โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

“มอร์แกน สแตนลีย์” เร่งขยายธุรกิจในเอเชีย รับโอกาสตลาดเปิดเสรี

การเงินธนาคาร

อัพเดต 26 มกราคม 2569 เวลา 17.47 น. • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา

"มอร์แกน สแตนลีย์" เดินหน้ารับบุคลากรเพิ่มในเอเชีย หลังรายได้ภูมิภาคพุ่งต่อเนื่องปีที่ 2 จากตลาดทุนฟื้นตัวและปริมาณซื้อขายเพิ่มขึ้น

วันที่ 26 มกราคม 2569 เวลา 10.15 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า Gokul Laroia ประธานเจ้าหน้าที่บริหารประจำภูมิภาคเอเชียของ Morgan Stanley กล่าวว่า Morgan Stanley เดินหน้าขยายการดำเนินธุรกิจในเอเชียอย่างจริงจัง โดยคาดหวังแนวโน้มธุรกิจที่เอื้ออำนวยมากขึ้น และโอกาสการเติบโตในประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ควบคู่กับการผ่อนคลายกฎระเบียบ ตามการเปิดเผยของ

ลาโรยาให้สัมภาษณ์กับ Bloomberg Television ว่า มอร์แกน สแตนลีย์ กำลังเดินหน้ารับสมัครบุคลากรเพิ่มเติมในหลายสายงาน ไม่ว่าจะเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ธุรกิจตลาดทุน และสินค้าโภคภัณฑ์ โดยให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับตลาดในเอเชียที่มีทั้งขนาดและการเปิดเสรีด้านกฎระเบียบ ซึ่งเปิดโอกาสให้ธนาคารสามารถดำเนินธุรกิจได้หลากหลายมากขึ้น

“เอเชียมีหลายตลาดที่มีขนาดใหญ่ และขณะเดียวกันก็มีการผ่อนคลายกฎเกณฑ์ ทำให้เราสามารถทำธุรกิจได้มากขึ้น เมื่อเราทำได้มากขึ้น เราก็มองหาการเติมเต็มช่องว่างทางธุรกิจด้วยบุคลากรที่มีคุณภาพ”

ทั้งนี้การรุกคืบของมอร์แกน สแตนลีย์ในเอเชียเกิดขึ้นในช่วงที่ภาวะตลาดการเงินในภูมิภาคคึกคัก ท่อส่งการเสนอขายหุ้นใหม่ (IPO) ใน Hong Kong เริ่มฟื้นตัว และปริมาณการซื้อขายในตลาดเพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้ธนาคารสามารถสร้างสถิติรายได้สูงสุดเป็นปีที่สองติดต่อกันในเอเชีย โดยรายได้ในภูมิภาคเพิ่มขึ้น 23% สู่ระดับ 9.4 พันล้านดอลลาร์ในปีที่ผ่านมา

ในภาพรวม บริษัทซึ่งมีสำนักงานใหญ่ในนิวยอร์กรายงานกำไรสุทธิประจำปีทำสถิติสูงสุดใหม่ ขณะที่ค่าธรรมเนียมจากธุรกิจวาณิชธนกิจเพิ่มขึ้นถึง 47% จากการกลับมาคึกคักของดีลควบรวมและซื้อกิจการ โดยในฮ่องกง มอร์แกน สแตนลีย์ ครองอันดับหนึ่งด้านการจัดจำหน่ายหุ้นใหม่

ลาโรยากล่าวเพิ่มเติมว่า ปริมาณการซื้อขายในแผนกเทรดของบริษัทอยู่ในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง รวมถึงในตลาดจีน ซึ่งได้รับแรงหนุนจากทั้งความไม่แน่นอนระดับโลกและการปรับพอร์ตการลงทุนภายในประเทศ นักลงทุนจำนวนมากกำลังโยกเงินออกจากเงินฝากและพันธบัตรที่ให้ผลตอบแทนต่ำ ไปสู่หุ้นที่มีอัตราเงินปันผลสูง ซึ่งเป็นแนวโน้มที่เคยเกิดขึ้นในอินเดีย และขณะนี้เริ่มได้รับการส่งเสริมในญี่ปุ่นเช่นกัน

“เมื่อปริมาณการซื้อขายไหลเข้าสู่ตลาด มันก็สะสมเป็นแรงหนุนสำคัญ และสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีต่อธุรกิจ และเมื่อรวมกับปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์และความผันผวนที่ตามมา ก็ยิ่งทำให้ตลาดมีพลวัตมากขึ้น นี่คือการผสมผสานของปัจจัยระดับโลกและระดับท้องถิ่น”

แม้เทคโนโลยีจะช่วยให้บริษัทสามารถรองรับปริมาณการซื้อขายต่อวันในระดับที่สูงขึ้นได้ โดยไม่จำเป็นต้องเพิ่มจำนวนพนักงานในสัดส่วนเดียวกัน แต่การเติบโตของธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง การออกหุ้นใหม่ และการควบรวมกิจการ ยังคงเป็นปัจจัยที่ผลักดันให้มอร์แกน สแตนลีย์ ต้องขยายทีมงานเพิ่มเติม

นอกจากนี้ลาโรยายังระบุว่า มุมมองเชิงบวกของบริษัทต่อเอเชียได้รับแรงหนุนจากธีมการลงทุนสำคัญในระยะยาว เช่น โครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) การนำ AI ไปใช้ในภาคธุรกิจ ห่วงโซ่อุปทานเซมิคอนดักเตอร์ที่เน้นการผลิตในประเทศ และระบบอัตโนมัติในภาคอุตสาหกรรม ซึ่งยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการพัฒนา แม้ว่าระดับการลงทุนโดยรวมในเอเชียจะยังตามหลังสหรัฐอยู่ก็ตาม

อ้างอิง : bloomberg.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์รอบโลก ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...