โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที

พายุสุริยะมีโอกาสทำลายอินเทอร์เน็ตโลกได้จริงหรือ

BT Beartai

อัพเดต 23 ก.ค. 2566 เวลา 11.19 น. • เผยแพร่ 23 ก.ค. 2566 เวลา 04.13 น.
พายุสุริยะมีโอกาสทำลายอินเทอร์เน็ตโลกได้จริงหรือ

หลายคนเคยได้ยินกันมาบ้างว่าดวงอาทิตย์สามารถส่งผลกระทบต่อโลกในแง่มุมต่าง ๆ ได้มากมาย โดยเฉพาะระบบอิเล็กทรอนิกส์ ไปจนถึงความกังวลที่ว่าอาจสร้างความเสียหายอย่างร้ายแรงต่ออินเทอร์เน็ตได้

แต่เคยสงสัยกันบ้างไหมว่ามันสัมพันธ์กันอย่างไร จะรุนแรงขึ้นขนาดนั้นจริงไหม แล้วปัจจุบันมีการเตรียมรับมืออย่างไรบ้าง

อะไรคือพายุสุริยะ

องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติของสหรัฐอเมริกา (NASA) ให้ความหมายพายุสุริยะว่าคือความเคลื่อนไหวบนดวงอาทิตย์ซึ่งมีสาเหตุมาจากสนามแม่เหล็ก นำไปสู่การปล่อยรังสีแม่เหล็กไฟฟ้าและพลาสมาออกไปภายนอก ส่งผลกระทบต่อสนามแม่เหล็กของดวงดาวในระบบสุริยะ

ภาพการเกิด CME (ที่มา NASA/SOHO)
ภาพการเกิด CME (ที่มา NASA/SOHO)

พายุสุริยะมี 4 รูปแบบหลัก ๆ ได้แก่ เปลวสุริยะ (Solar Flare) ลมสุริยะความเร็วสูง (High-Speed Solar
Wind) อนุภาคพลังงานสูงจากดวงอาทิตย์ (Geomagnetic Storm) และการปลดปล่อยก้อนมวลสารจากโคโรนา (CME)

นักวิทยาศาสตร์ประเมินว่าเมื่อความเคลื่อนไหวของดวงอาทิตย์เข้าสู่จุดสูงสุด จะนำไปสู่การเกิดพายุสุริยะขนาดใหญ่

เหตุการณ์คาร์ริงตัน

ความน่ากลัวของพายุสุริยะคือการที่มันเกิดขึ้นเร็วมากจนยากต่อการประเมินล่วงหน้าได้นาน ๆ

พายุสุริยะปล่อยคลื่นรังสีแม่เหล็กไฟฟ้าที่ก่อให้เกิดพายุแม่เหล็กในชั้นบรรยากาศของโลก ซึ่งพายุแม่เหล็กนี่แหละที่จะไปป่วนระบบไฟฟ้า คลื่นวิทยุ ดาวเทียม ไปจนถึงภารกิจนอกโลกขององค์กรอวกาศนานาชาติ และยังทำให้ปรากฎการณ์แสงเหนือเกิดขึ้นในภูมิภาคของโลกที่ปกติจะไม่เกิด

พายุสุริยะที่รุนแรงที่สุดที่เคยเกิดขึ้นมาคือเหตุการณ์คาร์ริงตัน ที่เกิดขึ้นในปี 1859 หรือเมื่อ 164 ปีมาแล้ว

ในเวลานั้น มีแสงสว่างวาบออกมาจากดวงอาทิตย์จนมีรายงานว่าคนในยุคนั้นสามารถอ่านหนังสือได้แม้ในเวลากลางคืนที่ไม่มีแสงไฟ หลังจากนั้นไม่นาน สายสัญญาณโทรเลขมีประกายไฟพุ่งออกมา และแสงเหนือเกิดขึ้นในที่ที่ไม่เคยเกิดมาก่อนอย่างจาเมกา ทั้งหมดนี้เกิดจากพายุแม่เหล็กโลกที่รุนแรง

