โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

องค์กรส่งเสริมการแข่งขันฯ ชี้แผน PDP ใหม่กระทบค่าไฟแพง

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 05 ก.ย 2567 เวลา 05.16 น. • เผยแพร่ 04 ก.ย 2567 เวลา 14.57 น.

องค์กรส่งเสริมการแข่งขันที่เป็นธรรมและต่อต้านการผูกขาด ระดมนักวิชาการอิสระ-ภาคเอกชน จัดเสวนา “สาเหตุไฟฟ้าแพง ประชาชนเดือดร้อนเพราะใคร ?” ชี้แผน PDP 2024 ฉบับใหม่ วางแผนระบบพลังงานพลาดกระทบค่าไฟเพิ่ม ด้านสภาผู้บริโภคแนะรัฐปรับแผนใหม่ -หยุดสร้างโรงไฟฟ้าฯเพิ่ม

วันที่ 4 กันยายน 2567 ผศ.ดร.นิสิต อินทมาโน เลขาธิการองค์กรส่งเสริม การแข่งขันที่เป็นธรรมและต่อต้านการผูกขาด กล่าวว่า องค์กรส่งเสริมการแข่งขันที่เป็นธรรมและต่อต้านการผูกขาดจัดเสวนา สาเหตุไฟฟ้าแพง ประชาชนเดือดร้อนเพราะใคร ? โดยมีนักวิชาการอิสระชื่อดัง นักกฎหมาย และผู้แทนมูลนิธิผู้บริโภคเข้าร่วมเสวนา

โดย ดร.เดชรัต สุขกำเนิด ตัวแทนพรรคประชาชน กล่าวว่า ค่าไฟฟ้าที่แพงเกิดจากการวางแผนระบบพลังงานที่ผิดพลาดและการทำสัญญาผูกมัด ทำให้ภาระตกมาอยู่ที่ภาคประชาชน ซึ่งแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า (Power Development Plan) ฉบับใหม่ หรือ PDP 2024 ส่งผลให้ค่าไฟแพงกว่าราคาที่ควรจะเป็น ถึง 60 สตางค์ต่อหน่วย

หากสามารถตัด over capacity ก็จะทำให้ค่าไฟลดลงได้ประมาณ 0.50 สตางค์ต่อหน่วย และหากมีการทบทวนการจัดหาก๊าซธรรมชาติและซื้อจากประเทศลาวเพิ่มเติมจะทำให้ค่าไฟลดลงได้ประมาณ 0.08 สตางค์ต่อหน่วย

สำหรับปัญหาหลักที่จะทำให้ค่าไฟฟ้าแพงขึ้น ได้แก่

1. ปัญหาโรงไฟฟ้าเยอะเกินความจำเป็น ส่งผลให้ค่าไฟแพงขึ้น 50 สตางค์ต่อหน่วย

การคาดการณ์ความต้องการใช้ไฟฟ้าที่สูงกว่าความเป็นจริง : จากสถิติอัตราการเพิ่มขึ้นของความต้องการใช้ไฟฟ้าลดลงแต่การคาดการณ์ปริมาณการใช้ไฟฟ้าในแต่ละแผนกลับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งร่างแผน PDP 2024 ได้ประเมินความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงเกินกว่า 99,000 Gwh หรือ 43% และปัจจุบันประเทศไทยมีโรงไฟฟ้าล้นเกินกว่า 50%

การตั้งเกณฑ์โรงไฟฟ้าสำรองที่สูงเกินจริง : การปรับดัชนีการเกิดไฟฟ้าดับ (LOLE) จาก 1.0 วันต่อปี เหลือ 0.7 วันต่อปี ส่งผลให้ประเทศต้องมีโรงไฟฟ้าสำรองเพิ่มมากขึ้นอีก 7,000 Mh

การทำแผนที่ไม่ครอบคลุม โดยไม่ได้รวม Direct PPA ในแผน : รัฐบาลเปิดเงื่อนไขให้มีการซื้อขายไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนในรูปแบบการทำสัญญาซื้อขายพลังงานไฟฟ้าได้โดยตรง หรือ Direct PPA 2,000 Mh เอกชนสามารถซื้อโดยตรงได้ การไฟฟ้าไม่จำเป็นจะต้องสร้างโรงไฟฟ้าในส่วนนี้

