจะพังลงในพริบตา สำหรับ วิศวกรไฟฟ้า ชาวชลบุรี วัย 42 ปี จากที่เคยตั้งเป้าชีวิตการได้มีงานทำที่บ้านเกิด ในพื้นที่อุตสาหกรรมอิสเทิร์นซีบอร์ด ช่วงปี 2561 ซึ่งรัฐบาลในเวลานั้น ผลักดันโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC

การเกิดขึ้นของอุตสาหกรรมใน EEC สำหรับแรงงานอย่างเขาแล้ว นี่ถือเป็นโอกาสการมีงานทำ มีรายได้ และมองไปถึงการเติบโตในสายงานอุตสาหกรรม โดยเฉพาะเมื่อทราบข่าวว่าการมาของ EEC จะทำให้เกิดการจ้างงานนับแสนอัตรา ก็ยิ่งทำให้เขาเชื่อมั่นถึงการมีชีวิตที่มั่นคงมากขึ้น

แต่บางครั้งสิ่งที่คิด กับความเป็นจริงอาจสวนทางกัน เพราะหลังจากได้เข้ามาทำงานในโรงงานอุตสาหกรรม ที่มีเจ้าของเป็นชาวต่างชาติ เขากลับเจอการเอารัดเอาเปรียบ หัวหน้างานระดับสูงกดขี่ ทำร้ายร่างกาย และไม่ให้เกียรติแรงงาน สุดท้ายจึงต้องลุกขึ้นสู้เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรม

“จุดที่ตัดสินใจสู้ เพราะเรามองว่าทุกคนมีความเท่าเทียม ไม่ควรถูกกดขี่ จึงเรียกร้องความเป็นธรรม ด้วยการร้องเรียนผู้บริหาร เพื่อหวังให้เกิดการเปลี่ยนแปลง และฟ้องร้องศาลแรงงาน นำหลักฐานไปยื่นเพื่อเอาผิด ซึ่งศาลก็ตัดสินลงโทษนายจ้าง แต่การชดเชยจากการชนะคดี ไม่มีเลย และการเอาเปรียบกดขี่ยิ่งหนักกว่าเดิม มีการประเมินด้วยการใช้ความรู้สึก ไม่ดูจากผลงาน”

อดีตแรงงานในอุตสาหกรรม EEC

นอกจากปัญหาที่เขาเจอ สิ่งที่เห็นได้ชัดเจนจากการทำงานตลอดช่วงที่ผ่านมา พบว่า แรงงานที่ทำงานด้วย มีทั้งจีน กัมพูชา เมียนมา ที่มาเยอะสุดคือ แรงงานจีน ที่แทบจะเข้ามาทำงานแทนคนไทย

“เราคาดหวังว่าแรงงานไทยในพื้นที่จะได้มีงานทำ ไม่ต้องอพยพไปทำงานไกลบ้าน แต่พอเอาเข้าจริง ๆ บริษัทต่างชาติที่เข้ามาลงทุน ต่างก็นำคนจากประเทศตัวเองมา ตั้งแต่ระดับใช้แรงงาน ระดับหัวหน้างาน ฝ่ายเทคนิค ฝ่ายบุคคล ฝ่ายบริหาร มีคนไทยแค่ 5-10% เท่านั้น”

อดีตแรงงานในอุตสาหกรรม EEC

เขา เองแม้จะอยู่ในระดับหัวหน้างาน แต่ไม่มีอำนาจตัดสินใจอะไร ต้องทำตามคำสั่ง และบรรยากาศไม่เอื้อต่อการทำงาน ใช้พฤติกรรมกดดันให้ทนไม่ได้ จนในที่สุดสภาพความกดดันในที่ทำงานก็ส่งผลให้เขาตัดสินใจลาออก ขณะที่เพื่อนร่วมงานอีกหลายคนยังต้องยอมอยู่ต่อไป เพราะไม่มีทางเลือก

ผ่านมากว่า 8 เดือนแล้วที่เขาลาออกจากงาน ปัจจุบันได้งานใหม่ใน จ.สมุทรปราการ ซึ่งก็ต้องแลกกับการต้องอยู่ห่างครอบครัว มีภาระค่าเช่าห้อง ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น

และแน่นอนว่าความหวังของการมีงานทำในอุตสาหกรรม EEC สำหรับเขาแล้ว กลายเป็นประสบการณ์สำคัญที่ช่วยย้ำเตือนว่าการพัฒนาอาจไม่ได้เป็นไปอย่างที่คาดหวังเสมอไป

