โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สัมผัสใจในคำกวี / เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 20 ม.ค. 2565 เวลา 08.15 น. • เผยแพร่ 22 ม.ค. 2565 เวลา 06.00 น.

เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์

 

สัมผัสใจในคำกวี

 

เมื่อวันพุธที่ 12 มกราคมที่ผ่านมา มีงานมอบรางวัล “อุชเชนี” ซึ่งเป็นรางวัลงานเขียนทั้งบทกวีและข้อเขียนบทร้อยแก้ว ระดับนักเรียนและประชาชน งานนี้จัดมา 5 ครั้งหรือห้าปีแล้ว มีผู้ส่งผลงานคับคั่งน่าพอใจ

และน่าชื่นชมในความสามารถของผู้ส่งผลงานทุกคน

อุชเชนีเป็นนามปากกาของอาจารย์ประคิณ ชุมสาย ณ อยุธยา ศิลปินแห่งชาติผู้ล่วงลับ มีผลงานโดดเด่นทั้งร้อยแก้วและร้อยกรอง

โดยเฉพาะบทกวีเล่มที่ชื่อ “ขอบฟ้าขลิบทอง” ซึ่งเป็นชื่อของบทกวีอันถือเป็นบท “ชั้นครู” ที่ผู้สนใจงานกวีนิพนธ์ “ต้องอ่าน”

ส่วนตัวนั้นเห็นว่า “ขอบฟ้าขลิบทอง” เป็นดั่ง “กวีของกวี”

ซึ่งจะขอยกเป็นแบบฉบับมา ณ ที่นี้

 

กวีขอบฟ้าขลิบทองมีหกบทรวม 24 วรรคพิเศษคือทุกวรรคมี “คำกวี” หรือ “โวหารกวี” ประจำอยู่ทำให้ทุกวรรคโดดเด่น เฉิดฉาย ประชันกันอยู่พราวพราย

บทกวีทั้งหกบทจึงเสมือน “สร้อยสรวง” เจิดจรัสด้วยเพชรพลอยของถ้อยคำ ที่เจียระไนมาจากผลึกของความคิดโดยแท้

สร้อยสรวงเส้นนี้อุชเชนีบรรจงร้อยฝากไว้แล้วแด่แผ่นดินกวีให้เราได้อ่านได้ศึกษาและได้รักได้เข้าถึงวิญญาณกวีแท้จริง

เริ่มวรรคแรกด้วยคำ “มิ่งมิตร” สองคำนี้คือคำกวีที่มักไม่นำมาใช้ได้ในที่ทั่วไป วรรคต่อไปตามลำดับดังนี้

 

มิ่งมิตร

เธอมีสิทธิ์ที่จะล่องแม่น้ำรื่น

ที่จะบุกดงดำกลางค่ำคืน

ที่จะชื่นใจหลายกับสายลม

ที่จะร่ำเพลงเกี่ยวโลมเรียวข้าว

ที่จะยิ้มกับดาวพราวผสม

ที่จะเหม่อมองหญ้าน้ำตาพรม

ที่จะขมขื่นลึกโลกหมึกมน

ที่จะแล่นเริงเล่นเช่นหงส์ร่อน

ที่จะถอนใจทอดกับยอดสน

ที่จะหว่านสุขไว้กลางใจคน

ที่จะทนทุกข์เข้มเต็มหัวใจ

ที่จะเกลาทางกู้สู่คนยาก

ที่จะจากผมนิ่มปิ้มเส้นไหม

ที่จะหาญผสานท้านัยน์ตาใคร

ที่จะให้สิ่งสิ้นเธอจินต์จง

ที่จะอยู่เพื่อคนที่เธอรัก

ที่จะหักพาลแพรกแหลกเป็นผง

ที่จะมุ่งจุดหมายปรายทะนง

ที่จะคงธรรมเที่ยงเคียงโลกา

เพื่อโค้งเคียวเรียวเดือนและเพื่อนโพ้น

เพื่อไผ่โอนพลิ้วพ้อล้อภูผา

เพื่อเรืองข้าวพราวแพร้วทั่วแนวนา

เพื่อขอบฟ้าขลิบทองรองอรุณ ฯ

 

ทุกคำที่ขีดเส้นใต้นั้นคือ “คำกวี”

