โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เอกชนญี่ปุ่นขอคลังทบทวนกฎเกณฑ์นำเข้าชิ้นส่วนรถ หวังผลิตเพิ่มดันส่งออก

BTimes

อัพเดต 03 ก.ค. 2566 เวลา 12.07 น. • เผยแพร่ 03 ก.ค. 2566 เวลา 05.07 น. • BTimes.Biz

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผย นักลงทุนจากญี่ปุ่นต้องการให้ประเทศไทยเร่งรัดกระบวนการนำเข้าชิ้นส่วนในอุตสาหกรรมรถยนต์ เพื่อสามารถผลิตและส่งออกตามคำสั่งซื้อได้ รวมถึงการผลิตรถยนต์เพื่อขายในประเทศ ซึ่งตลาดรถยนต์ในประเทศไทยมีมูลค่าสูงกว่าต่างประเทศ สาเหตุจากผู้บริโภคคนไทยมักจะมีพฤติกรรมการซื้อรถยนต์รุ่นที่มีสเป็กสูงสุด ซึ่งเป็นรุ่นที่ต้องใช้ชิ้นส่วนมากกว่ารุ่นธรรมดา

นักลงทุนญี่ปุ่นต้องการให้รัฐบาลไทยปรับปรุง คือ การระบุรหัสสินค้าในการนำเข้าและส่งออกให้ตรงกันที่เป็นสากล แต่อาจมีบางกรณีที่ผู้นำเข้าเห็นว่าสินค้าชิ้นนี้อยู่ในรหัสนี้ แต่เจ้าหน้าที่ศุลกากรไทยระบุเป็นอีกรหัสหนึ่ง การกำหนดรหัสที่ต่างกันทำให้เสียภาษีนำเข้าแตกต่างกัน ดังนั้น ควรมีเวทีหารือเพื่อให้เกิดความเข้าใจร่วมกัน แก้ปัญหาการตีความทำให้เกิดความล่าช้าในขั้นตอนพิธีการศุลกากร

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ความต้องการของนักลงทุนญี่ปุ่นมีขึ้นเมื่อช่วงกลางเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา หลังจากคณะนักลงทุนจากประเทศญี่ปุ่นได้ประชุมหารือกับหน่วยงานของกระทรวงการคลังเกี่ยวกับการอำนวยความสะดวกด้านศุลกากร โดยเฉพาะขั้นตอนการนำเข้าและส่งออกให้มีความสะดวกรวดเร็วขึ้นกว่าเดิม โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมรถยนต์ที่มีฐานการผลิตในประเทศไทยส่งไปขายทั่วโลกนั้น

ทั้งนี้ ปัญหาในการขาดแคลนชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์บางตัวที่ใช้ประกอบรถยนต์ ส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่การผลิตในอุตสาหกรรมรถยนต์ทั่วโลกมาเป็นนาน กระทบต่อผู้ซื้อรถยนต์คันใหม่ หากกระบวนการศุลกากรสามารถปรับปรุง หรือทบทวนใก้มีความรวดเร็วขึ้น จะเป็นการแก้ไขปัญหาไม่ให้ห่วงโซ่การผลิตในอุตสาหกรรมรถยนต์สะดุดเหมือนอย่างที่เคยเกิดขึ้นมา

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...