โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

‘ดร.สามารถ’ เสนอรัฐเร่งตัดสินใจโครงการรถไฟฟ้าเชียงใหม่ หลังล่าช้านาน 30 ปี

เดลินิวส์

อัพเดต 31 มกราคม 2569 เวลา 21.18 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
“ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์” อดีตรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และอดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เผยถึงโครงการรถไฟฟ้าเชียงใหม่ล่าช้า 30 ปี ทั้งที่มีการจัดทำแผนและศึกษาซ้ำหลายครั้ง พร้อมเสนอให้รัฐตัดสินใจเดินหน้าโครงการอย่างจริงจัง

เมื่อวันที่ 31 ม.ค. 69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า “ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์” อดีตรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และอดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้ออกมาโพสต์แสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับปัญหาโครงการรถไฟฟ้าเชียงใหม่ที่ล่าช้า 30 ปี ลงแฟนเพจ “ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ – Dr.Samart Ratchapolsitte” เผยว่า นับตั้งแต่มีแผนแม่บทรถไฟฟ้าเชียงใหม่ครั้งแรกในปี 2539 จนถึงปัจจุบัน สิ่งที่เกิดขึ้นมีเพียงการศึกษาและปรับแผนซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่ประชาชนยังไม่เคยได้ใช้รถไฟฟ้าจริงแม้แต่สายเดียว

โดยเจ้าของโพสต์ ระบุข้อความว่า30 ปี ผ่านไป รถไฟฟ้าเชียงใหม่ “ยังไม่วิ่งสักขบวน” เชียงใหม่ไม่ใช่เมืองเล็ก ไม่ใช่เมืองผ่าน และไม่ใช่เมืองที่ต้อง “รอไปเรื่อยๆ” ตั้งแต่ปี 2539 วันที่แผนแม่บทรถไฟฟ้าเชียงใหม่ฉบับแรกถือกำเนิด จนถึงวันนี้ 30 ปีผ่านไป สิ่งที่คนเชียงใหม่ได้คือ “รายงานการศึกษา” ไม่ใช่ "รถไฟฟ้าที่ใช้งานได้"

อีกทั้ง คำถามคือ จะให้คนเมืองรออีกกี่สิบปี หรือเราต้องยอมรับว่า รถไฟฟ้าเป็นสิทธิของคนเมืองหลวงเท่านั้น มีดังต่อไปนี้
1. จุดเริ่มต้นที่ไม่เคยไปถึงเส้นชัย
ย้อนกลับไปปี 2539 การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) เป็นหน่วยงานแรกที่วางแผนรถไฟฟ้าเชียงใหม่ ในยุคนั้น กทพ. ดูแลทั้งทางด่วนและรถไฟฟ้า แผนแรกวางไว้ 4 สาย ระยะทางรวม 27 กิโลเมตร หลังจากนั้น มีการศึกษาใหม่ ซ้ำแล้วซ้ำอีก เปลี่ยนหน่วยงานที่รับผิดชอบเป็นการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เปลี่ยนรายงาน แต่มีอย่างเดียวที่ไม่เคยเปลี่ยนคือ คนเชียงใหม่“ยังไม่ได้ใช้รถไฟฟ้า”
2. แผนรถไฟฟ้าเชียงใหม่วันนี้ (ที่ยังอยู่บนกระดาษ)
ปัจจุบัน รฟม. เสนอแผนรถไฟฟ้า สายสีแดง ช่วงโรงพยาบาลนครพิงค์-แยกแม่เหียะสมานสามัคคี ระยะทาง 15.8 กิโลเมตร 16 สถานี เป็นรถไฟฟ้ารางเบา (LRT) วิ่งบนระดับพื้นดิน 9.3 กิโลเมตร และใต้ดิน 6.5 กิโลเมตร วงเงินลงทุนประมาณ 3 หมื่นล้านบาท เส้นนี้คือ “หัวใจเมือง” ผ่านโรงพยาบาลใหญ่ มหาวิทยาลัย ย่านเศรษฐกิจ แหล่งท่องเที่ยว และสนามบิน และ รฟม. บอกว่า จะเปิดใช้ปี 2574 คำถามคือ ถ้าในวันนี้ไม่เร่งจริง ปี 2574 จะเปิดได้หรือ
3. รถไฟฟ้าเชียงใหม่จะเกิดได้จริง ต้องพูดความจริงกันก่อน
ความจริงข้อหนึ่งที่ต้องยอมรับคือ เอกชนไม่อยากลงทุน ไม่ใช่เพราะเชียงใหม่ไม่สำคัญ แต่เพราะ “กำไรจากค่าโดยสาร” อาจไม่คุ้มความเสี่ยง ดังนั้น ถ้าจะให้เกิดจริง รัฐต้องลงทุนเอง และต้องเลิกถามคำถามเดิมๆ ว่า“คุ้มไหม?” เพราะรถไฟฟ้าไม่ใช่โครงการหากำไร แต่คือโครงสร้างพื้นฐานที่ให้“กำไรทางสังคม” เช่น ประหยัดเวลาเดินทาง ลดปัญหารถติด ลดฝุ่น ลดมลพิษ ลดการใช้น้ำมันและพลังงาน ทำให้เมืองน่าอยู่ขึ้น และที่สำคัญ ช่วยเรื่องการท่องเที่ยวทั้งเชียงใหม่และจังหวัดใกล้เคียง เงินที่นักท่องเที่ยวใช้จ่าย คือรายได้ที่กลับมาหล่อเลี้ยงเศรษฐกิจไทย
4. เป็นธรรมหรือไม่? ถ้ารัฐจะลงทุนรถไฟฟ้าให้เชียงใหม่
คำตอบคือ เป็นธรรมอย่างยิ่ง เชียงใหม่เป็นเมืองใหญ่ รถติด ฝุ่นมาก ขยะล้น โครงสร้างพื้นฐานตามไม่ทันการเติบโต ไม่ต่างจากกรุงเทพฯ ในหลายมิติ ตลอดหลายสิบปี รัฐลงทุนรถไฟฟ้าในกรุงเทพฯ และปริมณฑลนับล้านล้านบาท คำถามง่ายๆ ที่คนเชียงใหม่อยากรู้คือ ทำไมเมืองหลวงจึงมีรถไฟฟ้าเกือบทุกสี แต่เมืองท่องเที่ยวระดับโลกอย่างเชียงใหม่ ยังต้องรอ? การลงทุนในเชียงใหม่ ไม่ใช่การ “แย่งงบ” แต่คือการกระจายความเจริญอย่างเป็นธรรม และสมเหตุสมผล
5. ถึงเวลาของคนเชียงใหม่หรือยัง?
รถไฟฟ้าเชียงใหม่ไม่ใช่เรื่องความฟุ่มเฟือย แต่คือ “สิทธิขั้นพื้นฐานของเมืองใหญ่” เพื่อแก้รถติด ลดฝุ่น ลดมลพิษ ทำให้คนเมืองใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพ และทำให้การท่องเที่ยวเติบโต

อย่างไรก็ตาม"30 ปี ที่ผ่านมา เชียงใหม่ไม่ได้ขาดแผน แต่ขาด “การตัดสินใจ” วันนี้ สิ่งที่คนเชียงใหม่ต้องการจึงไม่ใช่รายงานเล่มใหม่ แต่คือการตัดสินใจเดินหน้ารถไฟฟ้าอย่างจริงจัง ไม่ใช่แค่คำสัญญา ถามว่า “ถึงเวลาของคนเชียงใหม่หรือยัง?”

ขอบคุณข้อมูล : ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ - Dr.Samart Ratchapolsitte

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...