รวบ 2 โชเฟอร์รถตู้ขนไอซ์ครึ่งตันซุกในอาหารหมา-แมว ส่งลูกค้าเมืองกรุงก่อนลงใต้!
เมื่อวันที่ 23 ก.พ. ที่กองกำกับการสวัสดิภาพเด็กและสตรี กองบัญชาการตำรวจนครบาล (กก.ดส.บช.น.) พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. พ.ต.อ.ศภชัย ชัยสุรรณ ผกก.ดส. พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการที่ 1-4 กก.ดส. ร่วมกันแถลงจับกุม นายสมชาย อายุ 55 ปี ชาว จ.มหาสารคาม และนายปรีดา อายุ 54 ปี ชาว จ.มุกดาหาร โดยทั้งสองมีอาชีพขับรถตู้รับจ้าง-ให้เช่า พร้อมของกลางยาไอซ์ น้ำหนัก 448 กิโลกรัม บรรจุในกระสอบอาหารแมวและอาหารสุนัข และรถตู้ 2 คัน ที่ใช้ซุกซ่อนยาเสพติด โดยจับกุมได้ที่ริมถนนบางแวก คลองขวาง ภาษีเจริญ กรุงเทพฯ
พล.ต.ท.สยาม กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ ดส. ได้รับการประสานจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.ตชด. 23 ว่าจะมีกลุ่มขบวนการขนยาเสพติดจากแนวชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จ.นครพนม เข้าพื้นที่กรุงเทพฯ และจะลงสู่พื้นที่ภาคใต้ และได้รับข้อมูลจากสายลับว่าจะมีรถตู้ 2 คันลักลอบขนยาเสพติด จนกระทั่งเมื่อคืนนี้ 22 ก.พ. เวลาประมาณ 23.00 น. พบรถตู้ต้องสงสัย 2 คัน ขับอยู่บนถนนกาญจนาภิเษก และกำลังจะเลี้ยวเข้าถนนบางแวกจริง จึงเข้าตรวจค้นพบยาไอซ์ของกลางวางอยู่บนพื้นในรถ
จากการสอบสวนผู้ต้องหา ให้การว่า ได้รับค่าจ้างคนละ 30,000 บาท ทำมาเป็นครั้งที่ 2 โดยตัวนายทุนผู้ว่าจ้างได้ติดต่อขอเช่ารถ จากนั้นจะให้ผู้ต้องหานำรถตู้ไปจอดไว้ที่แนวชายแดนในจุดที่ผู้สั่งการกำหนด หลังจากนำยาเสพติดใส่รถแล้ว จะให้ผู้ต้องหาเป็นคนขับรถนำยาเสพติดลงมาส่งในกรุงเทพฯ และลงใต้ โดยครั้งแรกส่งในพื้นที่ จ.ปทุมธานี และจะมีผู้ค้าโซนภาคกลางมารับไปจำหน่ายรายย่อยอีกทอดหนึ่ง แต่ครั้งนี้ตำรวจ ดส. สามารถจับกุมไว้ได้ก่อนการแพร่กระจายไปยังกรุงเทพฯ และภาคใต้
พล.ต.ท.สยาม กล่าวอีกว่า โดยปกติผู้ต้องหาทำอาชีพขับรถรับจ้างและให้เช่ารถ แต่ครั้งนี้ได้ถูกว่าจ้างให้ขนส่งยาเสพติด ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรสุธีร์ รอง ผบช.น. ขยายผลหาผู้ร่วมขบวนการทั้งหมดมาดำเนินคดี
เบื้องต้นแจ้งข้อกล่าวหาว่า "ร่วมกันจำหน่าย โดยการมีไว้เพื่อจำหน่าย ซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์หรือเมทแอมเฟตามีน) โดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้าและก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน และเป็นการทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป" จึงนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน บช.ปส. ดำเนินคดีต่อไป.