โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ส่อง 3 แบรนด์ "รถอีวี" ยอดนิยมของคนจีน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 10 พ.ย. 2564 เวลา 15.06 น. • เผยแพร่ 11 พ.ย. 2564 เวลา 00.14 น.

เทรนด์รถยนต์ไฟฟ้า (อีวี) กำลังมาแรงเติบโตอย่างก้าวกระโดด ค่ายรถยนต์หน้าเก่าหน้าใหม่ต่างปักหมุดไปสู่การเป็นผู้ผลิตรถอีวี

ข้อมูลจากบริษัทวิจัย IDTechEx ระบุว่า ในช่วงครึ่งแรกของปี 2021 ยอดขายรถอีวีทั่วโลกอยู่ที่ 2.6 ล้านคัน เติบโต 160% จากช่วงเดียวกันปีที่แล้ว โดยยอดขายรถอีวีดังกล่าวคิดเป็นสัดส่วน 26% ของยอดขายรถใหม่ทั่วโลก ซึ่งตลาดสำคัญจะอยู่ที่จีน สหรัฐอเมริกา และยุโรป

นอกจากนี้ IDTechEx คาดการณ์ว่า ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าทั่วโลกจะทะลุ 5 ล้านคันในปีนี้ นับเฉพาะรถยนต์นั่งส่วนบุคคล

ประเทศจีนซึ่งเป็นตลาดรถยนต์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก และเป็นตลาดรถอีวีสำคัญที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยในช่วงครึ่งแรกปีนี้ จีนทำยอดขายรถอีวีไปได้ถึง 1.1 ล้านคัน จึงไม่แปลกที่บริษัทรถยนต์ยุโรปหลายแบรนด์ก็ใช้ตลาดจีนเป็นจุดเริ่มต้นในการเปิดตลาดและผลักดันรถยนต์ไฟฟ้าของตนเอง

ซีเอ็นบีซีรายงานว่า “เบิร์นสไตน์” บริษัทที่ปรึกษาการเงิน จัดทำผลสำรวจถึงแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้า (อีวี) ยอดนิยมของคนจีน ครอบคลุม 1,600 คน เมื่อช่วงไตรมาส 3/2021 ซึ่งส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในเมืองใหญ่ อายุเฉลี่ย 32 ปี และมีรายได้ต่อเดือนประมาณ 19,000 หยวน (ประมาณ 9.8 หมื่นบาท)

โดยพบว่าแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าตัวเลือกอันดับต้น ๆ ของผู้บริโภคชาวจีน คือ “บีวายดี” (BYD) ซึ่งเป็นผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าสัญชาติจีนรายใหญ่ ที่มี “วอร์เรน บัฟเฟตต์” นักลงทุนรายใหญ่ของโลก ให้การสนับสนุน

ส่วนอันดับ 2 ก็คือ “เทสลา” ของอีลอน มัสก์ และอันดับ 3 คือ “โฟลค์สวาเกน” ของเยอรมนี

ทั้งนี้ เกือบ 50% ของผู้ตอบแบบสอบถามระบุว่า จะพิจารณาเลือกซื้อรถยนต์ไฟฟ้าสำหรับการซื้อรถยนต์ครั้งต่อไป จากความพึงพอใจของผู้บริโภคในเรื่องต้นทุนการดำเนินงานที่ต่ำลง ประสบการณ์การขับขี่ที่ดีขึ้น และความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

นอกจากนี้ พบว่าผู้บริโภคชาวจีนมีความสนใจที่จะซื้อรถยนต์ไฟฟ้าจากบริษัทสตาร์ตอัพในจีน อย่าง Nio หรือ Xpeng เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าในปีนี้ เป็น 9.5% ของผู้ตอบแบบสำรวจ เพิ่มขึ้นจากประมาณ 5% ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

โดยบริษัทสตาร์ตอัพในจีนครองอันดับ 1 ในกลุ่มตลาดบนและระดับพรีเมี่ยมของตลาดรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งครอบคลุมรถยนต์ที่มีระดับราคาตั้งแต่ 150,000 หยวนขึ้นไป (ประมาณ 7.77 แสนบาท) ส่วนแบรนด์ที่ชื่นชอบรองลงมา คือ “เทสลา” และแบรนด์ระดับพรีเมี่ยมของเยอรมนี เช่น BMW และ Audi

ขณะที่ตลาดรถยนต์รวมทุกประเภทในจีน กลุ่มพรีเมี่ยมของเยอรมนีครองมาร์เก็ตแชร์อันดับหนึ่ง รองลงมาคือแบรนด์ญี่ปุ่น อย่าง โตโยต้า ฮอนด้า และนิสสัน และแบรนด์จีน ซึ่งรวมถึง BYD และ Geely ขณะที่กลุ่มบริษัทสตาร์ตอัพรถยนต์ไฟฟ้าอยู่อันดับที่ 6

สำหรับตลาดรถยนต์ไฟฟ้าของ “เทสลา” ในจีน เมื่อไตรมาส 3 ที่ผ่านมา ทำยอดขายได้ 3.11 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 48.5% ของยอดขาย 6.41 พันล้านดอลลาร์ในสหรัฐ โดยอัตราส่วนยอดขายของเทสลาในจีนเพิ่มขึ้นจาก 41.4% ในปีที่แล้ว

ส่งผลให้ส่วนแบ่งตลาดของเทสลาในประเทศจีน ไตรมาส 3 ที่ผ่านมา เพิ่มขึ้นเป็น 22.6% จากปีที่แล้วไม่ถึง 20%

โดยเทสลาได้เปิดโรงงาน gigafactory ในเมืองเซี่ยงไฮ้ และได้เริ่มส่งมอบรถยนต์ที่ผลิตในจีนคันแรกให้กับลูกค้าในท้องถิ่นก่อนการระบาดของโคโรนาไวรัสในเดือนมกราคม 2020 และบริษัทเตรียมส่งมอบรถยนต์รุ่นที่ 2 ที่ผลิตในจีนภายในปีนี้

แม้จะมีการวิพากษ์วิจารณ์จากสื่อของรัฐและผู้ใช้โซเชียลมีเดีย แต่รถยนต์ไฟฟ้าของเทสลายังคงได้รับความนิยมในประเทศจีน

แต่ทั้งเทสลา Model 3 และ Y ติดอันดับ 1 ใน 3 อันดับแรก ที่ขายในตลาดรถยนต์นั่งส่วนบุคคลพลังงานใหม่ของจีน ตามข้อมูลของสมาคมรถยนต์นั่งส่วนบุคคลแห่งประเทศจีน

ขณะที่หุ้นของเทสลาพุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ และมูลค่าตลาด 1 ล้านล้านดอลลาร์ เมื่อปลายเดือนตุลาคมที่ผ่านมา และยังคงทำสถิติสูงสุดต่อเนื่อง

ด้วยศักยภาพของตลาดที่ใหญ่ที่สุดในโลก ทำให้จีนเป็นจุดหมายปลายทางการลงทุนที่สำคัญสำหรับแบรนด์ระดับโลก

ขณะที่ “โฟล์คสวาเกน” ยักษ์ใหญ่ด้านยานยนต์สัญชาติเยอรมัน ที่ติดท็อป 3 ของแบรนด์รถอีวียอดนิยมของผู้บริโภคชาวจีน โดยข้อมูลโกลด์แมน แซกส์ระบุว่า รายได้ประมาณ 41% ของโฟล์คสวาเกน มาจากตลาดในประเทศจีน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...