นอกจากนี้ ประเทศไทยได้ประกาศเป้าหมายในการเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ในปี 2050 ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2065 และ มีพลังงานหมุนเวียน 68% ปี 2040

หากเดินหน้าตามแผน PDP จะทำให้ไทย มีพลังงานหมุนเวียน 51% ในปี 2037 เนื่องจากตามแผน มีการสร้างโรงไฟฟ้าก๊าซเพิ่มอีก 8 โรง

ประกอบกับต้นทุนที่แท้จริงของโรงไฟฟ้าก๊าซหากมีการใช้เทคโนโลยีกักเก็บคาร์บอนจะสูงถึง 5 บาท ทำให้จะต้องเร่งเพิ่มจำนวนอีก 17% ให้บรรลุเป้าในปี 2040 ดังนั้นแผน PDP 2024 ไม่สามารทำให้ประเทศไทยบรรลุเป้าหมายดังกล่าวได้

2. ปัญหาการเพิ่มขึ้นของโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติเป็นข้ออ้างที่ต้องสร้าง LNG terminal เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ค่าไฟแพงขึ้น 5 สตางค์ต่อหน่วย

3. ปัญหาไม่ต่อสัญญาเขื่อนเก่าที่ถูก แต่สร้างเขื่อนใหม่ที่แพง ส่งผลให้ค่าไฟแพงขึ้น 3 สตางค์ต่อหน่วย ซึ่งแผน PDP 2024 มีสมมุติฐานว่าจะไม่ต่อสัญญาซื้อไฟฟ้าจากเขื่อนในลาวจำนวน 4 เขื่อน กำลังการผลิตติดตั้งรวม 1,269 MW เสียค่าไฟอยู่ที่ 1.78 บาทต่อหน่วย โดยต่อสัญญากับเขื่อนที่สร้างใหม่ กำลังการผลิตติดตั้งรวม 3,500 MW เสียค่าไฟอยู่ที่ 2.80 บาทต่อหน่วย

ด้าน รศ.ดร.ชาลี เจริญลาภนพรัตน์ ตัวแทนสภาองค์กรของผู้บริโภค กล่าวว่า ปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อค่าไฟฟ้า ประกอบด้วย

1. การผลิตไฟฟ้า (G : Generation) ประกอบไปด้วยต้นทุนค่าก่อสร้างและเดินเครื่องผลิตไฟฟ้า, ค่าเชื้อเพลิง เช่น LNG ที่มีความผันผวนด้านราคา
2. ระบบส่งไฟฟ้า (T : Transportation) มีต้นทุนการพัฒนาสายส่ง และค่าความสูญเสียในสายส่ง จากลาวมาไทย ทำให้สายส่งมีค่าความสูญเสียประมาณ 5-10%
3. ระบบจำหน่ายไฟฟ้า (D : Distribution) ต้นทุนสถานีไฟฟ้าและสายส่งของ การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.)

นอกจากนี้ การพึ่งพาก๊าซธรรมชาติในสัดส่วนที่สูง แต่ก๊าซธรรมชาติในประเทศมีเพียง 55% จากสัดส่วนที่ใช้ในการผลิตไฟฟ้าซึ่งไม่เพียงพอ

หากในอนาคตประเทศไทยมีความต้องการใช้มากขึ้นเรื่อย ๆ ก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยจะเหลือเพียง 36% เท่านั้น จนต้องนำเข้า LNG จากต่างประเทศมากขึ้นด้วย

แต่ LNG มีความเสี่ยงด้านความผันผวนของราคาตามตลาดโลก, มีความเสี่ยงต่อการหยุดเดินโรงไฟฟ้า กรณี ราคาก๊าซสูงจนไม่สามารถแข่งขันได้ และมีต้นทุนจากการพัฒนาท่าเรือ LNG (T3) ที่ไม่จำเป็นต้องสร้างถูกผลักเข้ามาในค่าไฟในอนาคต

