โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

ยกเครื่อง “กฎหมายเหล้า” คราฟต์เบียร์ชิง 5 หมื่นล้าน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 21 ม.ค. 2568 เวลา 11.48 น. • เผยแพร่ 22 ม.ค. 2568 เวลา 01.30 น.

รัฐบาลปลดล็อกกฎหมายเหล้า พ.ร.บ.สรรพสามิต เอื้อรายกลาง รายเล็กชื่อดัง-ชาละวัน ฟูลมูน ออนซอน ประชาชนเบียร์รับอานิสงส์ ไม่จำกัดกำลังการผลิต ไม่จำกัดแรงม้า จัดประเภทสุราใหม่ ต่อยอด Soft Power คาดชิงส่วนแบ่งการตลาด 5-10% รวม 2.5 หมื่นล้าน-5 หมื่นล้าน จากมูลค่าตลาดแอลกอฮอล์ 5 แสนล้าน ส่วนรายใหญ่ ถ้าไม่ปรับปรุงคุณภาพอาจมีเหนื่อย สภารื้อ พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เล็งแก้คำสั่งคณะปฏิวัติ ปี’15 เพิ่มเวลาขาย 11.00-24.00 น.

ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” รายงานหลังจากที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีการประชุมเมื่อวันที่ 15 มกราคม 2568 ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต (ฉบับที่ ..) พ.ศ… โดยที่ประชุมมีมติเห็นชอบในวาระ 3 ด้วยเสียงเอกฉันท์ 415 เสียง ไม่เห็นชอบ 0 ก่อนจะเข้าสู่การพิจารณาในชั้นวุฒิสภา

ทั้งนี้ สาระสำคัญในร่างกฎหมายดังกล่าว มีการ “รื้อโครงสร้าง” การผลิตตั้งแต่การให้ใบอนุญาต ให้คำนึงถึงมาตรฐานการผลิตสุรา และต้องสนับสนุนกลุ่มเกษตร วิสาหกิจชุมชน องค์กรเกษตรกร หรือผู้ประกอบการรายย่อยสามารถขอรับใบอนุญาตผลิตสุราเพื่อการค้า โดยนำสินค้าเกษตรในประเทศมาผลิตเป็นสุราทุกประเภทที่อาจมีสีหรือมีกลิ่นได้

ขณะที่การพิจารณาออกใบอนุญาต จะไม่มีการกำหนดหลักเกณฑ์ “เลือกปฏิบัติ” หรือ “ผูกขาดทางเศรษฐกิจโดยไม่เป็นธรรม” หรือ “สร้างภาระเกินสมควร” ให้ผู้ประกอบการ เช่น ไม่กำหนดขนาดกำลังการผลิตขั้นต่ำ, โรงอุตสาหกรรมสุราขนาดเล็กหรือขนาดกลางควรกำหนดให้ตั้งอยู่ห่างจากแหล่งน้ำสาธารณะน้อยกว่า 100 เมตรได้ โดยต้องมีระบบบำบัดน้ำเสียที่ไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม, ไม่กำหนดให้ผู้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตผลิตสุราแช่ชนิดเบียร์ที่บรรจุภาชนะขายนอกสถานที่ผลิต ต้องได้รับความเห็นชอบรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA)

ทบทวนการแบ่งประเภทย่อย การใช้ชื่อสุราประเภทต่าง ๆ ที่แสดงบนฉลากให้เป็นสากล, ให้บรรจุสุราในภาชนะที่มีขนาดเล็กลงได้ เพื่อใช้เป็นของฝากสำหรับนักท่องเที่ยว, ให้ผู้ผลิตสุราแช่และสุรากลั่นสามารถขอรับใบอนุญาตผลิตสุราทั้งสองประเภทในสถานที่เดียวกันได้

คาดชิงส่วนแบ่งตลาด 5 หมื่นล้าน

นายชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต (ฉบับที่ ..) กล่าวว่า การออกกฎกระทรวงจะทำให้ผู้ประกอบการสามารถผลิตสุราได้ทุกประเภท

ซึ่งในมูลค่าการตลาดสุราในปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 5 แสนล้านบาท โดยที่สุราชุมชน รวมถึงคราฟต์เบียร์กินส่วนแบ่งการตลาดไม่ถึง 1% หรือประมาณ 5,000 ล้านบาท แต่หลังจากปลดล็อกกฎหมายก็จะทำให้ผู้ประกอบการรายย่อยได้มีโอกาสในการประกอบธุรกิจมากขึ้น เมื่อมีผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายก็สามารถต่อยอดเป็นสินค้าชุมชนขายให้กับชาวต่างชาติ กลายเป็น Soft Power ของไทยได้ หากเป็นเช่นนี้ ในอนาคตผลิตภัณฑ์สุราชุมชน รวมถึงอุตสาหกรรมคราฟต์เบียร์อาจจะมีส่วนแบ่งการตลาดมากขึ้น 5-10% หรือ 25,000-50,000 ล้านบาท

