รู้จัก 'ไข้หูดับ' ภัยร้ายที่มากับความอร่อย เช็กอาการ-สาเหตุ ใครบ้างที่เสี่ยง
จากข้อมูลระบบเฝ้าระวังโรคดิจิทัล (DDS) กองระบาดวิทยา ของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ระบุสถานการณ์ของโรคไข้หูดับ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 10 กุมภาพันธ์ 2569 พบผู้ป่วย 49 ราย กระจายตัวอยู่ใน 28 จังหวัด และพบผู้เสียชีวิตสะสม 3 ราย เป็นเพศชายมากกว่าเพศหญิง ส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มผู้สูงอายุและวัยทำงาน กลุ่มอายุที่พบผู้ป่วยสูงที่สุด ได้แก่ กลุ่มอายุ 60 ปีขึ้นไป รองลงมา คือ อายุ 50-59 ปี และ 40-49 ปี จังหวัดที่มีผู้ป่วยมากที่สุดคือ นครราชสีมา รองลงมา คือ แพร่ ชลบุรี ชัยภูมิ และสุรินทร์
โรคไข้หูดับ มีปัจจัยเสี่ยง จากการมีประวัติรับประทานเนื้อสุกรหรือเลือดสุกรที่ปรุงไม่สุก (เช่น ลาบดิบ ก้อย) พฤติกรรมการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ร่วมกับการรับประทานเนื้อสุกรดิบ รวมถึงการประกอบอาชีพหรือการชำแหละเนื้อสุกรโดยไม่สวมใส่อุปกรณ์ป้องกัน โดยเฉพาะผู้ที่มีบาดแผลหรือรอยถลอกบริเวณมือ ทั้งนี้ กลุ่มเสี่ยง ได้แก่ ผู้สูงอายุและผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคตับแข็ง เบาหวาน ไตวาย มะเร็ง หรือผู้ที่ถูกตัดม้าม มีโอกาสที่อาการของโรคจะรุนแรงและเสียชีวิต
สาเหตุของโรคไข้หูดับ เกิดจากอะไร
โรคไข้หูดับ เกิดจากเชื้อสเตรฟโตคอกคัส ซูอิส (Streptococcus Suis) ซึ่งเชื้อนี้จะอยู่ในต่อมทอนซิล ระบบทางเดินอาหาร และช่องคลอดของหมู เป็นสาเหตุของเยื่อหุ้มสมองอักเสบ สามารถติดต่อได้จากสัตว์สู่คน จากการรับประทานอาหารที่มีเนื้อสัตว์ดิบ
อาการของโรคไข้หูดับ
- ปวดศีรษะ วิงเวียนศีรษะ
- ปวดเมื่อยตามตัว และตามข้อ
- มีไข้ขึ้นสูง
- เกิดอาการชัก
- เยื่อหุ้มสมองอักเสบ
- พิการ เช่น หูหนวก กล้ามเนื้ออ่อนแรง
- เสียชีวิตจากการติดเชื้อในกระแสเลือด และภาวะช็อก
การวินิจฉัยโรค
ทำได้ในผู้ที่มีอาการน่าสงสัย เช่น ไข้สูง ปวดศีรษะ คอแข็ง มีประวัติสัมผัส หรือบริโภคเนื้อหมูแบบสุกๆ ดิบๆ มาก่อน ในช่วงไม่เกิน 14 วัน โดยผู้ป่วยจะได้รับการตรวจเพาะเชื้อจากเลือด และน้ำเยื่อหุ้มไขสันหลัง เพื่อหาเชื้อ Streptococcus Suis
ใครบ้างที่เสี่ยงโรคหูดับ
- ผู้บริโภคเนื้อหมูดิบหรืออาหารที่ทำจากหมูดิบ ผู้ที่มีวัฒนธรรมการบริโภคอาหารดิบหรือสุก ๆ ดิบ ๆ ซึ่งเป็นอาหารที่ได้รับความนิยมในบางภูมิภาค รวมไปถึงผู้ที่ชื่นชอบการบริโภคอาหารที่ไม่ได้ปรุงสุกอย่างถูกสุขลักษณะ การบริโภคเนื้อหมูที่ไม่ผ่านการปรุงสุกในอุณหภูมิที่เหมาะสม อาจทำให้เชื้อแบคทีเรียยังคงอยู่และก่อให้เกิดโรคหูดับตามมา
- ผู้ที่มีอาชีพเกี่ยวข้องกับการเลี้ยงหรือจัดการหมู โรคหูดับมักเกิดในกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงหมูเนื่องจากจำเป็นต้องมีการสัมผัสกับหมูเป็นประจำ รวมไปถึงผู้ประกอบอาชีพในโรงฆ่าสัตว์ก็มีความเสี่ยงสูงที่จะสัมผัสกับเชื้อแบคทีเรียจากหมูได้ และพ่อค้าแม่ค้าเนื้อหมูที่อาจมีการสัมผัสกับเนื้อหมูดิบเป็นประจำทุกวัน
- ผู้ประกอบอาชีพในโรงงานผลิตเนื้อหมูและผลิตภัณฑ์จากหมู ผู้ที่ทำงานในโรงงานแปรรูปเนื้อหมู เช่น การผลิตไส้กรอก หมูยอ หรือผลิตภัณฑ์จากหมูอื่น ๆ ที่อาจมีการสัมผัสกับเนื้อหมูดิบ ทำให้เสี่ยงต่อการเป็นโรคหูดับ
- ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันอ่อนแอหรือมีโรคประจำตัว ผู้ที่มีระบบภูมิคุ้มกันบกพร่อง เช่น ผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาด้วยยากดภูมิคุ้มกัน ผู้ป่วยโรคเบาหวาน หรือผู้ป่วยโรคไต รวมถึงกลุ่มผู้สูงอายุมีความเสี่ยงสูงเนื่องจากระบบภูมิคุ้มกันที่เสื่อมลงตามวัย เมื่อได้รับเชื้อทำให้ง่ายต่อการเป็นโรคหูดับ
- ผู้ที่มีการสัมผัสกับสัตว์ที่ติดเชื้อ ผู้ที่เลี้ยงสัตว์เลี้ยงในฟาร์มนอกจากหมูแล้ว อาจรวมถึงสัตว์เลี้ยงอื่น ๆ ที่มีโอกาสสัมผัสกับหมูที่ติดเชื้อได้ เมื่อสัมผัสกับเชื้อแล้ว ก็เกิดเป็นความเสี่ยงในการเป็นโรคหูดับ
ภาวะแทรกซ้อน
ภาวะแทรกซ้อนรุนแรงทางหู คือ ภาวะหูดับ จะเกิดขึ้นตามหลังจากการเกิดภาวะเยื่อหุ้มสมองอักเสบ โดยการอักเสบจะลามจากน้ำเยื่อหุ้มสมองมายังหูชั้นใน ทำให้เกิดภาวะหูชั้นในอักเสบ ซึ่งในส่วนของกระดูกก้นหอยของหูชั้นใน มีอวัยวะที่ทำหน้าที่รับเสียงอยู่ ทำให้เกิดอาการหูดับขึ้น โดยมักจะเป็นกับหูทั้งสองข้าง หากเกิดขึ้นแล้ว ผู้ป่วยจะไม่สามารถได้ยินอีก จัดเป็นภาวะรีบด่วนที่ผู้ป่วยควรต้องได้รับการผ่าตัดใส่ประสาทหูเทียมเพื่อฟื้นฟูการได้ยิน ซึ่งจะทำให้ผู้ป่วยมีโอกาสที่จะกลับมาสื่อสารในแบบสังคมปกติได้อีกครั้ง