โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดคำพิพากษาแก้เพิ่มโทษสั่งจำคุก'ส.ต.ท.' 16 เดือนไม่รอลงอาญาคดีฆ่า'เตี้ย มช.'

แนวหน้า

เผยแพร่ 12 ม.ค. 2568 เวลา 17.00 น.

ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษาแก้เพิ่มโทษสั่งจำคุก 16 เดือนไม่รอลงอาญา"ตชด."ลักทรัพย์ ทารุณ"พี่เตี้ย มช.ตาย" แถมชดใช้เงิน 1 แสน ให้ทางมหาวิทยาลัย ชี้พยานหลักฐานชัดเจน

วันที่ 13 มกราคม 2568 ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 5 จ.เชียงใหม่ ศาลอ่านคำพิพากษาคดีฆ่าพี่เตี้ย มช. น้องหมาเซเลบชื่อดังวัย 8 ปีหมายเลขดำอ1324/2567 ผ่านทางจอภาพไปยังศาลจังหวัดเชียงใหม่ ที่พนักงานอัยการจังหวัดเชียงใหม่เป็นโจทก์กลุ่มคนรักเตี้ย มช. และวอชด็อกไทยแลนด์ ร่วมกันเป็นโจทก์ฟ้อง ส.ต.ท.ปริญญา ปัญญาบุตร สังกัด ตำรวจตระเวณชายแดน จ.เชียงใหม่ (ยศในขณะก่อเหตุ) เป็นจำเลยในความผิด ฐานลักทรัพย์ในเวลากลางคืนโดยใช้ยานพาหนะ และพ.ร.บ.ป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ. 2557 มาตรา 20

กรณีเมื่อระหว่างวันที่ 3 ถึง 7พฤษภาคม 2563 จำเลยลักเอาสุนัขชื่อ "เตี้ย มช." ซึ่งสุนัขนี้อาศัยอยู่ในมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ แล้วจำเลยได้ใช้วัตถุของแข็งไม่มีคมไม่ทราบชนิด และขนาด ทำร้ายสุนัขตัวนี้ บริเวณขาหลัง ช่วงล่างลำตัว และกะโหลกศีรษะ เป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย ขอให้ลงโทษข้อหาลักทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยใช้ยานพาหนะฯ และข้อหาทารุณกรรมสัตว์ โดยไม่มีเหตุอันสมควรให้จำเลยชดใช้ราคาสุนัข 100,000 บาท แก่ผู้เสียหายทั้งสาม

จำเลยให้การปฏิเสธ

คดีนี้เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2566ศาลจังหวัดเชียงใหม่พิเคราะห์พยานหลักฐานของทั้งสองฝ่ายรับฟังได้ว่าจำเลยได้เอาสุนัขชื่อ เตี้ย มช. ไปและทำร้ายจนถึงแก่ความตาย จำเลยจึงมีความผิดตามพ.ร.บ.ป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ. 2557 มาตรา 20, 31 โดยไม่มีเหตุอันสมควร จำคุก 6 เดือนโดยไม่รอลงอาญา ยกฟ้องข้อหาลักทรัพย์ฯ และยกคำขอให้ชดใช้ค่าเสียหาย เนื่องจากความเป็นเจ้าของไม่ชัดเจน

โจทก์และจำเลยยื่นอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ ภาค 5 ตรวจสำนวนประชุมปรึกษาหารือแล้วเห็นว่า อุทธรณ์ของจำเลยที่อ้างว่าได้นำสุนัขชื่อ เตี้ย มช. นั่งตรงที่วางเท้าของรถจักรยานยนต์แล้วจำเลยขับรถนั้นพาไปเที่ยวระหว่างทางจนรถจักรยานยนต์ของจำเลยเสียการทรงตัว ทำให้สุนัขตกจากรถถูกรถทับตายนั้น เห็นว่าพยานหลักฐานของโจทก์จากผลการตรวจพิสูจน์ซากสุนัขพบว่าขาหลังทั้งสองเป็นรอยช้ำ กระเพาะปัสสาวะฉีกขาด กะโหลกศีรษะแตกเป็นหลายชิ้น ลักษณะบาดแผลที่กล่าวไม่เหมือนถูกรถทับตามภาพ อีกทั้งบริเวณที่เกิดเหตุเป็นที่เปลี่ยวกลางคืนมืดไม่เหมาะที่จะไปเที่ยว

นอกจากนี้โจทก์มีข้อมูลการสนทนาระหว่างจำเลยกับคนที่จำเลยคบหา โดยจำเลย กล่าวว่า จะฆ่าสุนัขชื่อ เตี้ย มช. รวมทั้งรถจักรยานยนต์ที่จำเลยขับนั้นที่วางเท้าที่สุนัขนั่งกับล้อหลังใกล้กันมาก หากสุนัขตกจากรถแทบเป็นไปไม่ได้ที่สุนัขจะถูกรถนั้นทับ และที่จำเลยอ้างว่ารถเสียการทรงตัว ทำให้สุนัขตกจากรถก็ต่างกับคำให้การในชั้นสอบสวน ที่จำเลยเขียน อ้างว่าสุนัขกระโดดลงจากรถจึงถูกรถทับ ดังนั้นพยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบมาจึงรับฟังได้ว่าจำเลยทำร้ายสุนัขจากวัตถุของแข็งหลายครั้ง จนเป็นเหตุให้สุนัขตายอันเป็นการทารุณกรรมสัตว์ โดยไม่มีเหตุอันสมควรอุทธรณ์ของจำเลยฟังไม่ขึ้น

พยานหลักฐานโจทก์ ยังรับฟังได้อีกว่า สุนัขนี้เป็นของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ การกระทำของจำเลยจึงเป็นการเอาทรัพย์ของผู้อื่นไป และแม้จำเลยจะเอาไปทำร้ายจนตายก็ถือว่าจำเลยเอาไปด้วยเจตนาทุจริตจำเลยจึงมีความผิดฐานลักทรัพย์ในเวลากลางคืนโดยใช้ยานพาหนะฯ ตามที่โจทก์ฟ้องอีกกระทงหนึ่ง และจำเลยต้องชดใช้ราคาสุนัขนี้แก่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ผู้เป็นเจ้าของ ซึ่งสุนัขตัวนี้มีคุณค่าสามารถใช้ให้เป็นประโยชน์ในลักษณะต่าง ๆ แก่สังคมยิ่งกว่าสุนัขทั่วไป จึงเห็นควรให้จำเลยชดใช้เป็นเงิน 100,000 บาท

ศาลอุทธรณ์ภาค 5 จึงพิพากษาแก้เป็นว่า ส.ต.ท.ปริญญา จำเลย มีความผิดฐานลักทรัพย์ในเวลากลางคืนโดยใช้ยานพาหนะฯ อีกกระทง จำคุก 1 ปี 6 เดือน ทางนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุก 12 เดือน ส่วนข้อหา ฐานทารุณกรรมสัตว์โดยไม่มีเหตุจำคุก 6เดือน คำเบิกความจำเลยเป็นประโยชน์ แก่การพิจารณาบ้าง สมควรลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุกในความผิดนี้ 4 เดือน รวมจำคุกจำเลย 16 เดือน ไม่รอลงอาญา และ ให้จำเลยชดใช้เงิน 100,000 บาท แก่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่" ผู้เสียหายด้วย.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...