ทั้งนี้ ตัวแทนสภาองค์กรของผู้บริโภคได้เสนอแผนระยะสั้นในการลดค่าไฟฟ้า ประกอบด้วย

1. รัฐส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าโซลาร์บนหลังคาแบบ Net Metering สำหรับภาคครัวเรือนและธุรกิจ SMEs, แบบ Net Billing สำหรับภาคอุตสาหกรรม และธุรกิจขนาดใหญ่

2. ปรับโครงสร้างราคาก๊าซธรรมชาติ (Pool Gas) ใหม่ โดยให้กลุ่มปิโตรเคมีต้องซื้อ LPG ที่แยกจากก๊าซอ่าวไทย ในราคาใกล้เคียงราคาตลาดโลก

3. เจรจาแก้ไขสัญญารับซื้อไฟฟ้า (PPA) เพื่อปรับราคารับซื้อไฟฟ้าใหม่ จากกลุ่มต่าง ๆ ทั้งส่วนค่าพร้อมจ่าย ค่า Adder และอัตรา FiT) เปิดระบบซื้อขายไฟฟ้าระหว่างเอกชน (TPA) ให้สามารถซื้อขายพลังงานหมุนเวียนผ่านสายส่งรัฐ ได้อย่างเสรี-เต็มศักยภาพระบบสายส่ง

ด้านแผนระยะยาว ภาครัฐบาลควรปรับกระบวนการวางแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าใหม่ให้สอดคล้องกับแนวโน้มใหม่ และลดการพึ่งพาฟอสซิลด้วยการหยุดสร้างโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติใหม่

ตลอดจนลดการผูกขาด สร้างช่องทางการผลิตและขายไฟฟ้า จากพลังงานหมุนเวียนในประเทศ (Energy Transition) ลดอุปสรรคการผลิตไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์บนหลังคา ขณะที่ผู้บริโภค/ภาคธุรกิจ ควรหันมาพึ่งพาตนเองให้เต็มที่ โดยการประหยัดพลังงาน ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและผลิตไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์บนหลังคา

ขณะที่นายรณกาจ ชินสำราญ ตัวแทนนักธุรกิจที่ผลักดันเรื่องการแข่งขันอย่างเท่าเทียมและนักวิชาการด้านไฟฟ้า กล่าวว่า ต้นทุนด้านพลังงานที่แพงขึ้นส่งผลกระทบให้ค่าครองชีพของประชาชนพุ่งสูงมากขึ้น โดยขึ้นอยู่กับการกำหนดโครงสร้างราคาค่าไฟ แต่รัฐบาลกลับใช้วิธีการตรึงราคาค่าไฟ ถือเป็นการกดเพดานราคาค่าไฟให้ต่ำลงมา ส่งผลให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) แบกรับหนี้มากขึ้นจากประมาณ 40,000 ล้านบาท ปัจจุบันอยู่ที่ 110,000 ล้านบาท

อีกทั้ง จำนวนการผลิตไฟฟ้าของภาคเอกชนกลับไปกระจุกตัวอยู่กับผู้เล่นน้อยราย โดยกำลังการผลิตทั้งหมดประมาณ 50,000 เมกะวัตต์ ปัจจุบันอยู่ที่ IPP (ผู้ผลิตไฟฟ้ารายใหญ่) ประมาณ 34% และกฟผ. อีก 30%

ขณะที่ปัจจุบันมีการย้ายฐานการผลิตไปยังออกจากประเทศไทยไปยังประเทศเพื่อนบ้านมากขึ้น แนานอนว่ากระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนเช่นกัน อย่างไรก็ตาม รัฐบาลจำเป็นต้องพึ่งพาพลังงานสะอาดที่มีต้นทุนการผลิตไม่ผันผวนให้มากขึ้นด้วย

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : องค์กรส่งเสริมการแข่งขันฯ ชี้แผน PDP ใหม่กระทบค่าไฟแพง

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...