‘จตุพร’ เชื่อ ‘ภท.-กธ.’ ยืนเด่นตั้งรัฐบาล ดึง พท.หรือพรรคเล็ก 30 เสียงเข้าร่วม
'จตุพร' ย้ำปัจจัยรอบด้าน เชื่อ ภท-กธ.จับมือแน่นตั้งรัฐบาลดึง พท.หรือพรรคเล็ก 30 เสียงเข้าร่วม ดันตั้งดรีมทีมโชว์แก้เศรษฐกิจ-ปราบคอร์รัปชัน ชี้สัญญาณข่าวปั่นต้องประเมินเป็นตอนๆ
13 ก.พ.2569 - นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน เฟซบุ๊คไลฟ์รายการประเทศไทยต้องมาก่อน โดยเชื่อว่า พรรคภูมิใจไทย (ภท.) กับพรรคกล้าธรรม (กธ.) ยังเป็นแกนหลักในการตั้งรัฐบาลแล้วดึงพรรคเล็กพรรคน้อยหรือพรรคเพื่อไทย (พท.) มาสมทบ
นายจตุพร กล่าวว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล พยายามบอกถึงการตั้งรัฐบาลใหม่ โดยให้รอเวลาคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) รับรองผลการเลือกตั้งก่อน แต่แง้มเป็นนัยกับโฉมหน้ารัฐบาลจะเป็นสีธงชาติ จึงทำให้ตีความไม่มีพรรคกล้าธรรม สีเขียว แต่จะมีเพื่อไทย สีแดง เป็นตัวเลือกเข้าร่วมรัฐบาลใหม่
ส่วนพรรคประชาธิตย์ (ปชป.) ประกาศไม่ร่วมรัฐบาลกับพรรคสีเทาและพรรคสร้างความขัดแย้ง ซึ่งในอดีตหมายถึงพรรคเพื่อไทย นอกจากนี้ยังมีพรรคเล็กบางพรรคและรวมตัวกันถึง 30 เสียงมาสนับสนุนนายอนุทิน เป็นนายกฯ
อย่างไรก็ตาม การตั้งรัฐบาลใหม่ขณะนี้ยังมีลับลวงพรางกันอยู่ เมื่อพรรคกล้าธรรมกับภูมิใจไทยมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน แม้มีความพยายามกระพือโหมว่า พรรคกล้าธรรมถูกเขี่ยออกจากร่วมรัฐบาล แต่ทั้งสองพรรคนี้หาเสียงเลือกตั้งบรรลุเป้าหมายทำให้พรรคประชาชนกับพรรคเพื่อไทยได้เสียงรวมกันไม่ถึงครึ่งสภา
ถึงที่สุดแล้ว ระหว่างแดงกับเขียว อย่างไรพรรคภูมิใจไทยจะเลือกเขียว เพราะมีสัญญาณคำพูดนายกฯ ตอบคำถามไทยเป็นคนป่วยและปัญหาคอร์รัปชัน หรือการยกเลิก MOU 44 ย่อมกระทบกับพรรคเพื่อไทยโดยตรง ดังนั้น ถ้าจะตั้งรัฐบาลร่วมกันต้องมีการต่อรอง โดยมีพรรคเล็กไว้เป็นทางเลือกในอนาคตหากมีปัญหาขึ้น
"พรรคกล้าธรรมออกจากขั้วพรรคเพื่อไทยมาร่วมพรรคภูมิใจไทยเป็นรัฐบาล (MOA) แม้ยังไม่มีปัจจัยอื่นมาสนับสนุน แต่ผมยังเชื่อว่า สองพรรคนี้ (ภูมิใจไทยกับกล้าธรรม) ต้องเป็นรัฐบาล”
สิ่งสำคัญถ้าดึงพรรคเพื่อไทยมาทั้งพรรคจะตั้งรัฐบาลไม่ง่าย เพราะกระทบกับโควตาตำแหน่งกระทรวงเป้าหมาย ซึ่งจะนำพาสู่ความขัดแย้งกันในอนาคต ถึงที่สุดหากพรรคภูมิใจไทยเข้มแข็ง พรรคเพื่อไทยต้องล้อมรั้วกัน สส.แหกคอกไว้ให้ดี ดังนั้น คาดว่า รัฐบาลจะมีพรรคภูมิใจไทย กล้าธรรม และพรรคเล็ก ยืนตั้งมั่นร่วมกัน
นายจตุพร กล่าวว่า การเมืองไทยช่วงนี้ยังเป็นเหลี่ยมคูทางการเมืองเพื่อต่อรองกัน ส่วนรัฐบาลจริงคงรอจนถึงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าแต่งตั้ง ดังนั้น ช่วงนี้ต้องรอดูการเคลื่อนไหวเป็นตอนๆ ยิ่งเสียงเลือกพรรคภูมิใจไทยส่วนหนึ่งมาจากประชาชนไม่พอใจปัญหาไทย-กัมพูชา และคลิปอังเคิล หากดึงพรรคเพื่อไทยเข้าร่วมรัฐบาล ประชาชนจะเกิดคำถามประเดประดังมากมายตามมา
"การจะอยู่หรือไม่ของรัฐบาลไม่ใช่เรื่องเสียงที่มั่นคง แต่อยู่ที่ความชอบธรรมซึ่งอยู่เหนือคะแนนเสียง และยึดมั่นเจตจำนงค์ที่ให้ไว้กับประชาชนจะเป็นภูมิต้านทานให้กับรัฐบาล”
อีกทั้งกล่าวว่า ในปัญหาเศรษฐกิจและคะแนนคอร์รัปชันตกต่ำ ไทยได้ 33 จาก 100 คะแนน ดังนั้น คงถึงเวลาให้รัฐบาลใหม่ได้ตั้งหลักแก้ปัญหา อาจยกเกษตรกรรมเป็นเกษตรอุตสาหกรรม หรือกำหนดพื้นที่เพาะปลูกโดยมีตลาดรองรับแน่นอนและรัฐบาลเป็นประกัน ซึ่งหวังว่า ถ้ารัฐบาลยาวนาน ดรีมทีมรัฐมนตรีจะได้ฉายศักยภาพการทำงานแท้จริงกันได้หรือไม่
ส่วน กกต.แถลง ไม่ให้เขต 1 ชลบุรี นับคะแนนใหม่นั้น นายจตุพร กล่าวว่า เป็นเพราะคำร้องเรียนไม่มีพยานหลักฐานมายืนยัน มีแต่คำบอกเล่ามาอ้างอิงเท่านั้น ถึงที่สุด กกต.จำต้องรับร้องผลเลือกตั้ง และปล่อยให้อารมณ์ต่อสู้หาความสุจริต เที่ยงธรรม และโปร่งใสเป็นควันหลงของประชาชนที่ไม่พอใจการทำหน้าที่ของ กกต.