โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

จ่อฟัน! ตร.นําขบวน นทท.จีน

INN News

เผยแพร่ 23 ม.ค. 2566 เวลา 10.11 น. • INN News

จ่อฟัน ตร.ใช้รถส่วนตัวติดไซเรนนำขบวน นทท.จีน รอสอบสาวแฉคลิปปัดโยง รมต.

พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยความคืบหน้ากรณีคลิปตำรวจไทยขับรถนำขบวนนักท่องเที่ยวจีนว่า การตรวจสอบคลิปที่ปรากฏใน 2-3 วันที่ผ่านมาในส่วนของตำรวจท่องเที่ยวพบดาบตำรวจเกี่ยวข้องเพิ่มอีก1คน รวมตำรวจท่องเที่ยวเกี่ยวข้อง 2 นายและตำรวจจราจร 2 นาย รวมมีตำรวจกระทำผิด 4 นาย ซึ่งดาบตำรวจคนล่าสุดเป็นคนประสานงานกับผู้ชายคนหนึ่งที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับรถเช่า รถนำเที่ยวและรู้จักกับกลุ่ม 2 แม่ลูกนักท่องเที่ยวชาวจีนที่เดินทางมายังประเทศไทย จึงได้มีการติดต่อให้ ร.ต.อ.สมพล ตำแหน่ง รองสารวัตร กองกำกับการ 3 (รับผิดชอบสนามบินสุวรรณภูมิ) สังกัดกองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว 1

เป็นผู้รับหน้าที่ดูแลนักท่องเที่ยวดังกล่าวเอง ซึ่งทางกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ได้เรียกเข้าประจำ ศปก. แล้วและได้ตั้งกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงไว้แล้วด้วย ในส่วนตำรวจ 2 นาย ที่สังกัดบก.จร. ทางกองบัญชาการตำรวจนครบาลได้เตรียมแจ้งข้อกล่าวหาเรื่องพ.ร.บ.จราจรทางบก และพ.ร.บ.เครื่องหมายราชการในเรื่องการนำไซเรนและเครื่องหมายราชการมาติดที่รถ

ซึ่งทางตำรวจภูธรภาค 1 จะดำเนินการในส่วนที่จะเป็นพยานหลักฐานที่เกิดขึ้นในคลิปวันนั้น ทางจเรตำรวจเตรียมสรุปเบื้องต้นเพื่อตั้งกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงที่จะลงโทษทางวินัยและทางอาญาได้ต่อไป

โฆษก ตร. กล่าวว่าเจ้าหน้าที่ได้เชิญชายคนไทยเข้ามาให้ข้อมูล เบื้องต้นจากการสอบปากคำพบว่าไปรู้จักกันที่งานๆ หนึ่งช่วงเดือนพฤศจิกายน โดยได้รู้จักกับทางรถนำขบวนของตำรวจ จึงมีการแลกเบอร์กันไว้ เมื่อมีงานจึงมีการติดต่อมา ส่วนประเด็นเรื่องการรู้จักชาวจีน จะต้องเชิญเข้ามาให้ถ้อยคำหรือเชิญมาสอบถามเรื่องราวว่าเป็นอย่างไรบ้าง ทั้งนี้กรณีเงินที่ปรากฏในคลิป 200 บาทแจ้งว่าเป็นเงินค่าทางด่วนแต่เรื่องเงิน 7,000 บาทขอดูรายละเอียดเรื่องการให้ปากคำอีกครั้งหนึ่ง

