โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

แหลมฉบัง เฟส 3 ส่อเลื่อนเปิดปี 73 กทท. เจอพิษเทคนิคถมทะเลทับซ้อน 2 สัญญา

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 10 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

นายเกรียงไกร ไชยศิริวงศ์สุข ผู้อำนวยการการท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) เปิดเผยถึง ความคืบหน้าโครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 (เฟส 3) มูลค่า 84,361 ล้านบาท โดยมีคู่สัญญาระหว่างการท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) กับ บริษัท จีพีซี อินเตอร์เนชั่นแนล เทอร์มินอล (GPC) ซึ่งมีการลงนามร่วมกันเมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2564 ว่า

ขณะนี้งานจ้างส่วนที่ 1 ก่อสร้างงานถมทะเลและชายฝั่ง วงเงิน 21,320 ล้านบาท คืบหน้ากว่า 90% โดยมีกิจการร่วมค้าซีเอ็นเอ็นซี (CNNC) ประกอบด้วย บริษัท เอ็น.ที.แอล.มารีน จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทลูกของ บมจ.พริมามารีน บริษัท นทลิน จำกัด และ บริษัท จงก่าง คอนสตรั๊คชั่น กรุ๊ป จำกัด (ประเทศจีน) เป็นผู้รับเหมา ซึ่งมีแผนส่งมอบงานให้ กทท.กลางเดือนกรกฎาคมนี้

ด้านงานจ้างส่วนที่ 2 งานระบบถนน งานอาคาร งานระบบสาธารณูปโภค งานท่าเทียบเรือชายฝั่ง และงานท่าเทียบเรือบริการ รวมถึงการวางระบบการเชื่อมโยงเครือข่ายการขนส่งสินค้าภายในประเทศ เพื่อรองรับการสร้างรางรถไฟเข้าไปถึงบริเวณหลังท่าเทียบเรือ วงเงิน 7,298 ล้านบาท คืบหน้าราว 11% โดยมีบริษัท ซีเอชอีซี (ไทย) จำกัด กลุ่มบริษัท ไชน่า ฮาร์เบอร์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด เป็นผู้รับเหมา

“ปัจจุบันกทท.ยอมรับว่ายังไม่สามารถส่งมอบพื้นที่ให้ GPC ซึ่งเป็นเอกชนคู่สัญญาร่วมลงทุนในโครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 ส่วนของท่าเรือ F1 และ F2 จากเดิมกำหนดจะส่งมอบพื้นที่ในปลายปี 2568 เนื่องจากขณะนี้จากการตรวจสอบพบการตีความในสัญญาด้านเทคนิคของการถมทะเลที่กำหนดในสัญญาแตกต่างกัน จึงจำเป็นต้องมีการร่วมตรวจสอบเทคนิคของงานถมทะเลเพิ่มเติม” นายเกรียงไกร กล่าว

ทั้งนี้จากการตรวจสอบพบปัญหาทางเทคนิคดังกล่าว พบว่า การตีความระหว่าง 2 สัญญาไม่ตรงกัน โดยสัญญาที่ กทท.จ้างกิจการร่วมค้า CNNC ถมทะเล ระบุไว้ในสัญญาว่าการถมทะเล หากมีการทรุดตัวในระยะเวลา 30 ปี ต้องไม่เกิน 20 เซนติเมตร

ส่วนสัญญาร่วมลงทุนระหว่าง กทท.กับ GPC กำหนดเรื่องความหนาแน่นของวัสดุ อาทิ ทราย ต้องอัดแน่นและแข็งแรง ทำให้ ต้องมีการร่วมตรวจสอบงานถมทะเลและเจรจารายละเอียดร่วมกัน ระหว่าง กทท. GPC และสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) เพื่อหาข้อสรุปต่อไป

“กทท.ได้หารือกับ GPC ซึ่งเรื่องการตีความในสัญญานี้แล้ว เบื้องต้นหากจำเป็นต้องเพิ่มความแข็งแรง ต้องตอกเสาเข็มเพิ่มเติม เพื่อเป็นการคำนึงถึงการรองรับเหตุแผ่นดินไหวด้วย แต่จำเป็นต้องนำเรื่องเสนอเข้าคณะกรรมการ (บอร์ด) กทท.พิจารณา แต่ปัจจุบัน กทท.ยังไม่มีการแต่งตั้งบอร์ด เพราะต้องรอรัฐบาลใหม่เข้าดำเนินการ” นายเกรียงไกร กล่าว

อย่างไรก็ดีหากบอร์ด กทท.พิจารณาแล้ว สามารถใช้งบประมาณในการเพิ่มความแข็งแรงของงานถมทะเลได้ก็สามารถตอกเสาเข็มเพิ่มเติมได้ ซึ่งจะต้องเจรจาบริหารสัญญาระหว่าง กทท. GPC และคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.)

ทั้งนี้หากไม่สามารถบริหารสัญญาและนำงบประมาณไปใช้เพื่อเพิ่มงานส่วนนี้ได้ ก็จำเป็นต้องเสนอต่อ กพอ. และคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาแก้ไขสัญญาร่วมลงทุนต่อไป โดยแนวทางแก้ไขสัญญานั้น กทท.มองว่าเป็นแนวทางที่ต้องใช้เวลาและอาจกระทบแผนดำเนินงานมากกว่า

จากการประเมินสถานการณ์เบื้องต้น จำเป็นต้องรอการพิจารณาด้านเทคนิคร่วมกับระหว่าง กทท. และ GPC รวมไปถึงรอการแต่งตั้งบอร์ด กทท.ชุดใหม่เพื่อพิจารณาแนวทาง

อย่างไรก็ดีปัญหานี้อาจกระทบแผนส่งมอบพื้นที่ให้ GPC เริ่มสัญญาก่อสร้างงานส่วนของเอกชน และอาจจะกระทบถึงการเปิดให้บริการท่าเรือแหลมฉบัง 3 ส่วนของท่าเรือ F1 จากเดิมมีกำหนดเปิดให้บริการในปี 2571 จะขยับไปเปิดพร้อมกับท่าเรือ F2 ในปี 2573

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...