“การพูดว่าจะจ้างงานขอให้มีการจ้างจริง ไม่ใช่นักลงทุนต่างชาติเข้ามาทำงานแทนคนไทย จนสุดท้ายคนไทยในพื้นที่ไม่มีงานให้ทำ ต้องอพยพย้ายถิ่น ผมต้องย้ายจากชลบุรี มาทำงานต่างจังหวัด ก็มีค่าใช้จ่ายเพิ่มมากขึ้นเพราะต้องเช่าห้องพักอยู่ คุณภาพชีวิตแย่กว่าเดิม เราเป็นเสาหลักของบ้าน ยังมีแม่ ภรรยา และลูก ต้องดูแล”

อดีตแรงงานในอุตสาหกรรม EEC

นั่นเป็นภาพสะท้อนจากชีวิตจริงของหนึ่งในแรงงานภาคตะวันออก ที่เคยมีภาพฝันการได้ทำงานที่มั่นคง จากการส่งเสริมและพัฒนาอุตสาหกรรมในพื้นที่ EEC จนในที่สุดไม่เป็นอย่างที่หวัง

ย้ำ 7 ปี EEC จ้างงานเติบโตขึ้นทุกปี!

แต่อีกด้านข้อมูลจาก EEC ก็กำลังชี้ให้เห็นคำตอบเรื่องการจ้างงานที่สวนทางกัน จุฬา สุขมานพ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก เปิดเผยกับ The Active ก่อนหน้านี้ ว่า วัตถุประสงค์ของการตั้ง EEC พยายามจะให้เกิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ดึงดูดนักลงทุนเข้ามา ซึ่งตั้งแต่ตั้ง EEC พบว่า วงเงินที่เกี่ยวกับการลงทุนเฉลี่ย 7 ปีที่ วัดจากมูลค่าการออกบัตร BOI อยู่ที่ประมาณ 1.8 ล้านล้านบาท

จุฬา สุขมานพ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC)

ขณะที่อัตราการจ้างงานในช่วง 7 ปีที่ผ่านมา ตัวเลขอยู่ที่ 173,291 คน โดยเฉลี่ยการเติบโตในเรื่องการจ้างงานของพื้นที่ EEC อยู่ที่ปีละประมาณ 5.5 %

แต่เมื่อถามว่า ข้อมูลแรงงานนี้ เป็นแรงงานในพื้นที่ หรือ แรงงานข้ามชาติ เลขาฯ EEC ยอมรับว่า การจ้างงานขึ้นอยู่กับความสามารถของแรงงานกับอุตสาหกรรมที่เข้ามา ขณะเดียวกันมีประชากรแฝงประมาณ 40%

“ก็แล้วแต่ความสามารถของแรงงานกับอุตสาหกรรมที่เข้ามา แต่หลัก ๆ ที่สังเกตจากการจ้างงานในเชิงประชากร ในพื้นที่ EEC พบประชากรแฝงประมาณ 40% ในกรณีที่เข้ามาทำงาน ถ้าในเชิงเปรียบเทียบกัน แรงงานส่วนใหญ่ ก็จำเป็นต้องอาศัยคนนอกพื้นที่ 3 จังหวัด EEC เข้ามาทำงาน ซึ่งเป็นเรื่องปกติในบ้านเรา แม้แต่ในกรุงเทพฯเอง แรงงานที่เข้ามาทำงานส่วนใหญ่ก็จะมาจากหลาย ๆ ท้องที่ ขึ้นอยู่กับว่าอุตสาหกรรมอะไรจะเหมาะสมกับทักษะต่ออุตสาหกรรมนั้น ๆ”

จุฬา สุขมานพ

ข้อสังเกต EEC งานมี แต่อาจไม่ใช่กับคนไทย ?

แต่อีกด้าน มนัส โกศล ประธานสภาองค์การลูกจ้างพัฒนาแรงงานแห่งประเทศไทย (สพท.) ก็ตั้งข้อสังเกตว่าตัวเลขการจ้างงาน ที่คนไทยจะได้รับประมาณ 2 แสนคน แต่กลับไม่ถูกจ้างตามที่ประชาสัมพันธ์ไว้ อาจเป็นไปได้ 2 ส่วน คือ

มนัส โกศล ประธานสภาองค์การลูกจ้างพัฒนาแรงงานแห่งประเทศไทย (สพท.)