ฮิว ฮัดสัน (Hugh Hudson) ผู้เชี่ยวชาญด้านฟิสิกส์ดาราศาสตร์เผยในปีว่าประมาณการว่าพลังงานที่ดวงอาทิตย์ปลดปล่อยออกมาในเหตุการณ์ครั้งนั้นเทียบได้กับระเบิดนิวเคลียร์ชนิด 1 เมกะตัน 10,000 ล้านลูก

แต่ผลกระทบต่ออินเทอร์เน็ตในโลกยังไม่มีหลักฐานที่แน่ชัดว่าจะรุนแรงหรือไม่ แล้วถ้ารุนแรง จะรุนแรงแค่ไหน

รุนแรงถึงขั้นทำอินเทอร์เน็ตพัง?

ความกังวลสำคัญคือพายุแม่เหล็กโลกที่เกิดจากพายุสุริยะนั้น อาจส่งผลต่อระบบอินเทอร์เน็ตจนล่มไปหมดใช้งานไม่ได้ เพราะเคยมีกรณีที่ดาวเทียม Starlink 40 ดวงถูกพายุสุริยะจนเสียหาย

งานศึกษาเมื่อปี 2021 ในชื่อ Solar Superstorms: Planning for an Internet Apocalypse ของผู้เชี่ยวชาญด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์แห่งมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เออร์วิน เตือนให้ระวังพายุสุริยะในอนาคตที่อาจสร้างความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อสายอินเทอร์เน็ต โดยเฉพาะสายที่อยู่ใต้น้ำ

อย่างไรก็ดี เจ้าของงานชิ้นนี้ออกมาให้สัมภาษณ์กับสื่อว่าคำว่า ‘วิบัติทางอินเทอร์เน็ต’ (Internet Apocalypse) ที่ใช้ในงานของตัวเองเป็นสิ่งที่เกินเลยไป ในความเป็นจริงไม่น่าจะเกิดเหตุการณ์ถึงขั้นนั้น

แมทิว โอเวนส์ (ที่มา University of Reading)
แมทิว โอเวนส์ (ที่มา University of Reading)

แมทิว โอเวนส์ (Mathew Owens) นักฟิสิกส์ดวงอาทิตย์จากมหาวิทยาลัยเรดดิง ชี้ว่าความเป็นไปได้ที่พายุสุริยะจะกระทบต่ออินเทอร์เน็ตก็คือพายุสุริยะขนาดใหญ่ยักษ์อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน และจะต้องไปกระทบโดยตรงกับสายอินเทอร์เน็ตขนาดใหญ่ที่วางอยู่บนบกและใต้น้ำด้วย

องค์การบริหารมหาสมุทรและชั้นบรรยากาศแห่งชาติของสหรัฐฯ (NOAA) เคยออกมาประเมินว่าความเคลื่อนไหวบนดวงอาทิตย์จะทวีความรุนแรงสูงขึ้นในเดือนกรกฎาคมของปี 2025 แต่ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าจะส่งผลต่อโลกอย่างไรบ้าง

ไม่น่าห่วงขนาดนั้น

อย่างไรก็ดี ปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานว่าการเกิดพายุสุริยะครั้งใหญ่ ๆ จะเกิดความหายนะต่อระบบอินเทอร์เน็ตของโลก หรือระบบการสื่อสารสมัยใหม่

เปลวสุริยะเกิดขึ้นบ่อยก็จริง แต่ส่วนใหญ่เป็นในระดับต่ำอย่าง A และ B ซึ่งไม่ส่งผลใด ๆ ต่อโลกมากนัก แม้แต่ระดับที่สูงขึ้นมาอย่างระดับ C และ X ซึ่งเป็นระดับสูงสุดก็ไม่ได้น่ากลัวขนาดนั้น

ชอน เอลวิดจ์ (Sean Elvidge) หัวหน้าวิจัยสภาพแวดล้อมอวกาศแห่งมหาวิทยาลัยเบอร์มิงแฮมไม่คิดว่าดวงอาทิตย์จะส่งผลกระทบอะไรต่อเครื่องใช้ไฟฟ้าหรือระบบสื่อสารในชีวิตประจำวันได้มากนัก ยิ่งระบบอินเทอร์เน็ตยิ่งแล้วใหญ่

