รวบ 2 บัญชีม้า เชื่อมโยงหลายกลุ่มสแกมเมอร์ พบเสียหายหลักร้อยล้าน!
ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการตำรวจทางหลวง (บก.ทล.) ร่วมกันจับกุม นายวัชรพลฯ อายุ 24 ปี ในข้อหา กระทำความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยการแสดงตนเป็นคนอื่น, ร่วมกันโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอม ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน” ตามหมายจับของศาลจังหวัดมหาสารคาม สถานที่จับกุมเกิดเหตุ: บริเวณหน้าบ้านเพักใน อ.เมือง จ.อุบลราชธานี
และนายธนกฤตฯ อายุ 25 ปี ในข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และร่วมกันโดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน และ เปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก บัตร อิเล็กทรอนิกส์หรือบัญชีอิเล็กทรอนิกส์ของตน โดยมิได้มีเจตนาใช้เพื่อตนหรือเพื่อ กิจการที่ตนเกี่ยวข้องหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้ ทั้งนี้โดยการที่รู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดทางอาญาอื่นใด” ตามหมายจับของศาลอาญา (สน.ลาดพร้าว) กระทำความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นผู้อื่น ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน อันมิใช่การกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา” ตามหมายจับของศาลจังหวัดเลย 67 (สภ.วังสะพุง) สถานที่จับกุม บริเวณบ้านพักใน อ.เขื่องใน จ.อุบลราชธานี
พฤติการณ์ ตามนโยบายผู้บังคับบัญชาให้ระดมกวาดล้างอาชญากรรมทางเทคโนโลยีในทุกมิติ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้ทำการสืบสวนขยายผล จนทราบว่า นายวัชรพลฯและ นายธนกฤตฯ มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเปิดบัญชีธนาคารให้ขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์ กระทั่งศาลออกหมายจับเจ้าหน้าที่จึงติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหาตามหมายจับได้สำเร็จ โดยผู้ต้องหาทั้งสองรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริง และไม่เคยถูกจับกุมในคดีนี้มาก่อน จึงควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน กก.4 บก.สอท.3 และ สน.ลาดพร้าว ดำเนินคดีตามกฎหมาย
สืบเนื่องจากมีผู้เสียหายรายหนึ่ง เข้าแจ้งความว่า ถูกมิจฉาชีพตีสนิทผ่านแอปพลิเคชันหาคู่ โดยใช้โปรไฟล์เป็นทหารต่างชาติ ก่อนชักชวนเชิงชู้สาวจนเหยื่อตายใจ จากนั้นหลอกให้ร่วมทำงานหารายได้เสริม อ้างว่าเพียงโปรโมตสินค้าผ่านเว็บไซต์ ซึ่งเป็นเว็บไซต์ปลอมที่แก๊งสแกมเมอร์สร้างขึ้น จะได้รับผลตอบแทนสูงคนร้ายอ้างระบบสมาชิกหลายระดับ ยิ่งโอนเงินเข้าไปมาก ก็ยิ่งได้ค่าคอมมิชชั่นมาก ตั้งแต่ลงทุนหลักร้อยไปจนถึงระดับสูงสุดหลักแสนบาท ทำให้เหยื่อหลงเชื่อโอนเงินหลายครั้ง รวม 12 ครั้ง เป็นเงินกว่า 586,832 บาท ต่อมาเมื่อผู้เสียหายขอถอนเงินกลับไม่สามารถทำได้และถูกตัดการติดต่อ จึงรู้ตัวว่าถูกหลอกและเข้าแจ้งความเจ้าหน้าที่สืบสวนพบว่าเป็นขบวนการ Hybrid Scam หลอกให้รักลวงลงทุน โดยใช้บัญชีม้าของนายวัชรพลฯเป็นช่องทางรับและโอนเงิน ก่อนศาลออกหมายจับ