ล้างคำสั่งปฏิวัติ เพิ่มเวลาขาย

นายชนินทร์กล่าวว่า ขณะเดียวกัน สภากำลังพิจารณา พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในชั้นกรรมาธิการ ขณะนี้มีการหารือ 50 ครั้ง มีการพิจารณา เล่มรายงานน่าจะกลับเข้าสู่วาระ 2-3 ไม่เกินเดือนกุมภาพันธ์ 68 จะได้รับการพิจารณา โดยสาระสำคัญประการหนึ่งคือปลดล็อกเรื่องเวลาขายแอลกอฮอล์ ซึ่งแต่เดิมการกำหนดเวลาห้ามขายเป็นไปตามประกาศคณะปฏิวัติเมื่อ 16 พฤศจิกายน 2515

หลังจากนี้จะมีคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของแต่ละจังหวัดขึ้นมา เพื่อควบคุมเวลาการจำหน่ายสุราได้เอง ว่าจะเป็นช่วงเวลาใด เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว ในหลายจังหวัดเป็นเขต Zoning เรื่องการท่องเที่ยว มีการเสนอปรับระยะเวลาการขาย 11.00-14.00 น. และ 17.00-24.00 น. เป็น 11.00-24.00 น. ซึ่งยังต้องมีการถกเถียงกันในสภา

คลังเตรียมชงระเบียบเข้า ครม.

ด้านนายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รมช.คลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังอยู่ระหว่างการปรับปรุงกฎระเบียบเพื่อส่งเสริมผู้ผลิตสุราชุมชน ได้แก่ ขยายโอกาสให้โรงเบียร์ Brew Pub และคราฟต์เบียร์ สามารถบรรจุถัง Keg ขั้นต่ำ 20 ลิตร ออกขายนอกสถานที่ได้ โดยแก้ไขกฎกระทรวงการผลิตสุรา พ.ศ. 2565 เปลี่ยนแปลงชื่อจากโรงอุตสาหกรรมสุราแช่ชนิดเบียร์ประเภทผลิตเพื่อขาย ณ สถานที่ผลิต เป็นโรงอุตสาหกรรมสุราแช่ชนิดเบียร์ขนาดเล็กและขนาดกลาง เพิ่มความยืดหยุ่นในการดำเนินธุรกิจ และส่งเสริมความสามารถในการแข่งขัน กระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่นผ่านการพัฒนาสุราชุมชน ซึ่งกรมสรรพสามิตจะนำเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีต่อไป

ช่วยคราฟต์เบียร์เติบโต

ขณะที่นายอาชิระวัสส์ วรรณศรีสวัสดิ์ กรรมการ บริษัท ไอเอสทีบี จำกัด อดีตนายกสมาคมคราฟต์เบียร์ประเทศไทย กล่าวว่า การปลดล็อกทำให้เกิดการแข่งขันในตลาดมากขึ้น เพราะทุกวันนี้ ในปี 2566-2567 การทำโรงเบียร์ขนาดเล็ก Brewpub ยังเกิดขึ้นมา 80 แห่ง และปี 2568 น่าจะเพิ่มขึ้น 40-50 แห่ง ส่วนรายใหญ่อาจจะมีผลกระทบบ้าง เพราะมีโรงขนาดกลางขึ้นมาแข่งขันกันมากขึ้นในระยะ 1-2 ปีนี้

ส่วนผู้ผลิตคราฟต์เบียร์ไทยที่ผลิตอยู่ประเทศเพื่อนบ้าน และส่งกลับเข้ามาขายในประเทศไทยนั้น หลังจากกฎหมายฉบับนี้ผ่าน คิดว่าผู้ประกอบการจะย้ายกลับมาผลิตในประเทศ 90% ยกเว้นผู้ผลิตบางรายที่ไปผลิตที่ประเทศเพื่อนบ้านแล้วยังติดเรื่องใช้วัตถุดิบท้องถิ่น หรือบางรายที่จะต้องใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีของประเทศเพื่อนบ้านส่งออกก็อาจจะยังอยู่

เติบโตและหลากหลาย

ด้านนายศุภพงษ์ พรึงลำภู หรือ ตูน ผู้ร่วมก่อตั้งโรงเบียร์สหประชาชื่น กล่าวว่า กฎหมายฉบับนี้จะเกิดประโยชน์กับผู้เกี่ยวข้องมหาศาล อาทิ 1.ผู้ผลิตรายย่อย วิสาหกิจชุมชนสามารถสร้างสรรค์และพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายได้มากขึ้น เช่น เดิมเคยทำได้แต่เหล้าขาว ก็จะสามารถทำวอดก้า วิสกี้ จิน รัม ได้ 2.จัดการทรัพยากรทางด้านการเกษตรได้ดียิ่งขึ้น เมื่อเกิดการยึดโยงกับชุมชนและจังหวัด ผ่านผลผลิตต่าง ๆ ที่เป็นวัตถุดิบจากท้องถิ่น

