โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

รู้จัก 'ไข้หูดับ' ภัยร้ายที่มากับความอร่อย เช็กอาการ-สาเหตุ ใครบ้างที่เสี่ยง

SpringNews

อัพเดต 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา

จากข้อมูลระบบเฝ้าระวังโรคดิจิทัล (DDS) กองระบาดวิทยา ของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ระบุสถานการณ์ของโรคไข้หูดับ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 10 กุมภาพันธ์ 2569 พบผู้ป่วย 49 ราย กระจายตัวอยู่ใน 28 จังหวัด และพบผู้เสียชีวิตสะสม 3 ราย เป็นเพศชายมากกว่าเพศหญิง ส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มผู้สูงอายุและวัยทำงาน กลุ่มอายุที่พบผู้ป่วยสูงที่สุด ได้แก่ กลุ่มอายุ 60 ปีขึ้นไป รองลงมา คือ อายุ 50-59 ปี และ 40-49 ปี จังหวัดที่มีผู้ป่วยมากที่สุดคือ นครราชสีมา รองลงมา คือ แพร่ ชลบุรี ชัยภูมิ และสุรินทร์

โรคไข้หูดับ มีปัจจัยเสี่ยง จากการมีประวัติรับประทานเนื้อสุกรหรือเลือดสุกรที่ปรุงไม่สุก (เช่น ลาบดิบ ก้อย) พฤติกรรมการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ร่วมกับการรับประทานเนื้อสุกรดิบ รวมถึงการประกอบอาชีพหรือการชำแหละเนื้อสุกรโดยไม่สวมใส่อุปกรณ์ป้องกัน โดยเฉพาะผู้ที่มีบาดแผลหรือรอยถลอกบริเวณมือ ทั้งนี้ กลุ่มเสี่ยง ได้แก่ ผู้สูงอายุและผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคตับแข็ง เบาหวาน ไตวาย มะเร็ง หรือผู้ที่ถูกตัดม้าม มีโอกาสที่อาการของโรคจะรุนแรงและเสียชีวิต

สาเหตุของโรคไข้หูดับ เกิดจากอะไร

โรคไข้หูดับ เกิดจากเชื้อสเตรฟโตคอกคัส ซูอิส (Streptococcus Suis) ซึ่งเชื้อนี้จะอยู่ในต่อมทอนซิล ระบบทางเดินอาหาร และช่องคลอดของหมู เป็นสาเหตุของเยื่อหุ้มสมองอักเสบ สามารถติดต่อได้จากสัตว์สู่คน จากการรับประทานอาหารที่มีเนื้อสัตว์ดิบ

อาการของโรคไข้หูดับ

  • ปวดศีรษะ วิงเวียนศีรษะ
  • ปวดเมื่อยตามตัว และตามข้อ
  • มีไข้ขึ้นสูง
  • เกิดอาการชัก
  • เยื่อหุ้มสมองอักเสบ
  • พิการ เช่น หูหนวก กล้ามเนื้ออ่อนแรง
  • เสียชีวิตจากการติดเชื้อในกระแสเลือด และภาวะช็อก

การวินิจฉัยโรค

ทำได้ในผู้ที่มีอาการน่าสงสัย เช่น ไข้สูง ปวดศีรษะ คอแข็ง มีประวัติสัมผัส หรือบริโภคเนื้อหมูแบบสุกๆ ดิบๆ มาก่อน ในช่วงไม่เกิน 14 วัน โดยผู้ป่วยจะได้รับการตรวจเพาะเชื้อจากเลือด และน้ำเยื่อหุ้มไขสันหลัง เพื่อหาเชื้อ Streptococcus Suis