จากการตรวจสอบประวัติ พบว่านายวัชรพลเคยถูกจับกุมและต้องโทษจำคุกในคดียาเสพติดมาแล้วหลายครั้งในช่วงปี 2561–2566 หลังพ้นโทษได้หันมารับจ้างเปิดบัญชีม้าให้แก๊งสแกมเมอร์ ได้ค่าจ้างเพื่อนำไปใช้จ่ายส่วนตัวและซื้อยาเสพติด ทำหน้าที่เป็นฟันเฟืองสำคัญในการฟอกเงินของขบวนการในชั้นจับกุม นายวัชรพลให้การรับสารภาพว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริง เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน กก.4 บก.สอท.3 เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ส่วน นานธนกฤตฯ เป็นบัญชีม้าที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับกลโกงแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่อ้างเป็นตำรวจ ข่มขู่เหยื่อโอนเงินยังพบบัญชีม้าเชื่อมโยงคดีฉ้อโกงหลายพื้นที่ มูลค่าความเสียหายนับร้อยล้านบาทเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนพบข้อมูลว่า กลุ่มคนร้ายมีแผนประทุษกรรมที่อาศัยความกลัวของประชาชนเป็นเครื่องมือ โดยใช้วิธีโทรศัพท์สุ่มหาเหยื่อ ซึ่งในคดีนี้ผู้เสียหายเป็นประชาชนในพื้นที่จังหวัดเลย จากนั้นคนร้ายจะสวมบทบาทเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ อ้างตนเป็น “สิบเวรประจำ สภ.หัวหิน” ใช้น้ำเสียงดุดันข่มขู่ผู้เสียหายว่า มีชื่อเข้าไปเกี่ยวข้องกับการเช่าบ้านพักเพื่อซุกซ่อนยาเสพติดล็อตใหญ่ และขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดยาเสพติดดังกล่าวแล้ว เมื่อผู้เสียหายเกิดความตกใจและหวาดกลัวจนขาดสติ คนร้ายจะเร่งกดดันให้โอนเงินเข้ามาเพื่ออ้างว่าเป็นการ “ตรวจสอบความบริสุทธิ์” โดยให้โอนเงินเข้าสู่บัญชีธนาคารของ นายธนกฤตฯ ซึ่งเป็นบัญชีม้า ทันทีที่เหยื่อหลงเชื่อโอนเงิน คนร้ายจะตัดสายและบล็อกช่องทางการติดต่อทั้งหมดภายหลังผู้เสียหายตั้งสติได้ จึงตรวจสอบไปยังหน่วยงานที่คนร้ายกล่าวอ้าง และพบว่าไม่มีรายชื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจตามที่อ้างแต่อย่างใด จึงเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนจากการสืบสวนขยายผลเชิงลึก เจ้าหน้าที่ตำรวจพบว่า นายธนกฤตฯ เป็นบุคคลสำคัญในเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เนื่องจากบัญชีธนาคารดังกล่าวมีความเคลื่อนไหวทางการเงินผิดปกติ และเชื่อมโยงกับคดีฉ้อโกงประชาชนในหลายพื้นที่ ทั้งภาคตะวันออกเฉียงเหนือและกรุงเทพมหานครการประเมินเบื้องต้นพบว่า เครือข่ายดังกล่าวก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประชาชนเป็นมูลค่าสูงถึงนับร้อยล้านบาท ถือเป็นภัยคุกคามทางเศรษฐกิจและความมั่นคงของประเทศ เจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนกลางจึงอยู่ระหว่างเร่งติดตามจับกุมผู้ร่วมขบวนการที่เหลือ เพื่อนำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดต่อไป
สอบถามผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ตนได้เห็นประกาศรับจ้างเปิดบัญชีผ่านช่องทางออนไลน์ ด้วยความที่ต้องการเงินใช้จ่าย จึงตัดสินใจ รับจ้างเปิดบัญชีม้าแลกกับค่าตอบแทนเพียง 5,000 บาท โดยไม่คาดคิดว่าบัญชีของตนจะถูกนำไปใช้เป็นเครื่องมือหลักในการฟอกเงินให้กับ "แก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ"
เตือนภัย การเปิดหรือขายบัญชีให้ผู้อื่น "บัญชีม้า" ถือเป็นอาชญากรรมตาม พ.ร.ก. ป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ.2566 มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 300,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ - Romance Scam/Hybrid Scam”: มิจฉาชีพมักใช้รูปโปรไฟล์หน้าตาดี (หล่อ/สวย/ดูรวย) เข้ามาจีบในแอปฯ หาคู่ แล้วชวนลงทุน หรือทำภารกิจหารายได้เสริม
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
DSI รวบกลางสนามบิน! ผู้ต้องหาคดีเว็บพนัน-ฟอกเงิน หลังกลับจากสีหนุวิลล์
รวบหญิงสูงวัย! เอี่ยวเครือข่ายหลอกเทรดหุ้น-เงินหมุนเวียนพันล้านบาท!
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : รวบ 2 บัญชีม้า เชื่อมโยงหลายกลุ่มสแกมเมอร์ พบเสียหายหลักร้อยล้าน!
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.pptvhd36.com