หายากนะที่จะมีใครเขียนกลอนมี “คำกวี” ได้ในทุกวรรค

นิยาม “คำกวี” สั้นๆ คือคำ “สัมผัสใจ”

ส่วน “คำกลอน” คือคำ “สัมผัสคำ”

กลอนมุ่งเน้นสัมผัสคำเป็นหลักและทำให้ร้อยกรองต่างกับร้อยแก้วก็ตรงรูปแบบฉันทลักษณ์ที่กำหนดไว้เป็นแบบบทต่างลักษณะนานานี่เอง โดยเฉพาะภาษาไทยมีทั้งเสียงคำ และการจัดจังหวะสัมผัสสระนี่แหละที่กำหนดความไพเราะให้ได้รสของอักษรอันเป็นเอกลักษณ์ของกาพย์กลอนไทย ดังเรียกว่า “สัมผัสคำ”

คำสัมผัสใจ เป็นการใช้โวหารเปรียบเทียบที่ประมวลไว้ซึ่ง “ความรู้สึกนึกคิด” มากกว่าจะเน้นความไพเราะตามรูปแบบสัมผัสคำเพียงเท่านั้น

ตัวอย่างสองวรรคจากของฟ้าขลิบทองคือ

“ที่จะร่ำเพลงเกี่ยวโลมเรียวข้าว”

“เพื่อเรืองข้าวพราวแพร้วทั่วแนวนา”

ทั้งสองวรรคนี้สมบูรณ์ทั้งสัมผัสคำและสัมผัสใจ

“ร่ำเพลง” และ “โลมเรียวข้าว” นี้เป็นสัมผัสใจเพราะแทนที่จะใช้ “ร้องเพลง” และ “กล่อมทุ่งข้าว” แต่คำ “ร่ำ” และคำ “โลม” ให้ความรู้สึกนึกคิดมากกว่านัก

มีคำ “เกี่ยว” คำเดียวแท้ๆ เป็น “สัมผัสคำ “ที่เชื่อมร้อยทำให้คำกวีสองคำนี้มาสัมผัสกันทำให้สมบูรณ์ทั้งสัมผัสคำและสัมผัสใจจริงๆ

“ที่จะร่ำเพลงเกี่ยวโลมเรียวข้าว”

คำง่ายๆ ไม่มีศัพท์แสงอะไรเลย แต่นำมาเรียงร้อยกันทำให้ถ้อยคำทั้งวรรคบรรเจิดเฉิดฉายกลายเป็นวรรคกวีที่สมบูรณ์สุด

“เพื่อเรืองข้าวพราวแพร้วทั่วแนวนา” นี่ก็เช่นกันมีสัมผัสคำเชื่อมร้อยเต็มตลาดทั้งวรรคคือ “ข้าว-พราว” “แพร้ว-แนว” แต่คำ “เรืองข้าว” เป็น “คำกวี” ที่ฉายวาวเด่นขึ้นมาทันทีทำให้เห็นภาพรวงข้าวสีทองอร่ามเต็มท้องทุ่งนา ถ้าจะแต่ง “เพื่อรวงข้าวพราวแพร้วทั่วแนวมา” ก็ได้ แต่จืดชืดสิ้นดี

นี่คือคำกวีและวรรคกวีที่ให้ทั้งความไพเราะของถ้อยคำและให้อารมณ์ความรู้สึกนึกคิดเต็มที่

 

ขอบฟ้าขลิบทองนอกจากสมบูรณ์ทั้งสัมผัสคำและสัมผัสใจแล้ว เนื้อหาทั้งหมดยังเปี่ยมสมบูรณ์ทั้งการสะท้อนปัญหาความเดือดร้อนของภาคเกษตรกรรมคือสังคมไร่นาที่เป็นปัญหาต่อเนื่องจากอดีตมาจนถึงปัจจุบันวันนี้แล้ว ยังยืนสัจธรรมนี้ด้วยคือ

ทุกข์ของชาวนาคือทุกข์ของแผ่นดิน

รางวัลวรรณศิลป์ “อุชเชนี” จึงเป็นรางวัลยิ่งใหญ่ในแวดวงวรรณกรรมไทยสมค่าสมคำกวีที่ว่า

กวีฤๅแล้งแหล่งสยาม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...