นักลงทุนที่มาจากจีน มีการนำคนของตัวเองเข้ามา ซึ่งปัจจุบันไทยเปิดรับแรงงาน 4 สัญชาติเท่านั้น คือ เมียนมา, ลาว, กัมพูชา และเวียดนาม ส่วนจีนยังไม่มี แต่อาจจะเป็นการจ้างแรงงานทักษะตามสัดส่วนของ BOI ส่วน การย้ายสถานประกอบการไปอยู่ในพื้นที่ EEC เมื่อแรงงานไทยไม่ย้ายตาม เขาก็จะดึงคนจากประเทศเขามาทำงาน

ขณะที่รายงานจำนวนการจ้างงาน 170,000 คนนั้น อาจเป็นตัวเลขแรงงานเดิมในสถานประกอบการ เพราะจากการสอบถามไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก็ไม่ได้มีตัวเลขบันทึกไว้ ดังนั้นที่ภาครัฐต้องดำเนินการให้หน่วยงานทำงานเชิงรุก ตรวจสอบ โดยเฉพาะการเก็บข้อมูลการจ้างงาน

“EEC เท่าที่เราติดตามมา บอกว่าการจ้างงาน 200,000 คน ยังไม่เกิด ดังนั้นข่าวที่ลง หรือที่เลขาฯ EEC ให้สัมภาษณ์ บอกว่าตัวเลขการจ้างว่าเยอะมาก แต่ไม่รู้เท่าไหร่ รัฐบาลต้องให้หน่วยงานที่กำกับ ทำงานเชิงรุก อย่าทำเชิงรับ มีเรื่องแล้วค่อยตาม”

มนัส โกศล

เด็กจบใหม่ ยังไร้งาน

นอกจากนี้ จากการสำรวจในพื้นที่ พบว่า เด็กจบใหม่ ที่มีวุฒิการศึกษาระดับ ปวช. ปวส. ไม่สามารถมีงานทำในพื้นที่ได้ จึงมีข้อเสนอไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อย่าง อบจ. อบต. หรือ เทศบาล ที่เป็นผู้อนุญาตการก่อตั้งโรงงานในพื้นที่ สามารถออกข้อบัญญัติที่เป็นธรรมนูญกำหนดสำหรับผู้ประกอบการที่มาลงทุน ว่าต้องเปิดรับแรงงานคนในพื้นที่ก่อน เพื่อให้อัตราการจ้างงานคนไทยเป็นไปตามเป้า แต่ปัจจุบันข้อกำหนดแบบนี้ยังไม่เกิดขึ้น ทำให้มีแรงงานพลัดถิ่นไปตามจังหวัดอื่น ๆ ไกลบ้าน

จ้างงาน EEC แต่ถูกแทนที่ด้วยแรงงานต่างชาติ

สอดคล้องกับมุมมองและประสบการณ์ของ อภิสิทธิ์ เหล่าลุมพุก ผู้ประสานงานกลุ่มพัฒนาแรงงานสัมพันธ์ตะวันออก ที่เห็นความเป็นไปของแรงงานภาคตะวันออกมาตลอดที่ช่วงผ่านมา พบว่า ในช่วงแรกที่มี EEC เกิดขึ้น ยอมรับว่าการจ้างงานมีเยอะ แต่ต่อมาเริ่มลดจำนวนลง และถูกแทนที่ด้วยแรงงานต่างชาติ นี่เป็นคำถามที่รัฐบาลยังไม่มีคำตอบว่าเกิดอะไรขึ้น

ในขณะที่การเข้ามาของนักลงทุนต่างชาติ พบว่า ขาดกระบวนการคัดสรร หรือตรวจสอบว่ากลุ่มทุนเหล่านั้น มีความเข้าใจ เคารพในกฎหมายของไทยแค่ไหน จนกลายเป็นว่าการได้เข้ามาเปิดโรงงาน มีสภาพการทำงานที่ไม่เอื้อต่อแรงงาน สภาพการทำงานไม่ปลอดภัย ค่าแรงไม่เป็นธรรม ใครมีปัญหา ทนไม่ไหวก็ลาออก คนที่อยู่ก็ต้องทนสู้หาทางออก ดิ้นรนร้องเรียนหน่วยงานเพื่อคุ้มครองสิทธิด้วยตัวเอง และคนที่ลุกขึ้นมาสู้ มีปากมีเสียงเข้าไปร้องเรียนหน่วยงานเพื่อให้นายจ้างปรับปรุงสภาพการทำงาน ก็ถูกกดดันให้ทำงานต่อไม่ได้

