“สส.ปูอัด” ไม่ทน ลั่น แก๊งจีนเทาหยามหน้า เหยียบจมูกถึงถิ่น
“สส.ปูอัด” ไม่ทน ลั่น แก๊งจีนเทาหยามหน้า เหยียบจมูกถึงถิ่น หลอกเด็กในพื้นที่ไปทำงานเป็นคอลเซนเตอร์ หลอกคนดีเดย์ 13 มค. จะไปนั่งเฝ้าที่โรงเกลือ อยากรู้ขั้นตอนเปิดบุ๊ดแบงค์ได้ยังไง ท้า ขอดูหน้า "จีนเทา" ไม่กลัวอยากยิงก็เชิญ บี้ “นายกฯอิ๊ง-ภูมิธรรม-รมว.ดีอีเอส”เร่งแก้ ดันเป็นวาระแห่งชาติ
วันที่ 10 มกราคม 2568 ที่ รัฐสภา นายไชยามพวาน มั่นเพียรจิตต์ สส.กทม.พรรคไทยก้าวหน้าแถลงถึงกรณีแก็งค์คอลเซนเตอร์ที่เป็นภัยคุกคามเศรษฐกิจและสังคมว่า วันนี้ปฏิเสธไม่ได้แล้วว่าแก็งค์คอลเซนเตอร์ต่างชาติเข้ามาอยู่พื้นที่แล้ว ล่าสุดมีการหลอกเด็กจากเขตบางขุนเทียน จอมทอง ไปทำงานที่เมืองปอยเปต ประเทศกัมพูชา และบังเอิญเมื่อวันที่ 9 ม.ค.ที่ผ่านมา ตนได้ไปที่สน.บางมด พบพ่อแม่ของเด็กที่ไปแจ้งความว่า ถูกหลอกมาแล้ว 2 วัน ในจังหวะเดียวกันนั้น "น้องเอ" (นามสมมุติ)ได้แอบวีดีโอคอลมาหาพ่อแม่ ตนจึงได้พูดคุยกับน้องเอด้วย ทำให้ทราบว่า การหลอกลวงคนไปทำงานของแก็งค์คอลเซ็นเตอร์จีนเทามีการพัฒนาไปมาก โดยน้องเอ เล่าว่าถูกชักจูงจากคนใกล้ชิดโดยจะหลอกเด็กอายุ 20 ปีขึ้นไป ถ้าอายุต่ำกว่านี้จะกลายเป็นเรื่องการค้ามนุษย์ซึ่งผิดกฎหมายโทษแรงกว่า น้องเอมีอายุ 21 ปีอยากเป็นนักฟุตบอล แก็งค์จีนเทารู้ว่าน้องอยากเป็นนักฟุตบอลจึงให้คนใกล้ชิดพูดหว่านล้อมน้องเอว่า ถ้าไปเป็นนักฟุตบอลจะได้เงินที่ต่างประเทศจะได้เงินเท่านั้น เท่านี้ พูดหลอกสร้างแรงจูงใจให้น้องเอหลงเชื่อ ทั้งนี้ระหว่างที่แถลงข่าวนายไชยามพวาน ได้เปิดคลิบที่น้องเอ วีดีโอคอลเข้ามาขอความช่วยเหลือ และแจ้งพิกัดว่า อยู่อาคาร18 ชั้น ที่ปอยเปต กัมพูชาด้วย
“เหตุการณ์นี้เหยียบจมูกผมมาก เพราะมีการนำรถตู้มารับเด็กถึงซอยสุขสวัสดิ์ 14 ซึ่งไม่ใช่แค่น้องเอคนเดียว แต่มีเด็กคนอื่นๆอีก 4 คน รวมเป็น 5 คน โดยน้องเอ เล่าให้ฟังว่า วันแรกที่ถูกรับไปเขาให้ไปซ้อมฟุตบอลที่จังหวัดหนึ่ง ซึ่งเป็นทางผ่านไปปอยเปต พอวันรุ่งขึ้นเขาให้ขึ้นรถแล้วเดินทางต่อ น้องไม่ทราบว่าที่ไหน มารู้ตัวอีกทีก็อยู่ที่ปอยเปตแล้ว หลังจากนั้นเขาบอกว่าให้เตรียมตัวเดี๋ยววันที่… จะพาออกไปเปิดบัญชีธนาคารให้ขยันทำงาน แต่น้องพยายามอ้างว่ามีญาติผู้ใหญ่ป่วยอยู่ที่ไทยขอกลับบ้านได้หรือไม่ ทางแก็งค์เหมือนจะใจดีบอกว่าวันที่ 11 ม.ค.จะพากลับ ซึ่งผมไม่รู้ว่าจะเกิดขึ้นหรือไม่ โดยผมได้บอกกับน้องเอว่า ให้สับขาหลอกให้เก่ง อยู่ให้เป็น เหมือนกับที่เราเล่นฟุตบอล รับปากว่าพี่จะพาน้องกลับมาไทยให้ได้”นายไชยามพวาน กล่าว
นายไชยามพวาน กล่าวต่อว่า วันนี้เรารู้พิกัดแล้ว เพราะน้องบอกว่าอยู่ในตึก 18 ชั้น น้องพยายามถ่ายภาพให้เห็นในตัวอาคาร และยังมีคนไทยอีกหลายคน ทั้งที่สมัครใจและถูกหลอกมาทำงาน ตนจึงประสานงานกับตำรวจ สน.บางมด และประสานกับ ตม.อำเภออรัญประเทศ จ.สระแก้ว รวมทั้งฝั่งปอยเปต ยืนยันว่าจะประสานทุกทางเพื่อหาวิธีพาน้องเอกลับบ้านให้ได้ และขออยากฝากถึงพ่อแม่ว่าอย่าโทษเด็ก เพราะเขาแค่อยากหาเงินเลี้ยงชีพด้วยตัวเอง แต่ด้วยกลไกของแก็งค์จีนเทามีมากขึ้น และอยากจะบอกน้องๆว่า ไม่มีอะไรได้เงินมาฟรีและรวดเร็วขนาดนั้น นอกจากเป็นสีเทาๆและอย่าเพิ่งเชื่อใจใครว่า ไปทำงานต่างประเทศแล้วจะปลอดภัย จะได้เงินจริง ขอให้ถามทางหน่วยงานราชการก่อนว่าปลอดภัยจริงหรือไม่ เพราะต่อจากนี้เราไม่รู้ว่า จะมีเด็กกี่คนที่จะต้องขึ้นรถตู้แบบน้องเอไป
“วันจันทร์ที่ 13 ม.ค.นี้ ผมตั้งใจจะไปนั่งเฝ้าที่อ.อรัญประเทศ เพื่อที่จะนำหลักฐานมาให้นายกฯ และอยากรู้ว่าที่ให้เปิดบัญชีธนาคารในตลาดโรงเกลือเปิดได้อย่างไร ผมอยากเห็นหน้าแก็งค์จีนเทาที่หลอกเด็กมา ถ้ามันจะยิงผมก็ยิงตรงนั้นเลย และขอเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรี นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯและรมว.กลาโหม รวมทั้งรมว.ดิจิทัลฯว่าเรื่องนี้ควรเป็นวาระแห่งชาติ ถ้าไม่เกิดขึ้นกับตัวเองคงไม่เข้าใจปัญหาใหพที่เกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชน ขอให้เร่งแก้ไขโดยเร็วที่สุด”นายไชยามพวาน กล่าว