ส่วนกระแสข่าวที่ระบุว่าเป็นตำรวจที่ขับรถนำรัฐมนตรีนั้น ยืนยันว่าไม่เกี่ยวกับตัวรัฐมนตรีแต่อย่างใด ซึ่งคงต้องสอบประเด็นให้ครบทุกมิติ ในเรื่องของตำรวจจะต้องไปพิจารณาว่าผู้บังคับบัญชาให้ไปปฏิบัติหน้าที่อะไร ในวันนั้นเข้าเวรหรือไม่ เข้าเวรแล้วมาทำงานพิเศษ หรือไม่ได้เข้าเวรเป็นวันพัก จะต้องเริ่มต้นที่ตรงนี้มากกว่า ย้ำว่าการตรวจสอบทุกอย่าไม่มีความลับ และการกระทำในลักษณะนี้ทำไม่ได้ เรื่องการนำขบวนการอำนวยความสะดวกกลุ่มนักท่องเที่ยวที่ไม่เข้าหลักเกณฑ์ไม่สามารถทำได้ มีระเบียบมติครม.เมื่อกันยายน 2544

ซึ่งได้มีการใช้มาตลอดโดยมีการกำชับเรื่องการขอรถนำขบวน ประกอบด้วย 2 ประเด็น คือ รถนำขบวนที่นำโดยปกติ และรถนำขบวนที่ขอเป็นครั้งคราว ซึ่งการขอเป็นครั้งคราว ในพื้นที่กรุงเทพฯ จะต้องขอจากผู้บังคับการตำรวจจราจร หากเป็นพื้นที่นอกพื้นที่กรุงเทพฯ ต้องขอผู้บังคับการตำรวจทางหลวง ส่วน ผบ.ตร.มีอำนาจพิจารณาเป็นรายๆ ไป ที่ผ่านมาทั้งหมดไม่สามารถให้นักท่องเที่ยวส่วนตัว ส่วนบุคคลใดบุคคลหนึ่ง เว้นแต่แขกสำคัญของทางราชการ หรือกลุ่มที่เป็นกรุ๊ปเป็นกลุ่มเป็นก้อนของการเดินทาง ทางราชการ หรือในเรื่องการทัศนศึกษาของเด็กนักเรียน หรือกลุ่มทัวร์ที่จะมาทำประโยชน์หรือมีผลที่จะทำให้ประเทศไทยได้ประโยชน์เรื่องการท่องเที่ยวก็จะพิจารณาเป็นรายๆ ไป

จากการประสานงานของหน่วยราชการ เช่น กระทรวงการท่องเที่ยวหรือกระทรวงต่างๆ ที่ขอมาและมีเหตุผล และไม่ใช่บรรทัดฐานทุกบรรทัดฐานจะใช้เหมือนกันหมด เพราะต้องดูเรื่องกำลังพลของเจ้าหน้าที่และเรื่องรถที่จะสามารถสนับสนุนได้หรือไม่ ซึ่งทุกอย่าง จะเป็นไปด้วยเหตุผลหลักคือเพื่อความปลอดภัยของขบวน และเพื่อความปลอดภัยของผู้ขับขี่บนถนนเป็นหลัก

ส่วนกรณีที่ในโลกโซเชียลมีการพูดถึงแอปพลิเคชันของชาวจีน มีการเปิดให้บริการต่างๆ ทั้งรถนำขบวน ผู้ทำวีซ่า การทำเด็กหลอดแก้ว จะมีการขยายผลหรือไม่ยืนยันจะต้องมีการตรวจสอบข้อมูล ซึ่งเท่าที่เห็นในแอปมีหลายหน่วยงานที่จะต้องเข้าไปเกี่ยวข้องไม่เฉพาะสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แต่คงต้องขอประชาสัมพันธ์ว่าถ้าพบเห็นว่าเป็นกรณีที่มีการเข้าข่ายกระทำเช่นนี้จะไม่ละเว้นและจะดำเนินการทุกราย ส่วนประเด็นของตม. ได้ตรวจสอบไปยังเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วน และสอบปากคำไปหมดแล้ว

ขณะนี้สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองในกรณีนี้ยังไม่พบว่าเกี่ยวข้องหรือมีความเชื่อมโยงแต่อย่างใด ทั้งนี้มีรายงานว่า ดาบตำรวจท่องเที่ยวที่ได้รับการติดต่อประสานงานมาคือ ด.ต.ขจรศักดิ์ ผบ.หมู่ กองกำกับการ 3 กองบังคับการท่องเที่ยว 1

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...