ใครบ้างที่เสี่ยงโรคหูดับ

  • ผู้บริโภคเนื้อหมูดิบหรืออาหารที่ทำจากหมูดิบ ผู้ที่มีวัฒนธรรมการบริโภคอาหารดิบหรือสุก ๆ ดิบ ๆ ซึ่งเป็นอาหารที่ได้รับความนิยมในบางภูมิภาค รวมไปถึงผู้ที่ชื่นชอบการบริโภคอาหารที่ไม่ได้ปรุงสุกอย่างถูกสุขลักษณะ การบริโภคเนื้อหมูที่ไม่ผ่านการปรุงสุกในอุณหภูมิที่เหมาะสม อาจทำให้เชื้อแบคทีเรียยังคงอยู่และก่อให้เกิดโรคหูดับตามมา
  • ผู้ที่มีอาชีพเกี่ยวข้องกับการเลี้ยงหรือจัดการหมู โรคหูดับมักเกิดในกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงหมูเนื่องจากจำเป็นต้องมีการสัมผัสกับหมูเป็นประจำ รวมไปถึงผู้ประกอบอาชีพในโรงฆ่าสัตว์ก็มีความเสี่ยงสูงที่จะสัมผัสกับเชื้อแบคทีเรียจากหมูได้ และพ่อค้าแม่ค้าเนื้อหมูที่อาจมีการสัมผัสกับเนื้อหมูดิบเป็นประจำทุกวัน
  • ผู้ประกอบอาชีพในโรงงานผลิตเนื้อหมูและผลิตภัณฑ์จากหมู ผู้ที่ทำงานในโรงงานแปรรูปเนื้อหมู เช่น การผลิตไส้กรอก หมูยอ หรือผลิตภัณฑ์จากหมูอื่น ๆ ที่อาจมีการสัมผัสกับเนื้อหมูดิบ ทำให้เสี่ยงต่อการเป็นโรคหูดับ
  • ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันอ่อนแอหรือมีโรคประจำตัว ผู้ที่มีระบบภูมิคุ้มกันบกพร่อง เช่น ผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาด้วยยากดภูมิคุ้มกัน ผู้ป่วยโรคเบาหวาน หรือผู้ป่วยโรคไต รวมถึงกลุ่มผู้สูงอายุมีความเสี่ยงสูงเนื่องจากระบบภูมิคุ้มกันที่เสื่อมลงตามวัย เมื่อได้รับเชื้อทำให้ง่ายต่อการเป็นโรคหูดับ
  • ผู้ที่มีการสัมผัสกับสัตว์ที่ติดเชื้อ ผู้ที่เลี้ยงสัตว์เลี้ยงในฟาร์มนอกจากหมูแล้ว อาจรวมถึงสัตว์เลี้ยงอื่น ๆ ที่มีโอกาสสัมผัสกับหมูที่ติดเชื้อได้ เมื่อสัมผัสกับเชื้อแล้ว ก็เกิดเป็นความเสี่ยงในการเป็นโรคหูดับ

ภาวะแทรกซ้อน

ภาวะแทรกซ้อนรุนแรงทางหู คือ ภาวะหูดับ จะเกิดขึ้นตามหลังจากการเกิดภาวะเยื่อหุ้มสมองอักเสบ โดยการอักเสบจะลามจากน้ำเยื่อหุ้มสมองมายังหูชั้นใน ทำให้เกิดภาวะหูชั้นในอักเสบ ซึ่งในส่วนของกระดูกก้นหอยของหูชั้นใน มีอวัยวะที่ทำหน้าที่รับเสียงอยู่ ทำให้เกิดอาการหูดับขึ้น โดยมักจะเป็นกับหูทั้งสองข้าง หากเกิดขึ้นแล้ว ผู้ป่วยจะไม่สามารถได้ยินอีก จัดเป็นภาวะรีบด่วนที่ผู้ป่วยควรต้องได้รับการผ่าตัดใส่ประสาทหูเทียมเพื่อฟื้นฟูการได้ยิน ซึ่งจะทำให้ผู้ป่วยมีโอกาสที่จะกลับมาสื่อสารในแบบสังคมปกติได้อีกครั้ง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...