อภิสิทธิ์ เหล่าลุมพุก ผู้ประสานงานกลุ่มพัฒนาแรงงานสัมพันธ์ตะวันออก

“แม้ยังไม่มีสถิติการจ้างงานที่ชัดเจน แต่การสังเกตตลอดเวลาที่ผ่านมา พบว่า ช่วงปี 2562-2564 สัดส่วนแรงงานไทยมีเยอะ แต่หลังจากเจอสถานการณ์โควิด-19 มีปัญหาไม่มีงานให้ทำ เป็นหนึ่งปัจจัยที่ทำให้คนงานถูกเลิกจ้าง แต่หลังสถานการณ์กลับมาสู่สภาวะปกติ การจ้างงานมากขึ้น แต่ภาพที่เห็นคือ ไม่ใช่พนักงานที่เป็นคนไทย รถบัสรับส่งพนักงงานของบริษัท 2 คันรถ ขับมาส่ง ลงรถมามีแต่คนจีน เราตกใจว่ามีแบบนี้ด้วยหรือ เพราะเราเข้าใจว่าในตำแหน่งเฉพาะ เขาอาจจะจ้างคนจีน หรือคนจากประเทศเขา แต่อันนี้เหมือนเป็นพนักงานสายผลิต”

อภิสิทธิ์ เหล่าลุมพุก

นอกจากนี้จากการประเมินความต้องการของแรงงาน พบว่า แรงงานที่เข้ามาจะมาจากบริษัทจัดหางาน ค่าจ้างที่จ่ายจะเป็นไปตามอัตราขั้นต่ำ เขาก็จะประหยัดได้ และแรงงานข้ามชาติ มีความตั้งใจทำงานเก็บเงิน จะพยายามหลีกเลี่ยงทุกอย่างที่จะทำให้เกิดปัญหาจนถูกเลิกจ้าง การต่อรองเรื่องสวัสดิการ เปลี่ยนแปลงสภาพการจ้าง หรือการรวมกลุ่มเพื่อตั้งสหภาพแรงงานก็จะไม่ทำ เมื่อมีปัญหาก็ไม่ออกมาเรียกร้อง

ทำไมสถิติจ้างงาน “คนไทย” ไม่ถูกนับ

อภิสิทธิ์ ยังมองว่า จากจุดเริ่มต้นของ EEC ไม่ได้มาจากกระบวนการมีส่วนร่วม มาจากแผนแม่บทยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี มีการระบุจำนวนเป้าหมายการจ้างงานต้องเพิ่มขึ้นเท่าไหร่ ในส่วนที่บอกว่าต้องเพิ่มผลิตภาพแรงงานไทย หมายถึงจำนวนของคนที่จะได้ทำงาน ต้องมีคนไทยได้ทำงาน พอนำมาประกาศใช้ในสภาพความเป็นจริง ไม่ใช่แบบนั้น พบทั้งแรงงานที่เข้ามาผิดกฎหมาย มีทั้งแรงงานจีน ปนกันไปหมด ไม่แปลกใจว่าสถิติที่รายงานจึงไม่จำแนกว่าไทยเท่าไหร่ ต่างชาติเท่าไหร่

“อีกภาพที่เห็นชัดของการเพิ่มขึ้นของแรงงานต่างชาติ คือ ชุมชนใกล้กับอุตสาหกรรม มีการก่อสร้างคอนโดมิเนียมรองรับกลุ่มแรงงานจีน มีร้านอาหารจีน ร้านค้าคนจีน ขึ้นภาษาจีนหมด สินค้าที่เอามาขายก็เป็นของจีน มาจากจีน ขณะเดียวกันการจับจ่ายสินค้าเหล่านั้นก็สามารถใช้เงินไทย เงินหยวนก็ได้ อย่างนิคมอมตะก็มีสถาบันการเงินจีน มีธุรกิจร้านค้าของชาวจีนอยู่จำนวนมาก เหมือนเป็นเขตปกครองพิเศษแยกออกมาต่างหาก”

อภิสิทธิ์ เหล่าลุมพุก

อภิสิทธิ์ ย้ำว่า ปัญหาไม่ใช่แค่เรื่องเศรษฐกิจ แต่ส่งผลกระทบต่อชุมชน เพราะ EEC ระบุให้สามารถนำครอบครัวเข้ามาอาศัยในพื้นที่ที่ทำงานได้ ซึ่งไม่แน่ใจว่า ผู้ที่เข้ามาแบบฟรีวีซ่า เป็นคนทั่วไปจริงหรือไม่ เขาจะมาทำอะไรที่เทา หรือผิดกฎหมายหรือไม่ เพราะไม่มีกลไก กระบวนการที่จะเข้าไปตรวจสอบเลย

EEC อาณาจักรฟรีโซน ไร้คนไทยในสมการ ?