3.กระจายรายได้และส่งเสริมเศรษฐกิจฐานราก หลังจากที่ผ่านมาตลาดแอลกอฮอล์ 400,000 ล้านบาทต่อปี หรือเกือบทั้งหมดกว่า 90% ถูกยึดโยงกับรายใหญ่ไม่กี่ราย 4.ผู้ประกอบการขนาดเล็กและกลางสามารถออกแบบระบบที่นำไปสู่ความสำเร็จในด้านธุรกิจได้ เช่น โรงเบียร์สหประชาชื่น ปัจจุบันปฏิบัติตามกฎหมายที่กำหนดว่าต้องมีโรงงานที่มีกำลังการผลิตไม่ต่ำกว่า 1 แสนลิตรต่อปี อย่างไรก็ตาม ‘ผลิตจริง’ แค่เพียงประมาณ 20% เนื่องจากไม่สามารถจำหน่ายนอกสถานที่ผลิตได้

ออนซอนวางเป้าโต 10 เท่า

นายธรรมวิทย์ ลิ้มเลิศเจริญวนิช หรือเสือ เจ้าของ ‘ออนซอน’ คราฟต์สุราชุมชนแห่ง จ.สกลนคร กล่าวว่า สิ่งแรกที่เกิดขึ้นหลังจากปลดล็อก คืออารมณ์และความสนใจร่วมในสังคม เริ่มมีผู้คนเข้ามาสอบถามและพูดคุยเรื่องการผลิต การดื่ม และเรื่องกฎหมายมากขึ้น จะเห็นการแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้า ทั้งข้าว อ้อย มะพร้าว ฯลฯ รัฐบาลจะได้รับประโยชน์จากภาษีจากผู้ประกอบการและเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ เชื่อว่าการปลดล็อกข้อจำกัดต่าง ๆ จะนำไปสู่การพัฒนาโปรดักต์ใหม่ ๆ ที่ต้นทุนลดลง

“ปีที่แล้วผมขายได้ 7.9 พันขวด เป็นเงินเกือบ 3 ล้านบาท ถ้าข้อจำกัดลดน้อยลง การเติบโต 10 เท่าไม่ใช่เรื่องยาก” นายธรรมวิทย์กล่าว

หวังอนาคตปลดทุกล็อก

ทวีชัย ทองรอด ผู้ก่อตั้ง “สังเวียน” สุรากลั่นจากจังหวัดสุพรรณบุรี เล่าว่า สังเวียนก่อตั้งมา 6 ปี จากความตั้งใจที่จะทำโรงเบียร์ แต่ด้วยความยุ่งยากของกฎหมาย และไม่คุ้มค่าต่อการลงทุน จึงเปลี่ยนมาเป็นโรงสุรา Brewpub โรงงานขนาดเล็กที่ผลิตได้ไม่เกินล้านลิตรต่อปี และทำในลักษณะร้านอาหารเท่านั้น ไม่สามารถขายส่งได้

การเปลี่ยนแปลงภายหลังผ่านร่าง พ.ร.บ.สรรพสามิต ปลดล็อกสุราชุมชน เขามองว่าการสื่อสารกับลูกค้าจะง่ายขึ้น ทั้งการดีไซน์ฉลาก และการใช้คำได้ตรงกับตัวตนผลิตภัณฑ์ จากเดิมใช้วิธีเลี่ยงบาลีด้วยการเรียกว่า “เหล้าขาว” ต่อจากนี้สังเวียนจะสามารถใช้คำว่า “รัม” หรือ “ไวท์รัม” ได้

เรื่องรายได้ ทวีชัยเชื่อว่าจะเติบโตขึ้นเช่นเดียวกับการมาของสุรายี่ห้อใหม่ ๆ ในอนาคตอุตสาหกรรมสุราในไทยจะน่าสนใจมากขึ้น ไม่ใช่แค่เพียงคนไทย แต่รวมถึงชาวต่างชาติด้วย

นายอนันตรัฐ สุวรรณรัตน์ หนึ่งในผู้ก่อตั้ง “เหล้ากบฏเงี้ยว” จ.แพร่ กล่าวว่า การปลดล็อกกฎหมายนับเป็นก้าวสำคัญของวงการสุรา ส่งผลต่อการเติบโตของธุรกิจโรงกลั่น ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับอุปกรณ์ผลิตสุรา และธุรกิจสอนต้มสุรา รายได้จะกระจายไปท้องถิ่นมากขึ้น ภาพรวมเศรษฐกิจในประเทศก็จะคึกคักตามไปด้วย อย่างไรก็ตาม กังวลว่าการปลดล็อกเพียงอนุญาตให้ขายนั้น อาจทำให้การเติบโตเกิดขึ้นกับผู้ประกอบการบางราย เนื่องจากกำลังการผลิตที่น้อยกว่า แต่ยังต้องจ่ายภาษีเทียบเท่ากับทุนใหญ่

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า สำหรับตลาดคราฟต์เบียร์ในไทยที่ได้รับประโยชน์จากการปลดล็อกกฎหมาย อาทิ Group B, Mahanakhon, FullMoon Brewworks, Outlaw, Mitr Brewery ขณะที่รายเล็ก ประชาชนเบียร์, สหประชาชื่น

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ยกเครื่อง “กฎหมายเหล้า” คราฟต์เบียร์ชิง 5 หมื่นล้าน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...