โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ก.ล.ต. ผนึก Google สั่งระงับแอปหลอกลงทุน ชูยุทธศาสตร์ 3CS สกัดมิจฉาชีพ

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 27 ก.พ. เวลา 04.32 น. • เผยแพร่ 27 ก.พ. เวลา 04.31 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เดินหน้าตรวจสอบและออกประกาศเตือนประชาชนอย่างต่อเนื่อง เกี่ยวกับกรณีที่มีกลุ่มมิจฉาชีพแอบอ้างชื่อเป็นบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) หรือนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ (โบรกเกอร์) เพื่อหลอกลวงให้ลงทุนผ่านแอปพลิเคชัน โดยล่าสุด ก.ล.ต. ได้ประสานความร่วมมือไปยังบริษัท Google เพื่อดำเนินการปิดกั้นแอปพลิเคชันดังกล่าว พร้อมเน้นย้ำให้ประชาชนเพิ่มความระมัดระวังในการลงทุน หากมีความไม่แน่ใจสามารถโทรศัพท์ปรึกษาสายด่วนฯ ก.ล.ต. 1207 กด 22 หรือตรวจสอบรายชื่อผ่านระบบ Investor Alert

ทั้งนี้ ในปัจจุบันรูปแบบการหลอกลวงให้ลงทุนมีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น โดยมิจฉาชีพมักใช้ช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ โฆษณาออนไลน์ หรือการส่งข้อความเพื่อชักชวนให้ลงทุน รวมทั้งมีการแอบอ้างชื่อบุคคลที่มีชื่อเสียง บริษัทหลักทรัพย์ หรือหน่วยงานที่น่าเชื่อถือ เพื่อสร้างความไว้วางใจก่อนที่จะหลอกลวงให้ลงทุน ซึ่งมีหลากหลายรูปแบบ ทั้งการให้โอนเงินเข้าบัญชี การให้ดาวน์โหลดแอปพลิเคชันสำหรับการลงทุน หรือการทำธุรกรรมผ่านเว็บไซต์

จากกรณีล่าสุด ก.ล.ต. ได้รับแจ้งเบาะแสเกี่ยวกับการแอบอ้างเป็นบริษัทหลักทรัพย์ หรือนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ เพื่อชักชวนให้ลงทุนในแอปพลิเคชันที่มีพฤติกรรมต้องสงสัยว่าเข้าข่ายการหลอกลวง ทาง ก.ล.ต. จึงได้ดำเนินการตรวจสอบและเผยแพร่รายชื่อแอปพลิเคชันดังกล่าวบนระบบ Investor Alert พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์เตือนภัยเกี่ยวกับกรณีที่เกิดขึ้นผ่านช่องทาง Facebook Page ของ ก.ล.ต. นอกจากนี้ ก.ล.ต. ยังได้ประสานความร่วมมือไปยัง Google ในฐานะผู้ให้บริการแพลตฟอร์มดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน ซึ่งทาง Google ได้ดำเนินการปิดกั้นและนำแอปพลิเคชันหลอกลวงลงทุนดังกล่าวออกจากแพลตฟอร์มเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพื่อเป็นการลดช่องทางการเข้าถึงของมิจฉาชีพ และลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับประชาชนได้อย่างรวดเร็ว

นางพรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการ ก.ล.ต. เปิดเผยว่า ก.ล.ต. เล็งเห็นถึงความสำคัญของปัญหาการหลอกลงทุนที่นับวันยิ่งทวีความรุนแรงและสร้างความเสียหายให้แก่ประชาชนอย่างต่อเนื่อง โดยถือเป็นคดีที่มีมูลค่าความเสียหายสูงสุดเมื่อเทียบกับภาพรวมการหลอกลวงผ่านระบบคอมพิวเตอร์ของประเทศ ก.ล.ต. จึงมุ่งยกระดับการทำงานเชิงรุกผ่านสายด่วนแจ้งหลอกลงทุน ก.ล.ต. เพื่อเป็นช่องทางในการให้คำปรึกษาแก่ประชาชนและผู้ลงทุน ควบคู่ไปกับการบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน ในการปิดกั้นช่องทางที่มิจฉาชีพใช้แสวงหาประโยชน์ อันเป็นการจำกัดวงจรการหลอกลงทุนและลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว โดยสามารถประสานเพื่อปิดกั้นได้ภายในระยะเวลา 7 นาที ถึง 48 ชั่วโมง

"แนวทางดังกล่าวมีความสอดคล้องกับพันธกิจ 3CS ของ ก.ล.ต. ซึ่งประกอบด้วย 1. Consultation การให้คำปรึกษาและรับแจ้งเหตุ 2. Communication การสื่อสารเตือนภัยร่วมกับพันธมิตร พร้อมจัดทำศูนย์รวมข้อมูล และ 3. Collaboration การประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสกัดกั้นช่องทางการหลอกลงทุนและลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับประชาชน" นางพรอนงค์ กล่าว

นอกจากนี้ ก.ล.ต. ขอเน้นย้ำให้ประชาชนเพิ่มความระมัดระวังในการลงทุนเป็นพิเศษ โดยเฉพาะในกรณีที่มีการชักชวนผ่านสื่อสังคมออนไลน์หรือแอปพลิเคชันที่ไม่คุ้นเคย ควรตรวจสอบให้แน่ชัดว่าผู้ชักชวนหรือผู้ประกอบธุรกิจนั้น ได้รับใบอนุญาตและอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ ก.ล.ต. หรือไม่ หากพบข้อเสนอที่ให้ผลตอบแทนสูงผิดปกติ หรือมีการเร่งรัดให้ตัดสินใจโอนเงิน ควรตั้งข้อสังเกตไว้ก่อนว่าอาจเป็นการหลอกลวง

อย่างไรก็ตาม หากนักลงทุนไม่แน่ใจว่าข้อเสนอเหล่านั้นเข้าข่ายการหลอกลงทุนหรือไม่ สามารถตรวจสอบรายชื่อผู้ที่ไม่ใช่ผู้ประกอบธุรกิจภายใต้การกำกับดูแลของ ก.ล.ต. ได้ผ่านระบบ Investor Alert บนเว็บไซต์ของ ก.ล.ต. หรือสามารถค้นหารายชื่อผู้ให้บริการในตลาดทุนที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ ก.ล.ต. รวมถึงค้นหาผลิตภัณฑ์ที่ได้รับอนุญาต (หลักทรัพย์/สินทรัพย์ดิจิทัล) เพื่อเป็นข้อมูลช่วยในการตัดสินใจลงทุนผ่านระบบ SEC Check First ซึ่งมีให้บริการทั้งในรูปแบบแอปพลิเคชันและเว็บไซต์ของ ก.ล.ต. นอกจากนี้ ยังสามารถโทรปรึกษาได้ที่สายด่วนแจ้งหลอกลงทุน โทร. 1207 กด 22 เพื่อรับคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่โดยตรง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...