ชำนัญ ศิริรักษ์ ทนายความ ที่เชี่ยวชาญด้านคดีสิ่งแวดล้อม และผลกระทบจากมลพิษอุตสาหกรรม ให้ข้อสังเกตไว้เช่นกัน โดยมองว่า EEC มีอุตสาหกรรมที่มาจากจีน มากกว่า ญี่ปุ่น ยุโรป และลักษณะของนักลงทุนจีนจะเข้ามาเป็นกลุ่ม แล้วกว้านซื้อที่ดินจำนวนมาก ทำเป็นย่านของตนเอง จะใช้แรงงานที่ได้รับการผ่อนปรนตามกฎหมายเรื่องลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษ ใช้แรงงานจากประเทศจีนเข้ามาทำงาน ในฐานะผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งมีกฎหมายยกเว้นอยู่ และมีการจ้างแรงงานข้ามชาติจากประเทศข้างเคียง ที่ไม่ใช่คนไทย ทำให้ไม่สอดคล้องในเรื่องการพัฒนาการจ้างแรงงานในประเทศไทย

ชำนัญ ศิริรักษ์ ทนายความด้านคดีสิ่งแวดล้อม และผลกระทบจากมลพิษอุตสาหกรรม

สิ่งที่เห็นมากสุดในเขต EEC คือ ทุนจีนที่เป็นฟรีโซนมีเยอะมาก บางพื้นที่จะมีร้านค้า สถานบันเทิง เป็นคนจีนมาลงทุนทั้งหมด แรงงานจีนที่เข้ามาทำงานก็ไม่ได้มาใช้จ่ายกับคนไทย ไม่ได้ทำให้ชุมชนพัฒนาขึ้น กลายเป็นว่าทรัพยากรหรือฐานทรัพยากรที่มีถูกใช้ไปกับนักลงทุน

“แม้กระทั่งตลาดนัดยังไม่มีแรงงานกลุ่มนี้มาซื้อ เขามีย่านช็อปปิ้งที่เป็นของเขาเอง มีการนำเข้าสินค้าไปขายไม่มีการรั่วไหลออกมา มีการทำหอพัก มีทุกอย่างอยู่ในนั้น คนงานไม่ได้ออกมาทำกิจกรรมภายนอกเลย เงินไม่ได้ถูกนำออกมาใช้ เงินค่าจ้างที่ได้ไม่ได้จ่ายผ่านระบบของไทย ไม่ได้ทำให้เศรษฐกิจเราเติบโตจากการเข้ามาของทุนกลุ่มนี้สักเท่าไหร่”

ชำนัญ ศิริรักษ์

ภาพสะท้อนจากพื้นที่พัฒนาเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรือ EEC โดยเฉพาะใน มิติการจ้างงาน กำลังกลายเป็นหนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ทำให้หลายฝ่ายจับตาความพยายามผลักดันSEC–แลนด์บริดจ์ ด้วยความกังวล เพราะสำหรับผู้ที่ไม่เห็นด้วย ร่างกฎหมาย SEC มีหลายมิติที่ถูกมองว่าแทบไม่ต่างจาก พ.ร.บ. EEC ที่เคยถูกขายฝันด้วยคำว่า “การลงทุน” “การจ้างงาน” และ “การพัฒนา”

คำถามจึงไม่ใช่เพียงว่า SEC จะเดินหน้าได้หรือไม่ ?…

แต่รัฐบาลได้เรียนรู้บทเรียนของ EEC มากพอแล้วหรือยัง ? เพื่อไม่ให้ภาคใต้ ต้องเดินซ้ำรอยเส้นทางเดิม ที่เม็ดเงินลงทุนเดินหน้า แต่โอกาสของคนในพื้นที่อาจไม่เคยมีอยู่จริง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

ล่าสุดจาก Thai PBS

อียูคว่ำบาตรผู้ตั้งถิ่นฐานชาวอิสราเอล หลังเหตุรุนแรงในเขตเวสต์แบงก์ต่อชาวปาเลสไตน์เพิ่มสูงขึ้น

36 นาทีที่แล้ว

โรงเรียนเปิดเทอม ค้าขายเริ่มกลับมาคึกคัก

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

สภาฯฟิลิปปินส์ลงมติถอดถอน "ซารา ดูเตอร์เต" รอง ปธน. เป็นครั้งที่ 2

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ปิดภารกิจ 2 วันอพยพจากเรือสำราญ ชาวฝรั่งเศส-อเมริกันติดไวรัสฮันตาเพิ่ม

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วิดีโอแนะนำ

ข่าว ธุรกิจ-เศรษฐกิจ อื่น ๆ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...