โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

‘เคแบงก์’ ออกแคมเปญ #ใช้สติป้องกันสตางค์ รณรงค์รู้ทันกลโกงออนไลน์

The Bangkok Insight

อัพเดต 19 พ.ย. 2564 เวลา 11.32 น. • เผยแพร่ 19 พ.ย. 2564 เวลา 11.32 น. • The Bangkok Insight

ภัยไซเบอร์ทั่วโลกพุ่งกระฉูด! ครึ่งปี SMS ปลอมเพิ่ม 700% องค์กรเล็ก ใหญ่ บุคคลเสี่ยงเหมือนกัน ธนาคารกสิกรไทยร่วมรณรงค์ผ่านแคมเปญ #ใช้สติป้องกันสตางค์ รู้ทันภัย 4 กลโกงที่พบมากที่สุด เอสเอ็มเอสปลอม อีเมลแปลก แชตเก๊ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ ชวนหน่วยงานรัฐ-เอกชน ประชาชน ร่วมปกป้องและรู้ทันภัยไซเบอร์ ให้นำเนื้อหาและคลิปไปเผยแพร่ในนามองค์กรเพื่อประโยชน์ส่วนรวมฟรี

นายพิพิธ เอนกนิธิ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า จากการเปลี่ยนแปลงไลฟ์สไตล์ของคน โดยเฉพาะในช่วงโควิด-19 ที่มีการทำงานจากที่บ้าน (WFH) มากขึ้น ทำให้มีการทำธุรกรรม และสื่อสารผ่านทางออนไลน์เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล

จึงเป็นโอกาสให้กลุ่มมิจฉาชีพใช้เป็นช่องทางในการกระทำทุจริตในรูปแบบใหม่ ๆ ทั้งต่อองค์กร และบุคคลมากตามไปด้วย ซึ่งภัยไซเบอร์เป็นภัยคุกคามที่เกิดขึ้นทั่วโลกที่องค์กรธุรกิจ รัฐบาลให้ความสำคัญอันดับต้น ๆ มาตลอด

พิพิธ เอนกนิธิ

ข้อมูลจากรายงานของ Proofpoint พบว่าการเกิด SMS Phishing (SMS ปลอม) มากขึ้นถึง 700% เมื่อเทียบครึ่งปีแรกปีนี้ กับช่วงครึ่งปีหลังของปี 2563 โดยช่องทางที่ใช้ในการส่งฟิชชิง 96% มาจากอีเมล ซึ่ง Cybersecurity Ventures ประมาณการว่าภัยไซเบอร์จะสร้างความเสียหายทั่วโลกกว่า 196 ล้านล้านบาท ภายในปี 2564 และคาดว่าความเสียหายจะเพิ่มขึ้น 15% ทุกปี และจะถึง 343 ล้านล้านบาท ภายในปี 2568

นายพิพิธ กล่าวว่า ภัยไซเบอร์ทำให้เกิดปัญหาในการดำเนินกิจการที่รุนแรงขึ้น และมากขึ้นเรื่อย ๆ กับองค์กรทั้งขนาดเล็ก ใหญ่ และบุคคล ซึ่งจะมีความเสี่ยงเหมือนกัน ทำให้องค์กรต่าง ๆ ต้องใช้งบประมาณ และบุคลากรจำนวนมาก เพื่อปกป้อง และรักษาความปลอดภัยให้กับระบบไอที

อย่างไรก็ตาม หนึ่งในแนวทางในการป้องกันภัยไซเบอร์ที่ดีที่สุดก็คือ การให้ความรู้ และความร่วมมือจากพนักงานทุกคน ทุกระดับ เพราะความผิดพลาดหรือพลั้งเผลอของพนักงานเพียงครั้งเดียวอาจเป็นช่องทางให้คนร้ายเจาะเข้าระบบขององค์กรจนสร้างความเสียหายต่อธุรกิจ ลูกค้า และบุคคลทั่วไปได้

ดังนั้นธนาคารกสิกรไทย จึงได้รณรงค์ผ่านแคมเปญ “#ใช้สติป้องกันสตางค์” เพื่อให้ความรู้อย่างต่อเนื่องแก่พนักงานและลูกค้า ให้มีสติก่อนทำธุรกรรมออนไลน์ โดยเฉพาะในระยะนี้ที่จะมีภัยใน 4 รูปแบบ คือ

1. ส่ง SMS แปลกๆ แอบอ้างเป็นองค์กรต่าง ๆ ส่งข้อความ เช่น คุณได้รับเงินกู้ คุณได้รับสิทธิ์เติมเงินฟรี หรือ คุณได้รับอนุมัติสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ” เมื่อกดลิงก์เข้าไปจะหลอกให้กรอกข้อมูลสำคัญ ไปเข้าระบบการเงินออนไลน์ และโอนเงินออกจากบัญชี หรือใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของเหยื่อ เพื่อสวมตัวตนสมัครใช้บริการทางการเงิน

2. ส่งอีเมลปลอม โดยฝังมัลแวร์ (โปรแกรมมุ่งร้าย) ไว้ในเอกสารแนบของอีเมล เมื่อคลิกลิงก์ หรือกดไฟล์แนบอาจทำให้ระบบคอมพิวเตอร์เสียหาย จนไม่สามารถใช้งานได้ หรือถูกล้วงข้อมูลสำคัญ รวมทั้งเป็นช่องทางการเจาะเข้าสู่ระบบไอทีขององค์กรได้

3. แชตปลอมบนโซเชียลมีเดีย โดยส่งข้อความทักแชต หลอกให้โอนเงิน หรือปลอมแปลง สลิปโอนเงินในการสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ แอบอ้าง แล้วไปหลอกลวงคนอื่นต่อ

4. แก๊งคอลเซ็นเตอร์ หลอกเหยื่อทางโทรศัพท์ สร้างสถานการณ์ให้ตื่นตระหนก หรือหลอกล่อ ด้วยเงินรางวัลต่าง ๆ

นายพิพิธ กล่าวในตอนท้ายว่า จิ๊กซอว์ที่สำคัญที่สุดในการป้องกันภัยไซเบอร์ก็คือ “คน” ดังนั้นธนาคารกสิกรไทย จึงขอเชิญชวนหน่วยงานทั้งภาครัฐ เอกชน และบุคคลทั่วไป ร่วมมือกันป้องกันภัยสำคัญนี้ ด้วยการให้ความรู้ด้านภัยไซเบอร์แก่พนักงาน ลูกค้า และประชาชน

โดยธนาคารยินดีให้หน่วยงานที่สนใจนำเนื้อหาและคลิปวิดีโอแคมเปญ “#ใช้สติป้องกันสตางค์” ไปเผยแพร่ให้เกิดประโยชน์ต่อไป เพื่อให้ทุกคนมีสติและรู้เท่าทันกลโกง โดยใช้วิธีง่าย ๆ เบื้องต้น คือ การใช้สติตรวจสอบที่มา สังเกตความผิดปกติต่าง ๆ ระวังการให้ข้อมูลส่วนตัว ไม่ตกเป็นเหยื่อภัยกลโกงต่าง ๆ

หากบริษัทต้องการปรับ เพื่อใส่ชื่อหน่วยงานหรือบริษัทของตน ก็สามารถดำเนินการได้เองโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย ถือเป็นความร่วมมือกันเพื่อประโยชน์ของสังคม โดยสามารถไปลงทะเบียนแจ้งความประสงค์เพื่อขอดาวน์โหลดหนังสั้น และอินโฟกราฟฟิกได้ที่ https://kbank.co/3qM5frk และธนาคารจะจัดส่งให้ภายใน 2 วันทำการ

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...