ขณะที่ ศาสตราจารย์ สจวร์ต เบล (Stuart Bale) ผู้เชี่ยวชาญสาขาฟิสิกส์แห่งมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ และนักวิจัยหลักของ NASA ชี้ว่าการการเปลี่ยนแปลงในชั้นบรรยากาศของดวงอาทิตย์เกิดขึ้นช้ามาก

NASA เองก็เคยออกมาบอกว่าแม้แต่เปลวสุริยะในระดับที่ร้ายแรงที่สุดก็ไม่สามารถจะทำลายโลกได้แน่นอน

แต่ก็ไม่ได้แปลว่าจะนิ่งนอนใจได้

เหล่าองค์กรระดับโลก ทั้ง NASA องค์การมหาสมุทรและชั้นบรรยากาศ (NOAA) และสำนักงานภูมิอากาศทหารอากาศ (AFWA) ของสหรัฐฯ ก็เฝ้าติดตามปรากฎการณ์บนดวงอาทิตย์ และแจ้งเตือนไปยังภาคส่วนเทคโนโลยีให้เตรียมการป้องกันมาโดยตลอด

เส้นทางการโคจรรอบดวงอาทิตย์ของ Parker Solar Probe ในครั้งที่ 16 (ที่มา NASA)
เส้นทางการโคจรรอบดวงอาทิตย์ของ Parker Solar Probe ในครั้งที่ 16 (ที่มา NASA)

เครื่องมือสำคัญคือยาน Parker Solar Probe ซึ่ง NASA ปล่อยตัวในปี 2018 มีหน้าที่ในการสำรวจดวงอาทิตย์และวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างโลกและดวงอาทิตย์

นอกจาก Parker Solar Probe แล้วยังมียาน Solar Orbiter และ BepiColombo ขององค์การอวกาศยุโรป (ESA) และยาน STEREO-A ของ NASA ซึ่งเฝ้าสังเกตดวงอาทิตย์ในระยะห่างที่แตกต่างกันไป

พยากรณ์ดวงอาทิตย์

วิชาล อูเพนแดรน (Vishal Upendran) ผู้ช่วยวิจัยจากห้องทดลองแสงอาทิตย์และฟิสิกส์ดาราศาสตร์ในแคลิฟอร์เนีย ของ Lockheed Martin ได้พัฒนาโมเดล AI ที่ใช้ข้อมูลดาวเทียมเกี่ยวกับลมสุริยะในการพยากรณ์การเกิดลมสุริยะล่วงหน้าเป็นเวลา 30 นาที

ภาพจำลองยาน Solar Orbiter (ที่มา ESA)
ภาพจำลองยาน Solar Orbiter (ที่มา ESA)

ซึ่งจะช่วยให้ผู้ดูแลระบบส่งไฟฟ้าและสื่อสารปิดระบบชั่วคราว หรือผู้ควบคุมดาวเทียมสามารถย้ายที่ขณะเกิดพายุสุริยะเพื่อลดความเสียหายได้

เบลยังบอกด้วยว่าหากมนุษย์เข้าใจ ‘การเชื่อมต่อใหม่ของสนามแม่เหล็ก’ (magnetic reconnection) ซึ่งเป็นปรากฎการณ์ในสนามแม่เหล็กของดวงอาทิตย์ที่ส่งผลต่อลมสุริยะมากเท่าไหร่ มนุษย์ก็สามารถพยากรณ์เหตุการณ์ต่าง ๆ ได้มากขึ้นเท่านั้น

โดยสรุปแล้ว โอกาสที่พายุสุริยะจะทำลายระบบการสื่อสารของโลกโดยเฉพาะอินเทอร์เน็ตเป็นไปได้น้อยมาก แต่นักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกก็ไม่ยอมให้โอกาสน้อยนิดนั้นเกิดขึ้นเป็นจริงได้

ด้วยการเตรียมความพร้อมโดยใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่เพื่อเอาชนะให้ได้แม้กระทั่งดวงอาทิตย์!

ที่มา Space (1) Space (2) Parker Solar Probe (nasa.gov), The Washington Post, NASA, Scimath, BBC ไทย, Massachusetts Institute of Technology, NASA, Scientific American, Live Science, CBS News

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...